ReadyPlanet.com


ร้อนใจมากค่ะ


ทำไมพี่น้องสายเลือดเดียวกันถึงไม่รักกันคะและ ทำไมลูกบางคนเพิ่งจะรู้จักตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ยามที่ท่านชรามากแล้วล่ะคะ


ผู้ตั้งกระทู้ เด็กดี :: วันที่ลงประกาศ 2005-05-05 17:18:08 IP :


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (102490)

ดิฉันคิดว่าที่คุณเด็กดีตั้งกะทู้ถามมา เป็นคำถามที่ค่อนข้างกว้างไปน่ะค่ะ กรุณาเล่าเรื่องราวที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาให้ชัดเจนกว่านี้ได้มั้ยคะ เพื่อที่จะได้เป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่จะมาช่วยตอบคำถามได้อย่างถูกต้องหรือตรงตามความเป็นจริงมากที่สุดค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องเหมา วันที่ตอบ 2005-05-07 23:30:01 IP :


ความคิดเห็นที่ 2 (102725)

สวัสดีครับคุณเด็กดี

การที่พี่น้องทะเลาะกันนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ จนเกือบจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วสำหรับครอบครัวที่มีลูกมากกว่า 1 คน เมื่อยังเป็นเด็กสาเหตุของการทะเลาะกันก็มาจากความอิจฉาในความรักความสนใจและความเอาอกเอาใจของพ่อแม่ ความอิจฉาเป็นอารมณ์ปกติที่เริ่มพบได้ในเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป  โดยจะเริ่มเห็นอารมณ์หงุดหงิด  ไม่พอใจ แข่งขันแก่งแย่งกันระหว่างพี่น้อง  หรือมีพฤติกรรมถดถอย  กลับมาเลียนแบบน้อง  มาอ้อนแม่หรือกลับมาดูดนมขวดใหม่เพื่อต้องการความสนใจจากผู้ใหญ่เพิ่มมากขึ้น

ความไม่ลงรอยกันระหว่างพี่น้องเกิดขึ้นตามธรรมชาติ  ซึ่งจะพบเห็นได้ทั่วไป  ถึงแม้ว่ามีการทะเลาะเถียงกันบ้าง  ตีกันบ้าง  แต่จะต้องไม่มีจิตใจอาฆาตหรือเป็นศัตรูต่อกัน  แต่เมื่อเติบโตขึ้นเด็กก็จะเริ่มเป็นตัวของตัวเอง ได้เรียนรู้ถึงการเป็นเจ้าของการมีกรรมสิทธิ์เกิดความหวงแหนและปกป้องสิ่งของๆ ตนเอง การทะเลาะกันก็เป็นการแสดงถึงความเป็นผู้ถือกรรมสิทฺธิของตน พูดกันง่ายๆ คือ อันนี่ของๆ ฉัน เกิดคำว่า “ต้วฉันของฉัน" ขึ้น ผลที่ตามมาคือ ทำให้ขาดสัมพันธภาพที่ดีที่พี่น้องควรจะมีต่อกัน  ขาดความเมตตา  ขาดความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในรายที่มีความรุนแรงจะพบความไม่ลงรอยกันมากจนเกิดความรู้สึกไม่เคารพนับถือกันหรือไม่ไว้วางใจกัน มีจิตใจอาฆาตหรือถือว่าเป็นศัตรูต่อกัน และอาจมีการทำร้ายกันอย่างรุนแรงได้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากให้ลูกทะเลาะกัน เราก็ต้องปูพื้นฐานเรื่องการแบ่งปันให้ลูกตั้งแต่เล็กๆ ปัญหาเรื่องการทะเลาะกันระหว่างพี่น้องก็จะลดน้อยลงไปได้ครับ

 

สาเหตุ

1. การที่มีลูกหลายคน โดยไม่ได้มีการวางแผนให้เหมาะสมกับความสามารถและภาวะเศรษฐกิจ ทำให้พ่อแม่ไม่มีเวลามากพอในการที่จะให้ความสนใจในเชิงคุณภาพ  เช่น  พอมีลูกเล็กก็ส่งลูกคนโตให้ไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด ไปจ้างเขาเลี้ยง เป็นต้น ทำให้เด็กเรียนรู้ว่าการมีน้องเป็นเหตุให้ พ่อแม่ไม่ให้ความสนใจ และทอดทิ้งตนเอง

2. พ่อแม่ลำเอียง  พ่อแม่ที่แสดงความรักให้กับคนใดคนหนึ่งมากจนออกหน้าออกตา  ส่งผลทำให้เด็กเกิดความน้อยใจ  ถึงแม้ว่าพ่อแม่จะเฝ้าบอกว่ารักลูกเพียงใดแต่พฤติกรรมที่แสดงออกยังบ่งชี้ว่าพ่อแม่สนใจเอ็นดูลูกอีกคนมากกว่า  ความอิจฉาก็ย่อมจะเกิดขึ้นได้

 

วิธีป้องกัน

1. เตรียมผู้เป็นพี่ให้เข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป  ในช่วงที่พ่อแม่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีลูกคนใหม่และช่วยให้พี่ปรับตัวเข้ากับชีวิตของครอบครัวที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป

2. ช่วยลูกคนโตให้ช่วยตัวเองมากที่สุดตามพัฒนาการ  โดยฝึกฝนให้พึ่งผู้ใหญ่น้อยลง  พึ่งพาตนมากขึ้นตามวัยในเรื่องต่าง ๆ

3. ให้พี่มีส่วนร่วมในการตระเตรียมเลี้ยงดูน้อง  พร้อมกับแสดงความชื่นชมต่อผู้เป็นพี่ ด้วยคำชมต่างๆ

4. ถึงแม้ว่าผู้เป็นพี่ จะแสดงท่าทีเหมือนไม่สนใจหรือโกรธพ่อแม่  อย่าแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบหรือตำหนิเด็ก  ขอให้อดทนและแสดงความรักต่อผู้เป็นพี่เหมือนเดิม  ให้เขารู้ว่าคุณยังรักเขาอยู่  และเป็นคนกลางในการเชื่อมโยงพี่น้องเข้าหากัน  ผ่านชีวิตประจำวัน  การเล่น  การเดินทาง  เป็นต้น  อย่าลืมให้เวลาที่จะอยู่ตามลำพังกับพี่ด้วย  เพราะเด็กทุกคนต้องการเวลาพิเศษเฉพาะส่วนตัวของเขากับพ่อแม่  มิใช่พ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งหรือต้องสลับกัน  อย่าไปแยกว่าลูกคนนี้ลูกพ่อ  ลูกคนนี้ลูกแม่  เพราะจะเป็นการทำให้เขาเกิดความรู้สึกของความแบ่งแยกและไม่เท่าเพียมกันอันจะทำให้ทุกอย่างยุ่งยากเพิ่มขึ้น
            5. ขณะที่เกิดปัญหาพี่น้องทะเลาะกัน
  ต้องให้ความยุติธรรม  ถ้าน้องชอบที่เข้าไปรื้อข้าวของของพี่จำเป็นต้องดึงตัวออกมาโดยเบี่ยงเบนความสนใจของน้องซึ่งทำให้ง่ายกว่า  ส่วนคนพี่ต้องให้รู้ว่าคุณเข้าใจความรู้สึกโกรธของลูกแต่คุณจะไม่ยอมให้เขาทำร้ายคนอื่นเด็ดขาด  ท่าทีของพ่อแม่ที่เอาจริง  หนักแน่นแต่เข้าใจความรู้สึกของคู่กรณี  จะช่วยทำให้ผ่านวิกฤตการณ์นี้ได้  ไม่ควรตัดสินว่าเป็นพี่ต้องผิดเสมอ  หรือน้องยังเด็กยังไม่รู้เรื่อง  ปล่อยไปเถิด  ถ้าตัดสินเช่นนี้หลาย ๆ ครั้ง สุดท้ายจะไม่เป็นการช่วยแก้ปัญหาในระยะยาวได้

             6. ช่วงที่พี่น้องดีต่อกัน  ต้องเข้าไปสนับสนุนการเล่นของลูก ๆ เพราะเท่ากับเป็นการบอกว่าพ่อแม่พอใจที่พี่น้องดีต่อกัน  และจะได้ช่วยให้พี่น้องปรับตัวเล่นด้วยกันได้นานขึ้น และพวกเขาจะเกิดความเรียนรู้ว่าคนเราจะอยู่กันอย่างมีความสุขได้ ด้วยการแบ่งปันโดยไม่ต้องทะเลาะกัน

มาสู่คำถามเกี่ยวกับว่าทำไมกว่าที่ลูกจะมาตอบแทนพระคุณพ่อแม่ก็เมื่อท่านแก่ชราแล้ว คำถามนี้ก็คงตอบได้ว่าผู้เป็นลูกนั้นไม่รู้จักหน้าที่ของความเป็นลูกว่า หน้าที่นั้นเริ่มตั้งแต่เกิด และก็อาจจะคิดอยู่เสมอว่าพ่อแม่ยังแข็งแรงและยังไม่ต้องการความช่วยเหลือและความสนใจจากลูก อีกทั้งคนที่เป็นลูกก็มักจะต้องให้ความสนใจกับครอบครัวที่ตนมีในปัจจุบันมากกว่าพ่อแม่ซึ่งกลายเป็นครอบครัวในอดีต แต่ครั้นมารู้ตัวก็อาจจะสายเกิดไปแล้วหรือสำหรับบางคนก็กลับตัวรู้ตัว และรู้จักหน้าที่ของลูกได้ทัน ผมขอนำตัวอย่างจากคำบอกเล่าของท่านพระพยอมมาเล่าให้ฟังดังนี้

โยมพ่อของอาตมาเป็นคนขี้เหล้า...หาเงินมาได้เท่าไหร่ก็กินเหล้าหมด พอเมาก็ดุด่าโยมแม่กับอาตมาอาตมาไม่ชอบพ่อมาก....... วันหนึ่งโยมพ่อเมากลับบ้านไม่ได้มีคนให้อาตมาพายเรือไปรับ ตอนนั้นอาตมายังเป็นวัยรุ่นทํางานมาทั้งวันก็อยากจะนอน... อยากพักผ่อน...อาตมารู้สึกโมโหมากพอพายเรือกลับบ้าน ก็ทิ้งโยมพ่อไว้ในเรือแต่พ่อเมามากลุกไม่ไหวตะโกนเรียก.. ยอม...ยอม...มาอุ้มข้าขึ้นบ้านหน่อย...ข้าขึ้นไม่ไหว เราก็ทนรําคาญไม่ไหวเดินกระทืบเท้าตึง...ตึง..ตึง กระชากร่างพ่ออุ้มในขณะที่อุ้ม.. ความรู้สึกเจ็บแค้นที่พ่อทําให้เราลําบากชอบด่าว่าเราเจ็บๆ พออุ้มพ่อขึ้นมาจากเรือ...ถึงหัวสะพาน.. ก็จับร่างพ่อกระแทกกับหัวสะพานก้นพ่อกระแทกกับพื้นไม้อย่างแรง เสียงดังโครม.... พ่อแกร้องไห้..... แล้วพูดว่า ยอมนะ... ยอม.. ข้าอุ้มเจ้ามาแต่เล็กแต่น้อย.... ข้านอนหลับ.. แต่เจ้าไม่ยอมนอน...ร้องไห้กวน.. ข้าต้องลุกมาอุ้มเจ้า...ร้องเพลงกล่อมให้เจ้านอน จะไปไหน..เจ้าเดินไม่ไหว..เจ้าเหนื่อย..ข้าก็ต้องอุ้มเจ้า..ทั้งที่ข้าก็เหนื่อย ข้าอุ้มเจ้า..เจ้าทั้งขี้..ทั้งเยี่ยว..ใส่ข้า แต่ข้าไม่เคยทุ่มเจ้าลงกับพื้นเลย.... เพราะ ข้ารักเจ้า...... วันนี้...เจ้าอุ้มข้า เหล้าข้าไม่ได้หกโดนเจ้าสักนิด เจ้าทุ่มข้าลงพื้นทําไม...พอพ่อพูดจบ น้ำตาไม่รู้มาจากไหน มันไหลพรูลงมาอาบสองแก้มอาตมาเจ็บปวดหัวใจเหลือเกิน ก้มลงกราบเท้าพ่อ แล้วพูดว่าพ่อครับ ต่อจากนี้ไป ผมจะอุ้มพ่อตลอดชีวิต โดยไม่บ่นและทุ่มพ่อลงพื้นอีกแล้วครับ หลังจากนั้นอาตมาทํางานอย่างหนักเพื่อมาให้พ่อหวังให้พ่อสบายขึ้น แต่เมื่อถึงวันนั้นมันก็สายไปแล้ว โยมพ่อได้จากอาตมาไปแล้ว คิดแล้วมันทรมานใจเหลือเกินอาตมาทําผิดพลาดไปแล้ว และแก้ไขไม่ได้ จึงอยากเตือนทุกคนเอาไว้ ไม่อยากให้เสียใจไปตลอดชีวิต .............

พ่อแม่ได้ทำหน้าที่ของท่านทั้งสองตั้งแต่คุณเกิด ลืมตาดูโลก และคุณละในฐานะลูกได้ทำหน้าที่ของลูกแล้วหรือยัง?...... หน้าที่ลูกเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องมีใครมาบอก ไม่ต้องให้ใครมาเตือน เพราะว่าหน้าที่ความเป็นลูกนั้นมันติดตัวคุณมาตั้งแต่คุณเกิดมาเป็นสิ่งที่มีชีวิตที่เรียกว่า “มนุษย์”  ยกเว้นว่าคุณไม่ใช่สิ่งที่มีชีวิตประเภทนี้ ทุกครั้งที่คุณยกมือขึ้นไหว้พระ คุณต้องถามตนเองว่า “พ่อแม่” ซึ่งท่านทั้งสองคือพระที่บ้าน พระองค์แรกในชีวิตของคุณนั้นท่านอยู่สุขสบายดีหรือไม่? ทั้งหมดคงอยู่ที่ตัวคุณทั้งหลายครับ..

ผู้แสดงความคิดเห็น พี่ชาย วันที่ตอบ 2005-05-08 12:40:47 IP :


ความคิดเห็นที่ 3 (3120997)
Alighrt alright alright that"s exactly what I needed!
ผู้แสดงความคิดเห็น j7waW9TRx (ggklo6rlav-at-outlook-dot-com)วันที่ตอบ 2016-05-25 22:18:04 IP : 188.143.234.155


ความคิดเห็นที่ 4 (3121199)
This is way more helpful than anhtying else I"ve looked at.
ผู้แสดงความคิดเห็น 1TslyUqyim3 (ec9lxew4dqq-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2016-05-26 22:53:40 IP : 188.143.232.27


ความคิดเห็นที่ 5 (3123029)
http://angelasmith.us/alico-car-insurance-egypt.html
ผู้แสดงความคิดเห็น 8qyXteqhWnXi (88ue9fcygk-at-outlook-dot-com)วันที่ตอบ 2016-07-15 09:10:19 IP : 188.143.234.155


ความคิดเห็นที่ 6 (3125875)
ny car insurance requirements
ผู้แสดงความคิดเห็น yoexaKZkyXVA (xyff4r0chp-at-outlook-dot-com)วันที่ตอบ 2016-09-25 01:29:39 IP : 188.143.232.32


ความคิดเห็นที่ 7 (3126571)
http://carinsuranceratescud.top/WI/Beaver-Dam/free-auto-insurance-quotes/
ผู้แสดงความคิดเห็น of5kaD1NLut (d6ixbax2-at-outlook-dot-com)วันที่ตอบ 2016-10-04 06:22:07 IP : 188.143.234.155



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.