ReadyPlanet.com


เงินหาย


ยายสงสัยว่าหลานคนที่ 2 และคนที่ 3 ซึ่งเป็นลูกของลูกสาวคนเล็กจะเป็นคนขโมยไป แต่เด็กทั้งสองคนไม่ยอมรับ ลูกสาวคนเล็กมีลูก 4 คน คนที่ 1 เป็นผู้ชาย  คนที่ 2 เป็นผู้ชาย  คนที่ 3 เป็นผู้หญิง คนที่ 4 เป็นผู้หญิง  หลานคนที่ 3 ใช้เงินเก่ง เคยยอมรับกับพ่อแม่ว่าเอาเงินของยายไปจริง  แต่ไม่ใช่ทั้งหมดที่เงินยายหาย หลานคนที่ 2 เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด แต่มีเงินซื้อโทรศัพท์มือถือ พอพ่อแม่ถามก็ตอบว่าเก็บเงินค่าขนมซื้อเอง แต่แม่ไม่เชื่อว่าลูกจะเก็บเงินได้ถึงขนาดนี้ คาดคั้นก็ไม่ยอมบอกว่าเอาเงินมาจากไหน ยายโกรธและมั่นใจว่าเป็นหลานคนนี้เอาเงินไป จึงไม่ยอมพูดด้วย เงินของยายหายหลายครั้ง ของป้า ของยายอีกคนก็เคยหาย ในบ้านเป็นครอบครัวขยาย อยู่กัน 2 บ้าน ยายมีลูก 6 คน 4 ใน 6 คนอยู่รวมกัน มีหลาน 12 คน 3 ใน 12 คนนี้จะมาเฉพาะตอนกลางวัน พ่อแม่ควรจะทำอย่างไรดี ฐานะการเงินของพ่อแม่ไม่ค่อยดี แต่ไม่ได้ส่งเสริมให้ลูกทำแบบนี้เลย


ผู้ตั้งกระทู้ แม่ของลูก :: วันที่ลงประกาศ 2008-10-22 12:02:20 IP : 125.27.146.13


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2892115)
สวัสดีครับคุณแม่ของลูก 
การที่ลูกชอบขโมยเงินนั้น มีสาเหตุสำคัญอยู่  3 ประการ ดังนี้
1. เขาชอบทำอะไรตามสบาย โดยไม่คำนึงถึงมารยาทหรือจิตใจของผู้อื่น เช่น เมื่ออยากได้เงินก็หยิบเอาเองจากกระเป๋าสตางค์ของคุณโดยไม่ขออนุญาติ
ในการนี้ คุณคงต้องคุยกับเขาและบอกให้เขาเคารพในทรัพย์สินของผู้อื่น แม้ว่าจะเป็นคนในบ้านเดียวกันก็ตาม พูดกับเขาดี ๆ ก่อน ถ้าเขายังไม่ยอมเปลี่ยนนิสัยจึงค่อยลงโทษ
2. เขาต้องการเรียกร้องความสนใจจากคุณ หรือบางทีเขาอาจมีอะไรคับแค้นใจอยู่ เลยใช้การขโมยเป็นวิธีการแก้แค้นเพราะถ้าเขาถูกจับได้ พ่อแม่ก็จะต้องอับอายและเจ็บปวด
ในการนี้ คุณควรหันมาให้เวลา ให้ความรัก ความอบอุ่นกับลูกให้มากขึ้น พยายามสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างพ่อแม่ลูกให้มากขึ้น เมื่อลูกเข้าใจพ่อแม่อย่างแท้จริงแล้วเขาก็จะเลิกทำร้ายพ่อแม่ทางอ้อมแบบนี้ไปเอง
3. เขามีปัญหาสุขภาพจิต คือ มีความสุขที่ได้ขโมย ได้สะสมของที่เป็นของคนอื่น และไม่สามารถหักห้ามใจไม่ให้ขโมยได้ คุณพ่อคุณแม่จะพบของที่เขาขโมยมาเต็มห้องของเขาไปหมด
ในการนี้ ควรพาลูกไปพบจิตแพทย์เพื่อรับการรักษาต่อไป
ปัญหาลูกชอบขโมยเงินขโมยของเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าไม่รีบแก้ไขแต่เนิ่นๆ ลูกอาจจะยิ่งได้ใจที่จะทำผิดต่อไปเรื่อย ๆ และเมื่อถูกจับได้ก็อาจจะถูกดำเนินคดีทำให้เสียอนาคต ซึ่งเมื่อถึงขั้นนี้แล้วก็ยากแก่การแก้ไข
การจะหาว่าใครเป็นขโมยนั้น คนที่เป็นพ่อเป็นแม่ก็จะต้องพยายามค้นหา โดยดูจากพฤติกรรมความประพฤติซึ่งน่าจะทราบได้นะครับหากพ่อแม่มีความใกล้ชิดกับลูก แต่ถ้าหากไม่ทราบนั่นก็คงเพราะพ่อแม่ไม่ได้ใส่ใจลูกเท่าที่ควรจนไม่ทราบว่าลูกแต่ละคนมีพฤติกรรมเช่นไร  ดังนั้นการสร้างความรักภายในครอบครัวระหว่างพ่อแม่และลูกเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่ออนาคตที่ดีของลูกๆ ในวันข้างหน้านะครับ ในขณะเดียวกันก็ควรที่จะเก็บเงินและวางของมีค่าให้มิดชิดอย่าให้ง่ายต่อการหยิบฉวยเพื่อจะได้ไม่เป็นการยั่วตายั่วใจด้วยก็จะช่วยได้ครับ สุดท้ายผมอยากจะแนะนำว่าหากเป็นไปได้ควรที่จะชวนกันรัษาศิล 5 ทั้งบ้านเพื่อจะได้เป็นการขัดเกรานิสัยลูกและในขณะเดียวกันตัวผู้ใหญ่เองก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูกๆ หลานๆด้วย
ผู้แสดงความคิดเห็น พี่ชาย (love4home-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-10-22 16:28:20 IP : 58.8.192.191


ความคิดเห็นที่ 2 (2894403)

สวัสดีค่ะพี่ชายที่แสนดีของทุกๆ คนที่มีคำถามและไม่มีคำถาม

ขอบคุณสำหรับคำตอบนะคะ จริงๆ แล้วแม่ของลูกคนนี้ก็มีพี่ชายถึงสี่คน แต่ไม่มีคนไหนเหมือนพี่ชายคนนี้ที่คอยช่วยชี้แนะแนวทางให้คนที่กำลังมีทุกข์ กลุ้มใจ หาทางออกไม่ได้ มีแต่ซ้ำเติม ด่าทอต่อว่า ซึ่งก็จะทำให้กลุ้มใจหนักเข้าไปอีก ขอถามเพิ่มเติม ดังนี้นะคะ 

1.  ถ้าลูกชายคนที่ 2 เป็นคนขโมยไปจริงๆ ตามที่ยายและแม่เข้าใจ แต่เค้าไม่ยอมรับ จะทำอย่างไรดี (ถามดีๆ ก็แล้ว ขู่ก็แล้ว แต่ยังไม่ได้ลงไม้ เพราะเห็นว่าโตแล้ว อายุ 14 ปี) ลูกคนนี้เป็นคนเฉยๆ ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยมีเพื่อน ชอบอยู่กับบ้านไปไหนนานไม่ได้ต้องชวนกลับบ้านตลอด ทั้งป้าทั้งยายเคยรักมากกว่าหลานอีกหลายๆ คน แต่ตอนนี้ยายไม่ยอมพูดด้วยเลย

2.  หากต้องพาลูกไปพบจิตแพทย์จริงๆ ควรจะพาไปพบที่ไหน ครอบครัวอยู่ต่างอำเภอในต่างจังหวัด การรักษาเป็นแบบใด ค่ารักษาแพงไหม หากเจอคนรู้จักไปพบจิตแพทย์เหมือนกันควรจะตอบว่าลูกเป็นอะไรดี

3.  ลูกสาวคนที่ 3 อายุ 13 ปี ก็เคยขโมยแต่เค้าจะยอมรับเมื่อถูกทำโทษ (ตี) แล้วสัญญาว่าจะไม่ทำอีก แต่ทุกคนไม่มั่นใจว่าเค้าจะไม่ทำอีก ลูกคนนี้ก็จะมีปัญหาเหมือนกัน คือ จะชอบทำอะไรแบบเร็วๆ รนๆ เป็นมาตั้งแต่เล็กจนปัจจุบันก็ยังเป็นอยู่ เช่น เดินสะดุดหกล้มทั้งๆ ที่ทุกคนเดินผ่านไปได้ด้วยดี ให้ล้างจานชามก็ทำแตกเกือบทุกครั้ง ให้ถือขนมหรือน้ำ ก็จะทำหกหรือตกเป็นประจำ เรียกว่าถ้ามีเรื่องให้ทุกคนหัวเราะหรือทำให้คนอื่นโมโหได้ ต้องเป็นลูกคนนี้ และเดี๋ยวนี้เค้าจะกวนมากๆ กับทุกคำถามที่ทุกคนถาม เราก็บอกเค้าว่าหากจะพูดจาแบบนี้ก็ไม่ควรจะพูดกับผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะพ่อ แม่ ป้า ยาย หรือพี่ เอาไว้พูดกับเพื่อนๆ เถอะ  แต่เค้าก็ยังกวนเหมือนเดิม จนถูกตีไปก็หลายครั้ง ก็ยังไม่เลิกนิสัยนี้เสียที เริ่มเป็นมาประมาณ 1 ปีได้ ทุกคนที่เป็นผู้ใหญ่ต้องโมโหเกือบทุกครั้งที่ถามอะไรเค้า รบกวนพี่ชายช่วยตอบทีต้องพาลูกคนนี้ไปพบจิตแพทย์ด้วยหรือเปล่าคะ

 

ข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ

 

* หรือเป็นเพราะทั้งสองคนเป็นลูกคนกลาง มีพี่ชายและน้องสาวคนเล็กอีก *

** จริงๆ แล้ว พ่อของพวกเค้าจบปอหก แม่จบปอตรี พ่อเค้าบอกว่าไม่รู้จะสอนลูกอย่างไร ให้แม่สอนไปคนเดียว **

*** พ่อแม่อาจไม่ค่อยมีเวลาใส่ใจลูกเท่าที่ควร พ่อสอนลูกไม่เป็น เสาร์-อาทิตย์ไปขายของ วันธรรมดาก็ทำสารพัดช่าง ไม่อยู่ติดบ้านถ้าแม่ไม่ตาม แม่ทำงาน จันทร์–ศุกร์ , เสาร์-อาทิตย์ก็ไปขายของกับพ่อ งานบ้านไม่ได้ทำ ซักเสื้อผ้าอย่างเดียว ให้ลูกช่วยล้างจานชามเช้าเย็น แต่เป็นเพราะแม่ชอบเที่ยว หากมีวันหยุดติดต่อกันหลายวันก็จะพาทุกคนไปเที่ยวพักค้างคืนตามสถานที่ต่างๆ หรือหากหยุดวันเดียวก็จะพาไปเที่ยวทะเลหรือเล่นน้ำใกล้ๆ บ้าน ***

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่ของลูก วันที่ตอบ 2008-10-27 13:42:30 IP : 125.27.146.218


ความคิดเห็นที่ 3 (2894487)

สวัสดีครับคุณแม่ของลูก

1. การที่ลูกขโมยเงินนั้นคงไม่ใช่เนื่องมาจากความขาดแคลนเงินทองหรือขาดแคลนทางด้านวัตถุ แต่ที่ขาดน่าจะเป็นขาด "ความรักความอบอุ่น" อันหมายถึง "ความอิ่มในจิตใจ" อันเป็นปัญหาของผู้คนมากมายในสังคมที่มีแต่การเร่งรีบแข่งขัน ภาวะเศรษฐกิจที่บีบคั้น ... แต่ลูกที่กระทำดังกล่าวมักเกิดจากการถูกบีบคั้นภายในให้ผลักดันการกระทำสิ่งอันไม่เหมาะสม เพื่อสะท้อนถึงความขาดในจิตใจ...

การไปพบจิตแพทย์นั้นอาจจะยังไม่จำเป็นหากมีคนหนึ่งคนใดในบ้านที่เด็กนับถือและให้ความเคารพพยายามเรียกเด็กมาพูดคุยเพื่อการเยียวยา (Counseling) เพื่อจะบอกให้เด็กทราบว่าสิ่งที่เขากระทำไปนี้ ทำให้เกิด "ความทุกข์ในใจของแม่" อธิบายให้เขาเข้าใจความจำเป็นของพ่อแม่ที่ดูเหมือนจะทอดทิ้งและไม่ให้ความสนใจเขาเท่าที่ควรนั่นเป็นสภาวะที่ลูกสัมผัสได้ ... ลูกจึงสะท้อนออกมาด้วยพฤติกรรมบางอย่าง เพื่อให้แม่หยุดและหันกลับมาหาตนเอง เป็นการสื่อสารที่ต้องการเรียกร้องความสนใจแต่นำมาซึ่งความไม่เข้าใจระหว่างพ่อแม่กับลูก...ลูกเพียงต้องการส่งสัญญาณแห่งความทุกข์สะท้อนกลับไปสู่แม่...  หากเป็นไปได้ในเมื่อมีเวลาพ่อแม่ควรนำลูกออกไปร่วมรับรู้กิจกรรมไม่ว่าจะเป็นการค้าขายของพ่อแม่ในวันเสาร์อาทิตย์เพื่อให้ลูกเห็นว่าพ่อแม่ทำอะไร? เพื่อใคร? และสิ่งที่ทำนั้นลำบากหรือสบาย เพื่อที่จะให้ลูกเข้าใจและเห็นใจพ่อแม่

สำหรับในกรณีนี้อาจจะถือว่าโชคร้ายหน่อยครับเพราะว่าลูกมีนิสัยขโมย และโกหก ทุกครั้งที่เงินหายก็ไม่ยอมสารภาพ ซึ่งหมายถึงนอกจากพฤติกรรมทางลบด้านหนึ่งแล้วจะมีอีกหลายๆ ด้านตามมา และซับซ้อนยิ่งขึ้น ซึ่งกรณีเช่นนี้น่าเป็นห่วงเพราะหากว่าดำรงอยู่ในสังคมค่อนข้างจะดูและพิจารณาได้ยากยิ่งนัก...

การพาลูกไปพบจิตแพทย์อาจจะเป็นเรื่องจำเป็น แต่การเยียวยาช่วยเหลือนี้...มีเป้าหมายทั้งครอบครัว คือ ทั้งพ่อแม่และลูก... เพราะเพียงแค่ไปมุ่งปรับพฤติกรรมเด็กอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องกระตุ้นให้เกิดกระบวนการทางปัญญาแยกแยะถูกผิดได้ และขณะเดียวกันต้องลดสภาวะความทุกข์ที่เกิดขึ้นในครอบครัว สัมพันธภาพระหว่างจิตแพทย์ในฐานะผู้เยียวยา ไม่ได้มุ่งปรับเปลี่ยนเพียงแค่พฤติกรรม (Behavior) หากแต่ต้องสร้างกระบวนการทางปัญญา (Cognitive) ให้บุคคลนั้นเกิดขึ้น เพื่อที่ว่า ณ วันหนึ่งข้างหน้าเขาได้เจอสภาพปัญหา...เขาจะสามารถลุกขึ้นมาแก้ไขได้ด้วยตนเอง

2. เรื่องที่จะไปพบจิตแพทย์ที่ไหนดีนั้น หากเป็นโรงพยาบาลที่มีแผนกจิตเวชก็จะมีบริการทางด้านนี้ครับ ส่วนวิธีการรักษานั้นผมได้กล่าวแล้วอย่างคราวๆ ในตอนต้น แต่ทั้งนี้รายละเอียดคงขึ้นอยู่กับแพทย์ที่ทำการรักษาครับ  การนำลูกไปพบจิตแพทย์นั้นมิได้หมายความว่าลูกเป็นโรคจิตนะครับดังนั้นอย่างกังวลและนำเรื่องดังกล่าวมาเป็นอุปสรรค์ในการไปพบแพทย์เลยครับ คุณอาจจะไปพบแพทย์ตามลำพังก่อนเพื่อขอคำปรึกษาและวิธีปฎิบัติขั้นต้นก็ได้ครับ

3. อาการซุ่มซ่ามนั้นอาจจะเป็นเรื่องปกติของเด็กในวัยซนครับ และการตอบการพูดจาแบบกวนๆ ก็เป็นสิ่งที่เด็กวันรุ่นที่รับรู้พฤติกรรมของเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันจากโรงเรียนหรือจากสื่อต่างๆ นำเอามาเลียนแบบครับ พ่อแม่ควรให้เวลากับเขาให้มากขึ้นเพราะในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ความไกลชิดระหว่างพ่อแม่และลูกถือว่าเป็นเรื่องสำคัญครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น พี่ชาย (love4home-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-10-27 16:13:25 IP : 58.8.192.180


ความคิดเห็นที่ 4 (2932817)
สวัสดีครับคุณแม่ของลูก 1. การที่ลูกขโมยเงินนั้นคงไม่ใช่เนื่องมาจากความขาดแคลนเงินทองหรือขาดแคลนทาง ด้านวัตถุ แต่ที่ขาดน่าจะเป็นขาด "ความรักความอบอุ่น" อันหมายถึง "ความอิ่มในจิตใจ" อันเป็นปัญหาของผู้คนมากมายในสังคมที่มีแต่การเร่งรีบแข่งขัน ภาวะเศรษฐกิจที่บีบคั้น ... แต่ลูกที่กระทำดังกล่าวมักเกิดจากการถูกบีบคั้นภายในให้ผลักดันการกระทำสิ่ง อันไม่เหมาะสม เพื่อสะท้อนถึงความขาดในจิตใจ... การไปพบจิตแพทย์นั้นอาจจะยังไม่จำเป็นหากมีคนหนึ่งคนใดในบ้านที่เด็กนับถือและให้ความเคารพพยายามเรียกเด็กมาพูดคุยเพื่อการเยียวยา (Counseling) เพื่อจะบอกให้เด็กทราบว่าสิ่งที่เขากระทำไปนี้ ทำให้เกิด "ความทุกข์ในใจของแม่" อธิบายให้เขาเข้าใจความจำเป็นของพ่อแม่ที่ดูเหมือนจะทอดทิ้งและไม่ให้ความสนใจเขาเท่าที่ควรนั่นเป็นสภาวะที่ลูกสัมผัสได้ ... ลูก จึงสะท้อนออกมาด้วยพฤติกรรมบางอย่าง เพื่อให้แม่หยุดและหันกลับมาหาตนเอง เป็นการสื่อสารที่ต้องการเรียกร้องความสนใจแต่นำมาซึ่งความไม่เข้าใจระหว่าง พ่อแม่กับลูก...ลูกเพียงต้องการส่งสัญญาณแห่งความทุกข์สะท้อนกลับไปสู่ แม่... หากเป็นไปได้ในเมื่อมีเวลาพ่อแม่ควรนำลูก ออกไปร่วมรับรู้กิจกรรมไม่ว่าจะเป็นการค้าขายของพ่อแม่ในวันเสาร์อาทิตย์ เพื่อให้ลูกเห็นว่าพ่อแม่ทำอะไร? เพื่อใคร? และสิ่งที่ทำนั้นลำบากหรือสบาย เพื่อที่จะให้ลูกเข้าใจและเห็นใจพ่อแม่ สำหรับ ในกรณีนี้อาจจะถือว่าโชคร้ายหน่อยครับเพราะว่าลูกมีนิสัยขโมย และโกหก ทุกครั้งที่เงินหายก็ไม่ยอมสารภาพ ซึ่งหมายถึงนอกจากพฤติกรรมทางลบด้านหนึ่งแล้วจะมีอีกหลายๆ ด้านตามมา และซับซ้อนยิ่งขึ้น ซึ่งกรณีเช่นนี้น่าเป็นห่วงเพราะหากว่าดำรงอยู่ในสังคมค่อนข้างจะดูและ พิจารณาได้ยากยิ่งนัก... การพา ลูกไปพบจิตแพทย์อาจจะเป็นเรื่องจำเป็น แต่การเยียวยาช่วยเหลือนี้...มีเป้าหมายทั้งครอบครัว คือ ทั้งพ่อแม่และลูก... เพราะเพียงแค่ไปมุ่งปรับพฤติกรรมเด็กอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องกระตุ้นให้เกิดกระบวนการทางปัญญาแยกแยะถูกผิดได้ และขณะเดียวกันต้องลดสภาวะความทุกข์ที่เกิดขึ้นในครอบครัว สัมพันธภาพระหว่างจิตแพทย์ในฐานะผู้เยียวยา ไม่ได้มุ่งปรับเปลี่ยนเพียงแค่พฤติกรรม (Behavior) หากแต่ต้องสร้างกระบวนการทางปัญญา (Cognitive) ให้บุคคลนั้นเกิดขึ้น เพื่อที่ว่า ณ วันหนึ่งข้างหน้าเขาได้เจอสภาพปัญหา...เขาจะสามารถลุกขึ้นมาแก้ไขได้ด้วยตนเอง 2. เรื่องที่จะไปพบจิตแพทย์ที่ไหนดีนั้น หากเป็นโรงพยาบาลที่มีแผนกจิตเวชก็จะมีบริการทางด้านนี้ครับ ส่วนวิธีการรักษานั้นผมได้กล่าวแล้วอย่างคราวๆ ในตอนต้น แต่ทั้งนี้รายละเอียดคงขึ้นอยู่กับแพทย์ที่ทำการรักษาครับ การ นำลูกไปพบจิตแพทย์นั้นมิได้หมายความว่าลูกเป็นโรคจิตนะครับดังนั้นอย่าง กังวลและนำเรื่องดังกล่าวมาเป็นอุปสรรค์ในการไปพบแพทย์เลยครับ คุณอาจจะไปพบแพทย์ตามลำพังก่อนเพื่อขอคำปรึกษาและวิธีปฎิบัติขั้นต้นก็ได้ ครับ 3. อาการซุ่มซ่ามนั้นอาจจะเป็นเรื่องปกติของเด็กในวัยซนครับ และการตอบการพูดจาแบบกวนๆ ก็เป็นสิ่งที่เด็กวันรุ่นที่รับรู้พฤติกรรมของเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันจากโรงเรียนหรือจากสื่อต่างๆ นำเอามาเลียนแบบครับ พ่อแม่ควรให้เวลากับเขาให้มากขึ้นเพราะในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ความไกลชิด ระหว่างพ่อแม่และลูกถือว่าเป็นเรื่องสำคัญครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น อิ (iamisaree-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-01-13 19:45:42 IP : 58.8.112.63


ความคิดเห็นที่ 5 (2932818)
สวัสดีครับคุณแม่ของลูก การที่ลูกชอบขโมยเงินนั้น มีสาเหตุสำคัญอยู่ 3 ประการ ดังนี้ 1. เขาชอบทำอะไรตามสบาย โดยไม่คำนึงถึงมารยาทหรือจิตใจของผู้อื่น เช่น เมื่ออยากได้เงินก็หยิบเอาเองจากกระเป๋าสตางค์ของคุณโดยไม่ขออนุญาติ ในการนี้ คุณคงต้องคุยกับเขาและบอกให้เขาเคารพในทรัพย์สินของผู้อื่น แม้ว่าจะเป็นคนในบ้านเดียวกันก็ตาม พูดกับเขาดี ๆ ก่อน ถ้าเขายังไม่ยอมเปลี่ยนนิสัยจึงค่อยลงโทษ 2. เขาต้องการเรียกร้องความสนใจจากคุณ หรือบางทีเขาอาจมีอะไรคับแค้นใจอยู่ เลยใช้การขโมยเป็นวิธีการแก้แค้นเพราะถ้าเขาถูกจับได้ พ่อแม่ก็จะต้องอับอายและเจ็บปวด ในการนี้ คุณควรหันมาให้เวลา ให้ความรัก ความอบอุ่นกับลูกให้มากขึ้น พยายามสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างพ่อแม่ลูกให้มากขึ้น เมื่อลูกเข้าใจพ่อแม่อย่างแท้จริงแล้วเขาก็จะเลิกทำร้ายพ่อแม่ทางอ้อมแบบนี้ ไปเอง 3. เขามีปัญหาสุขภาพจิต คือ มีความสุขที่ได้ขโมย ได้สะสมของที่เป็นของคนอื่น และไม่สามารถหักห้ามใจไม่ให้ขโมยได้ คุณพ่อคุณแม่จะพบของที่เขาขโมยมาเต็มห้องของเขาไปหมด ในการนี้ ควรพาลูกไปพบจิตแพทย์เพื่อรับการรักษาต่อไป ปัญหาลูกชอบขโมยเงินขโมยของเป็น เรื่องใหญ่ ถ้าไม่รีบแก้ไขแต่เนิ่นๆ ลูกอาจจะยิ่งได้ใจที่จะทำผิดต่อไปเรื่อย ๆ และเมื่อถูกจับได้ก็อาจจะถูกดำเนินคดีทำให้เสียอนาคต ซึ่งเมื่อถึงขั้นนี้แล้วก็ยากแก่การแก้ไข การจะหาว่าใครเป็นขโมยนั้น คนที่เป็นพ่อเป็นแม่ก็จะต้องพยายามค้นหา โดยดูจากพฤติกรรมความประพฤติซึ่งน่าจะทราบได้นะครับหากพ่อแม่มีความใกล้ชิด กับลูก แต่ถ้าหากไม่ทราบนั่นก็คงเพราะพ่อแม่ไม่ได้ใส่ใจลูกเท่าที่ควรจนไม่ทราบว่า ลูกแต่ละคนมีพฤติกรรมเช่นไร ดังนั้นการสร้างความรักภายในครอบครัวระหว่างพ่อแม่และลูกเป็นสิ่งจำเป็น อย่างยิ่งเพื่ออนาคตที่ดีของลูกๆ ในวันข้างหน้านะครับ ในขณะเดียวกันก็ควรที่จะเก็บเงินและวางของมีค่าให้มิดชิดอย่าให้ง่ายต่อการ หยิบฉวยเพื่อจะได้ไม่เป็นการยั่วตายั่วใจด้วยก็จะช่วยได้ครับ สุดท้ายผมอยากจะแนะนำว่าหากเป็นไปได้ควรที่จะชวนกันรัษาศิล 5 ทั้งบ้านเพื่อจะได้เป็นการขัดเกรานิสัยลูกและในขณะเดียวกันตัวผู้ใหญ่เองก็ จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูกๆ หลานๆด้วย สวัสดีค่ะพี่ชายที่แสนดีของทุกๆ คนที่มีคำถามและไม่มีคำถาม ขอบ คุณสำหรับคำตอบนะคะ จริงๆ แล้วแม่ของลูกคนนี้ก็มีพี่ชายถึงสี่คน แต่ไม่มีคนไหนเหมือนพี่ชายคนนี้ที่คอยช่วยชี้แนะแนวทางให้คนที่กำลังมีทุกข์ กลุ้มใจ หาทางออกไม่ได้ มีแต่ซ้ำเติม ด่าทอต่อว่า ซึ่งก็จะทำให้กลุ้มใจหนักเข้าไปอีก ขอถามเพิ่มเติม ดังนี้นะคะ 1. ถ้า ลูกชายคนที่ 2 เป็นคนขโมยไปจริงๆ ตามที่ยายและแม่เข้าใจ แต่เค้าไม่ยอมรับ จะทำอย่างไรดี (ถามดีๆ ก็แล้ว ขู่ก็แล้ว แต่ยังไม่ได้ลงไม้ เพราะเห็นว่าโตแล้ว อายุ 14 ปี) ลูก คนนี้เป็นคนเฉยๆ ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยมีเพื่อน ชอบอยู่กับบ้านไปไหนนานไม่ได้ต้องชวนกลับบ้านตลอด ทั้งป้าทั้งยายเคยรักมากกว่าหลานอีกหลายๆ คน แต่ตอนนี้ยายไม่ยอมพูดด้วยเลย 2. หาก ต้องพาลูกไปพบจิตแพทย์จริงๆ ควรจะพาไปพบที่ไหน ครอบครัวอยู่ต่างอำเภอในต่างจังหวัด การรักษาเป็นแบบใด ค่ารักษาแพงไหม หากเจอคนรู้จักไปพบจิตแพทย์เหมือนกันควรจะตอบว่าลูกเป็นอะไรดี 3. ลูก สาวคนที่ 3 อายุ 13 ปี ก็เคยขโมยแต่เค้าจะยอมรับเมื่อถูกทำโทษ (ตี) แล้วสัญญาว่าจะไม่ทำอีก แต่ทุกคนไม่มั่นใจว่าเค้าจะไม่ทำอีก ลูกคนนี้ก็จะมีปัญหาเหมือนกัน คือ จะชอบทำอะไรแบบเร็วๆ รนๆ เป็นมาตั้งแต่เล็กจนปัจจุบันก็ยังเป็นอยู่ เช่น เดินสะดุดหกล้มทั้งๆ ที่ทุกคนเดินผ่านไปได้ด้วยดี ให้ล้างจานชามก็ทำแตกเกือบทุกครั้ง ให้ถือขนมหรือน้ำ ก็จะทำหกหรือตกเป็นประจำ เรียกว่าถ้ามีเรื่องให้ทุกคนหัวเราะหรือทำให้คนอื่นโมโหได้ ต้องเป็นลูกคนนี้ และเดี๋ยวนี้เค้าจะกวนมากๆ กับทุกคำถามที่ทุกคนถาม เราก็บอกเค้าว่าหากจะพูดจาแบบนี้ก็ไม่ควรจะพูดกับผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะพ่อ แม่ ป้า ยาย หรือพี่ เอาไว้พูดกับเพื่อนๆ เถอะ แต่เค้า ก็ยังกวนเหมือนเดิม จนถูกตีไปก็หลายครั้ง ก็ยังไม่เลิกนิสัยนี้เสียที เริ่มเป็นมาประมาณ 1 ปีได้ ทุกคนที่เป็นผู้ใหญ่ต้องโมโหเกือบทุกครั้งที่ถามอะไรเค้า รบกวนพี่ชายช่วยตอบทีต้องพาลูกคนนี้ไปพบจิตแพทย์ด้วยหรือเปล่าคะ ข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ * หรือเป็นเพราะทั้งสองคนเป็นลูกคนกลาง มีพี่ชายและน้องสาวคนเล็กอีก * ** จริงๆ แล้ว พ่อของพวกเค้าจบปอหก แม่จบปอตรี พ่อเค้าบอกว่าไม่รู้จะสอนลูกอย่างไร ให้แม่สอนไปคนเดียว ** *** พ่อแม่อาจไม่ค่อยมีเวลาใส่ใจลูกเท่าที่ควร พ่อสอนลูกไม่เป็น เสาร์-อาทิตย์ไปขายของ วันธรรมดาก็ทำสารพัดช่าง ไม่อยู่ติดบ้านถ้าแม่ไม่ตาม แม่ทำงาน จันทร์–ศุกร์ , เสาร์-อาทิตย์ก็ไปขายของกับพ่อ งานบ้านไม่ได้ทำ ซักเสื้อผ้าอย่างเดียว ให้ลูกช่วยล้างจานชามเช้าเย็น แต่เป็นเพราะแม่ชอบเที่ยว หากมีวันหยุดติดต่อกันหลายวันก็จะพาทุกคนไปเที่ยวพักค้างคืนตามสถานที่ต่างๆ หรือหากหยุดวันเดียวก็จะพาไปเที่ยวทะเลหรือเล่นน้ำใกล้ๆ บ้าน ***
ผู้แสดงความคิดเห็น อิ วันที่ตอบ 2009-01-13 19:48:14 IP : 58.8.112.63


ความคิดเห็นที่ 6 (3110487)
เราจะทำไงดีขโมยเงินญาติแต่่เรานอนไม่หลับ
ผู้แสดงความคิดเห็น จ..... วันที่ตอบ 2014-12-19 01:40:11 IP : 223.206.226.145


ความคิดเห็นที่ 7 (3119503)
Shiver me timbers, them"s some great inomoratifn.
ผู้แสดงความคิดเห็น 7EEa20a9AKmk (1l1k375a6-at-outlook-dot-com)วันที่ตอบ 2016-05-21 14:45:14 IP : 188.143.234.155


ความคิดเห็นที่ 8 (3120322)
Phneamneol breakdown of the topic, you should write for me too!
ผู้แสดงความคิดเห็น vseeu4JfYlsv (d3fhg6uk-at-mail-dot-com)วันที่ตอบ 2016-05-21 18:34:32 IP : 188.143.234.155


ความคิดเห็นที่ 9 (3121899)
http://steampoweredmonkey.com/norwich-union-commercial-vehicle-insurance.html http://gctek.net/insurance-auto-auction-i-buy-fast.html
ผู้แสดงความคิดเห็น l2GVoZEp0fM (sbq2ggjqcx-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2016-06-12 18:32:03 IP : 188.143.232.32


ความคิดเห็นที่ 10 (3122142)
responsible auto insurance company assessment shopping car insurance quotes online while picking extras car insurance does happen brain wave insurance quotes auto paying monthly
ผู้แสดงความคิดเห็น v7WogwN9t (nuffepi184-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2016-06-17 14:31:47 IP : 188.143.232.32


ความคิดเห็นที่ 11 (3126101)
car insurance with 1000 nectar points
ผู้แสดงความคิดเห็น UYl2RV8Lz (5ieq04k96-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2016-09-28 01:49:01 IP : 188.143.232.32


ความคิดเห็นที่ 12 (3126205)
http://lastingmemoryphotos.com/get-car-insurance-for-a-day.html
ผู้แสดงความคิดเห็น vRuPpbx0o (htjzw0z5pp-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2016-09-29 08:58:02 IP : 188.143.232.32


ความคิดเห็นที่ 13 (3126880)
http://lindnerstudent.com/louisiana-insurance-companies.html
ผู้แสดงความคิดเห็น 3H8NVSJh0Kk (z0gyzj8d-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2016-10-07 18:57:55 IP : 188.143.234.155


ความคิดเห็นที่ 14 (3127274)
http://www.onlinekreditvergleich.pw/
ผู้แสดงความคิดเห็น rW1u7Gvqwn (zeqbuz6sq7a-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2016-10-13 03:16:33 IP : 188.143.234.155


ความคิดเห็นที่ 15 (3127340)
http://onlinekreditvergleich.pw/kredit-kreissparkasse-waiblingen.html
ผู้แสดงความคิดเห็น uPCASN1t2Im (uyatum81-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2016-10-14 01:25:48 IP : 188.143.232.27



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.