ReadyPlanet.com


เมื่อคู่ชีวิต ไม่เหมือนเดิม


เราคบกันมานานมาก กว่าจะแต่งงานกัน หลังจากคบกันมาได้ 18 ปี เราก้อเลยแต่งงานกันและตัดสินใจที่จะมีลูกเลย เพราะเราอายุมากด้วยกันทั้งคู่ หลังจากแต่งงานกันเราก้อตั้งท้องเลย ช่วงนั้นสามีเริ่มเปลี่ยนไป จากที่เคยอยู่บ้าน ก้อเริ่มออกข้างนอกกินดื่ม และกลับเข้ามาตอนเช้า ท้องเราก้อใหญ่ขึ้นทุกวัน จนไม่สามารถทำอะไรเองได้ถนัด อายุครรภ์เริ่มมากขึ้น สามีก้อยังทำพฤติกรรมเหมือนเดิม โดยไม่สนใจว่าภรรยาจะคลอดตอนไหน หรือจะเกิดอุบัติเหตุเมื่อใดหลังจากที่เราคลอดลูกสาวก่อนกำหนด เพราะทำงานหนัก สามีก้อดีขึ้น รักลูกมาก แต่ไม่สนใจเราเลย บางครั้งพูดอะไรก้อไม่ถนอมน้ำใจ ทุกวันนี้ เราต้องทำงานนอกบาน สามีไม่มีงานทำ เราก้อให้ดูแลลูก แล้วก้อขับรถรับ-ส่งเรา ทุกวันหยุดเค้าจะต้องออกนอกบ้านโดยให้เหตุผลว่ามีธุระแต่ไม่บอกว่าธุระอะไร เวลาคุยก้อจะต้องมีเหตุให้ทะเลาะกันทุกครั้งจนเราเบื่อที่จะถามเบื่อที่จะทะเลาะกัน เราเบื่อชีวิตครอบครัว เสียดายเวลาที่เราคบกับเค้ามาเกือบ 20 ปี ไม่ช่วยให้เราเรียนรู้และเข้าใจเค้าได้เลย


ผู้ตั้งกระทู้ คนด้อยค่า :: วันที่ลงประกาศ 2009-08-03 18:29:13 IP : 58.137.222.50


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3057566)

สวัสดีครับคุณคนด้อยค่า

มีคนเคยพูดว่า เวลาทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป ซึ่งดูเหมือนว่ามันก็เป็นจริงตามนั้นเพราะเป็นไตรลักษณ์ อันหมายถึง ลักษณะทางธรรมชาติ 3 ประการ คือ “อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา”

อนิจจัง คือทุกสิ่งทุกอย่างไม่เที่ยง เป็นอนิจจัง ซึ่งเป็นกฎของธรรมชาติ ไม่ว่าอะไรก็ไม่ยืนยงคงอยู่ ดูโลกที่เราอยู่นี้ก็เปลี่ยนสภาพมาหลายครั้งหลายครา ที่เคยเป็นภูเขาก็กลายเป็นทะเลจมอยู่ใต้น้ำ และคงจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ตัวเราเองก็ไม่มีอะไรคงสภาพเดิม นอกจากเรื่องทางกายภาพที่เป็นอนิจจังแล้ว ทุกสิ่งไม่เที่ยง แม้เรื่องทางอารมณ์ค วามรู้สึกนึกคิด ความสุขความทุกข์ก็เปลี่ยนแปลงให้เราเห็นได้ทุกวัน

ทุกขัง หมายถึงว่าทุกสิ่งเป็นทุกข์ ในส่วนของความสุขเองก็มีทุกข์แฝงอยู่ กลัวจะไม่ยั่งยืน เปลี่ยนแปรไปได้เพราะเป็นกฎของธรรมชาติ ดังนั้นเมื่อมีทุกข์เกิดขึ้นกับใครก็ตาม หากคนที่มีทุกข์ไม่เก็บความทุกข์นั้นไว้ปล่อยมันไปมันก็จะคงอยู่และแตกดับไปเช่นเดียวกัน แต่คนเราส่วนใหญ่ที่ยังทุกข์อยุ่เพราะไม่ปล่อยวางความทุกข์ แต่เก็บไว้ถือไว้ยึดไว้ก็เลยต้องทุกข์ และทุกข์ก็จะยิ่งมากขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะไม่ว่าอะไรที่ถือไว้นานๆ มันก็จะหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จริงไหมครับ


อนัตตา ซึ่งแปลตามตัวว่าไม่มีอัตตาซึ่งหมายถึงไม่มีตัวตน ซึ่งมิได้หมายความว่าไม่มีตัวไม่มีตนทางกายภาพ จึงควรแปลว่าไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน อันหมายถึงว่าสิ่งที่ว่าเป็นตัวนั้นก็ไม่ใช่ตัว ตัวเราก็ไม่ใช่ของเรา คนที่เรารักของที่เราชอบจริงๆ แล้วก็ไม่ใช่ของเราทั้งนั้น เป็นเพียงข้อสมมุติทั้งสิ้น ความจริงแล้วไม่มีอะไร ตัวตนที่ชื่อนั้นชื่อนี้ไม่ช้าก็สลายกลายเป็นดินทั้งสิ้น

มนุษย์ทุกผู้ทุกนามมักจะคิดอยู่เสมอว่าความรักไม่มีวันตาย แต่ในความเป็นจริงก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ที่แน่ๆ คือมันเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาเช่นกัน จะมากขึ้นหรือน้อยลงเท่านั้น  สิ่งที่หลายๆ คนพูดเกี่ยวกับความรักก็คือ คนเรามีความรักได้ไม่จำกัดและไม่มีวันหมด ซึ่งหากจะพูดถึงคนเจ้าชู้ก็ต้องบอกว่าใช่ แต่สำหรับคนที่รักเดียวใจเดียวความรักก็มีมากไม่น้อยกว่าคนเจ้าชู้คือมีไม่จำกัดเช่นกันแต่มีให้กับคนเพียงคนเดียว....ส่วนสิ่งที่มนุษย์มีจำกัดคือ "ความอดทน" นั่นหมายถึงยิ่งรักมาก ก็ต้องยิ่ง "อดทน" กับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อให้รักนั้น... ยั่งยืน แต่ในทิศทางตรงกันข้าม เมื่อใด สิ้นรัก เมื่อนั้น "ความอดทน" ก็หามีไม่ สิ่งใดเคยอดทนได้ สิ่งใดเคยเห็นดีเห็นชอบ ....กลับกลายเป็นขวางหูขวางตา...ทั้งๆที่อีกฝ่ายหนึ่งกระทำตน อย่างเสมอต้นเสมอปลายอย่างที่คุณคนต้อยต่ำกำลังประสบอยู่.....คงเป็นเพราะ ความรักที่วางอยู่บนเงื่อนไขและความคาดหวังที่เกิดจากใจเราต่างหากที่ทำให้........ "เรา " เป็นฝ่ายทอดทิ้ง "รัก " นั้นให้จบลง.....แต่...ยังมีความจริงอีกสิ่งหนึ่ง ที่ความรักของเราอาจจบลง ทั้งๆที่ความรู้สึกรักยังมีอยู่เต็มหัวใจเพียงแต่การถูกกระทำ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่ง "ความอดทน".....บอกให้เราต้องไป.... ไปทั้งๆที่ยังรัก เพราะ หากรักแล้วต้องเจ็บ ต้องซ้ำ ทางเลือกที่ดีที่สุด......ก็น่าจะหมายถึง " การจาก "

ผมเข้าใจว่าคุณต้อยต่ำกำลังมีความสับสนในหลายๆ เรื่องในชีวิต...สับสนในการกระทำและว้าวุ่นที่ต้องการคำตอบอย่างเบ็ดเสร็จเพราะความอดทนดูเหมือนจะลดลงทุกวัน..... ผมคงตอบไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสามีของคุณ แต่ผมตอบได้อย่างหนึ่งว่าสามีของคุณก็กำลังสับสนเพราะต้องตกงาน ว้าวุ่นกับการที่ไม่ใช่หลักของครอบครัวอีกต่อไป ดูแล้วก็น่าอึดอัดใจอยู่พอสมควร ผมคงไม่ใช่ตัวแทนแก้ต่างให้กับใครแต่ผมเพียงอยากจะให้คนที่ใช้เวลาร่วม 20 ปีบ่งเพาะความรักมานานต้องจบลงเพราะความสับสนและว้าวุ่นใจ ........ผมสังเกตุได้ประการหนึ่งคือเขาอยู่บ้านในวันที่คุณไม่อยู่บ้านคือวันทำงาน แต่พอวันหยุดคุณอยู่บ้านแต่เขาจะออกไปนอกบ้าน... ผมไม่ทราบว่าคนตกงานจะมีเงินทองใช้จ่ายมากกมายแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ คือเขาอาจจะดูน่าอับอายที่ต้องตกอยู่ในฐานะของผู้ชายหัวหน้าครอบครัวที่ไม่มีงานทำ... ทำไมคุณไม่ลองมองหาโอกาสให้สามีคุณทำงานอาจจะเข้าร่วมอบรมโครงการสร้างอาชีพต่างๆ ให้เขามีกำลังใจว่าปัญหาตกงานไม่ใช่ปัญหาใหญ่ และคุณเองก็พร้อมที่จะยืนเคียงข้างเขาเสมอ ไม่ใช่ด้วยการให้เงินแต่ด้วยการให้เขาสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวเขาเองซึ่งนอกจากจะทำให้เขาภาคภูมิใจแล้วยังทำให้เขาใช้เวลาที่มีในการทำงานให้คุณได้เห็นและเกิดความสบายใจด้วยละครับ คุณอาจจะลืมไปแล้วว่าในวันแรกๆ ที่คุณรู้จักกันคุณเป็นเช่นไร คุณทำอย่างไร พูดอย่างไร จึงทำให้เขาสนใจในตัวคุณ ลองหวนดูอดีตที่น่ารักระหว่างคุณทั้งสองดูบ้างก็น่าจะทำให้การพูดคุยกันเป็นไปได้ด้วยความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจกันนะครับ สุดท้ายผมขอฝากไว้ว่าบ้านที่น่าอยู่คือบ้านที่เย็นไม่ใช่ด้วยเครื่องปรับอากาศครับแต่ด้วยความเข้าใจที่ดีระหว่างคนที่อยู่ในบ้านนั้น

ผู้แสดงความคิดเห็น พี่ชาย (love4home-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-08-04 08:57:45 IP : 58.8.187.144


ความคิดเห็นที่ 2 (3057951)

พี่ชาย...

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับคำแนะนำ จริงๆแล้วเค้าเคยขอให้ออกจากงานเพื่อที่จะมาดูแลลูกส่วนเค้าจะไปหางานทำเอง แต่เศรษฐกิจขอลงอย่างนี้น้องไม่กล้าเสี่ยงเพราะเงินเดือนน้องมากกว่าที่เค้าหาได้ค่ะ ก้อบอกให้เอาลูกไปฝากเนิสเซอรี่ เค้าก้อบอกว่าน้องไม่รักลูกน้องอธิบายเหตุผลให้เค้าฟัง ลูกยังงัยเราก้อรัก แต่ถ้ามันเป็นข้ออ้างที่จะให้น้องออกจากงาน น้องไม่เห็นด้วยเพราะเรามีค่าใช้จ่ายสูง รวมทั้งหนี้สินเพราะตอนคลอดน้องหมดเงินเยอะมากค่ะ ยอมรับว่าเครียดมาก ยิ่งมารู้จากแฟนของเพื่อนเค้าว่าตอนที่ท้องเอาเงินไปทิปนักร้องห้องอาหารหมดเงินเป็นหมื่น เค้าหน้าใหญ่ค่ะถ้าเพื่อนฝูงมาจะชวนไปทานไปเที่ยวนอกบ้านโดยไม่บอกน้องสักคำ ปล่อยให้น้องซึ่งตอนนั้นท้องใหญ่มากอยู่บ้านคนเดียว และเป็นแบบนี้วันเว้นวันเลยค่ะ  ถามค้าว่าเสียดายเงินบ้างมั้ยทำหาไม่ได้ใช่ แต่กลับเอาไปให้ใครก้อไม่รู้ที่มาออดอ้อน บริการแค่เพียงไม่กี่ชั่วโมงแล้วก้อได้เงินไป ลูกก้อใกล้คลอดทำมั้ยไม่เก็บเงินให้ลูก เค้าตอบว่าเค้าเสียดาย แต่เค้าก้อทำอีกนะค่ะ เพียงแต่ว่าเงินหมดแล้ว กินน้อยหน่อย พี่ชายทำมัยเค้าไม่คิดหละค่ะว่าตัวเองไม่มีรายได้ ทำไมไม่ประหยัด ไม่ขนขวาย น้องเห็นเค้าติดต่อเพื่อนให้ช่วยเรื่องงาน แต่ก้อไม่เห็นมีอะไรคืบหน้า เคยแนะนำว่าลองติดต่อขอซื้อของเก่าสิ เพราะรายได้ดี เค้าก้อโบ้ยให้เราเป็นคนติดต่อส่วนเค้าเป็นคนเข้าไปรับเอง ซึ่งน้องก้อบอกเป็นแนวทางให้แต่จะให้น้องลงมือเองไม่ได้เพราะเราต้องทำงานประจำ ทุกอย่างเค้าต้องให้เราออกหน้า ซึ่งมันดูแปลกมั้ยค่ะ เค้าต้องการเป็นหัวหน้าครอบครัวแต่เค้ากลับไม่ยอมทำอะไรเองเลย เหมือนคนขี้ขลาด เคยพูดให้กำลังใจเค้าต่างๆนาๆ ทั้งน้องและคุณแม่ของเค้า แต่น้องคิดว่าเค้าทำตัวเองค่ะ เค้าไม่แสดงความเป็นลูกผู้ชายหรือหัวหน้าครอบครัวให้น้องได้ภูมิใจในความเป็นสามีเลยค่ะ ตอนนี้ครอบครัวของน้องยังไม่รู้ว่าเค้าเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ มีเพียงพี่สาวที่สนิทกันเท่านั้นที่รู้และคอยให้กำลังใจและกำลังทรัพย์เกื้อหนุนน้องมาตลอดพี่ชายค่ะน้องอาจจะคาดหวังจากเค้ามากเกินไปแต่พี่ชายรู้มั้ยค่ะว่าเวลาที่เค้าพูดออกมามันแสดงถึงความเห็นแก่ตัวตลอดเวลาจนน้องเคยคิดว่าตัวเองตาบอดได้ถึงขนาดนี้เลย แอบหลอกตัวเองว่าสักวันเค้าย่อมดีขึ้น แต่มันเหมือนกับว่าสถานะการณ์ในบ้านจะยิ่งแย่ลง น้องเองก้อหมดกำลังใจ เหนื่อยมากๆๆค่ะ ทุกวันนี้ตื่นเช้ามาก้อรีบทำธุระตัวเองให้เสร็จแล้วจัดการลูกสาวต่อ แล้วก้อปลุกเค้าขับรถไปส่งน้องแล้วก้อกลับบ้าน โดยทุกครั้งจะต้องนำลูกสาวไปด้วยเพราะครอบครัวเราเล็กค่ะ อยู่กัน 3 ชีวิตค่ะ หลังจากนั้นเค้าก้อนอนค่ะพร้อมลูกงานอื่นนอกเหนือจากซักผ้าลูก 3 วันซักครั้ง ล้างขวดนม ก้อไม่ทำอะไร พี่ชายค่ะเป็นไปได้มั้ยค่ะที่เราจะต้องบอกว่าคุณควรทำอะไรบ้างเช่นล้างจานซึ่งบางที่เกือบอาทิตย์ ซักผ้าที่มันพูนจนล้น2ตะกร้า หญ้าที่สูงเกือบถึงเข่าบ้านที่ฝุ่นจับหนาของรกไม่เป็นที่ จนน้องทนไม่ไหวต้องทำเองทั้งๆที่เคยขอให้เค้าทำบ้างเพราะเราไม่ไหว ตอนกลางคืนต้องชงนมให้ลูกดื่ม3 เวลา เที่ยงคืน ตี3 ดึ5ถ้าวันไหนลูกไม่สบายตัวก้อจะงอแง น้องก้อตื่นทุกครั้งที่ลูกร้อง ส่วนเค้าหลับค่ะ ก้อเลยไม่เข้าใจว่านอนทั้งวันไม่พออีกเหรอ ชีวิตครอบครัวเหมือนต่างคนต่างอยู่ ความเป็นสามี ภรรยาแทบไม่ต้องพูดถึง หลังจากคลอดน้องเราแทบจะไม่เคยนอนกอดกันอย่างอื่นคงไม่ต้องพูดถึงนะค่ะพี่ชาย ทำให้เราคิดมากว่าที่เค้าบอกว่าไปธุระนอกบ้านทุกเสาร์-อาทิตย์ และเป็นเวลาเดียวกันทุกครั้งเค้าไปไหนกันแน่ ยิ่งเค้าเคยพูดกับเพื่อนเค้าแล้วพี่เขยได้ยินว่าให้เงินเด็กในร้านอาหารแล้ว ยิ่งทำให้น้องคิดมากค่ะ ยอมรับค่ะว่าเราไม่ทันเค้าเพราะเราเชื่อใจเค้ามาตลอดงัยค่ะ พี่เขยเคยเตือนให้ดูแลรูปร่างและหมั่นดูแลเรื่องการแต่งตัวเพราะเค้าจะเบื่อ พี่เค้าพูดเป็นนัยๆ แต่ตอนนั้นไม่ทันได้คิดว่าเพราะสาเหตุนี้เองพี่เค้าไม่พูดตรงๆให้เราเสียใจค่ะ พี่ชาย น้องขอคำปรึกษาหน่อยนะค่ะว่าน้องควรทำยังงัย เค้าไม่ยอมบอกแม้กระทั่งชื่อเพื่อนที่ไปด้วยกันหรือไปออกกำลังกายด้วยกันเค้าปิดน้องหมด เพราะเค้ารู้ว่าน้องตามเค้าไปไม่ได้ต้องดูแลบ้าน ดูแลลูกค่ะ ขอบคุณพี่ชายนะค่ะ อาจจะยาวหน่อย นี่แหละค่ะเป็นเพียงเสี่ยวหนึ่งของน้อง

ผู้แสดงความคิดเห็น น้องผู้ด้วยค่า วันที่ตอบ 2009-08-04 17:15:30 IP : 58.137.222.50


ความคิดเห็นที่ 3 (3058095)

สวัสดีครับคุณน้อง

ระยะเวลาที่คบกันมานานถึง 18 ปีก่อนที่จะตัดสินใจแต่งงานกันของคุณทั้ง 2 จะเรียกว่าคุณไม่รู้จักเขาดีก็คงไม่ถูกครับ ผมว่าคุณนะรู้จักเขาดีแต่คุณมีความเชื่อมั่นว่าเขาต้องเป็นคนดีได้อย่างที่คุณคาดหวังเอาไว้ซึ่งข้อนี้คงเป็นความเชื่อที่ผิดครับ เขาเป็นได้อย่างที่เขาเป็นและหากคุณจะรักเขาก็ต้องรักในอย่างที่เขาเป็น ประกอบกับความรักที่คุณมีคงมากจนมองเห็นแต่ในสิ่งที่คุณอยากจะเห็น และรับรู้ได้เท่าที่เขาต้องการให้คุณรับรู้.... ผมถือว่าเวลา 18 ปีเป็นเวลาที่ยาวนานมากครับ และหลายๆ คู่ไม่มีความอดทนรอได้นานเท่าที่คุณทั้ง 2 มี ที่ผมพูดไม่ได้จะต้องการจะเจาะเวลาคุ้ยหาอดีตอะไร แต่อยากจะบอกว่าความอดทนที่คุณให้กันนานถึง 18 ปีน่าจะเป็นข้อพิสูจน์อะไรๆ ได้บางอย่างและหมายถึงยังมีอะไรดีๆ บางอย่างที่คุณทั้ง 2 คนมีและคู่รักอื่นๆ ไม่มี... ผมคงไม่รู้จักสามีคุณดีเท่ากับที่คุณรู้จัก แต่ผมบอกได้ประการหนึ่งว่าสามีคุณทราบดีว่าอะไรดีอะไรไม่ดี และรู้ว่ารักที่แท้นั้นรออยู่ที่ในบ้านไม่ใช่อยู่นอกบ้าน

คุณน้องครับ ผมอยากให้คุณเริ่มต้นด้วยการปรับปรุงตัวเสียใหม่ครับ คือดูแลร่างกายให้ดูดีและแต่งกายให้สดใสสวยงามในแบบอย่างที่สามีคุณชอบ อย่าบอกนะว่าไม่ทราบว่าเขาชอบอย่างไร เอาให้สวยจนสามีหึงนะครับ...ผมเชื่อว่าคนเรานั้นการจะใส่โช่ตรวนควบคุมคนที่เรารักมันทำได้ลำบากครับ และยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เพราะทิฐิของคนนั้นสูง การจะมัดใครให้อยู่บ้านได้ต้องให้เขาสมัครใจอยากอยู่และไม่อยากจะออกไปไหนด้วยตัวของเขาเองครับ

ผมเข้าใจว่าในขณะที่คุณอยากได้ยินเขาบอกว่ารักคุณแต่คุณเองก็ไม่เคยบอกว่ารักเขาเลย หากคุณเริ่มต้นด้วยการบอกว่ารักเขา และรักมากแค่ไหให้เขาได้ยิน บอกบ่อยๆ เขาก็จะรู้ว่าเขาควรจะตอบสนองความรักคืนให้กับคุณได้อย่างไร มันเป็นความจริงประการหนึ่งครับว่า คนที่รู้จักกันยิ่งนานมักจะไม่ค่อยมีความเกรงใจกัน และความไม่เกรงใจกันนี้มักจะถูกแสดงออกด้วยคำพูดในอย่างที่คุณได้ยิน ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดความร่วมมือในการทำงานบ้านก็ดูจะเป็นเรื่องลำบาก อันที่จริงผมคิดว่าเขาทราบดีว่าคุณเหนื่อนจากการทำงานแต่คุณเองอาจจะไม่เคยแสดงออกว่าคุณเหนื่อยแค่ไหน บางครั้งมายาหญิงที่คุณเคยรู้จักก็น่าจะถูกนำออกมาใช้บางนะครับ หรือหากคุณเป็นคนที่ชอบทำอะไรตรงไปตรงมา ผมก็ขอแนะนำให้บอกเขาไปในทำนองว่าเหนื่อย เช่นนั่งมาในรถก็เล่าความลำบากในการทำงานปัญหาที่ต้องพบให้เขาฟังทำนองคุยให้ฟัง พอกลับบ้านก็บอกว่าคุณเหนื่อย และอยากขอให้เขาช่วย เช่นคุณกำลังทำกับข้าวอยู่ก็บอกเขาให้ช่วยทำอีกอย่างหนึ่งเช่นไปทิ้งขยะให้หน่อย และก็กล่าวขอบคุณล่วงหน้าไปเลย เพราะการขอความร่วมมือพร้อมกับการกล่าวขอบคุณล่วงหน้าจะเป็นภาษาดอกไม้ที่สามียากจะปฏิเสธได้ และหากคุณใช้ภาษาดอกไม้บ่อยๆ คุณก็จะได้คนช่วยงานบ้านที่เต็มใจจะช่วยอยู่เสมอครับ การพูดคุยถามไถ่เรื่องทั่วๆ ไปก็เป็นสิ่งที่หลายๆ ครอบครัวลืมที่จะนำมาเป็นจุดเริ่มต้นของการสนทนากัน การใช้คำพูดนั้นเป็นเรื่องสำคัญครับต้องระมัดระวัง และเน้นความอ่อนหวานเข้าไว้ จะได้ดูเหมือนว่าคุณไม่ได้ออกคำสังให้เขาทำอะไร

เวลานี้คุณบอกว่ามีภาระค่าใช้จ่ายหลายประการ หากนำมาตีแผ่ในทำนองให้ช่วยกันคิดและเพื่อให้เขารับรู้ว่ารายจ่ายมีอะไรรออยู่บ้าง ลูกกำลังจะโตจะให้เข้าเรียนที่ไหนดี เพื่อเขาจะได้รู้ว่า...เอ..เราจะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเหมือนเดิมคงไม่ได้แล้ว ต้องช่วยกันประหยัดบ้าง และการจะควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีอย่างหนึ่งคือ อย่าเอาเงินในอนาคตมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นในรูปของบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดขอแนะนำให้เลิกไปเลยจะดีที่สุดครับ

ผมเชื่อว่าหากสื่อสารกันบ่อยๆ และอยู่บนพื้นฐานของความอ่อนโยนคุณก็จะได้รับการตอบสนองในทางที่ดีขึ้นครับ และเมื่อถึงวันนั้นคุณก็คงไม่ต้องคิดทำตัวเป็นนักสืบให้หงุดหงิดหัวใจหลอกครับ เพราะคุณมีโซ่ตรวนของความรักและความเข้าใจมาคอยดึงรั้งเขาไว้อยู่แล้ว.......ผมคงไม่สามารถจะรับประกันอะไรได้เหมือนกับครีมบางยี่ห้อที่รับรองความเปลี่ยนแปลงภายใน 7 วัน แต่ผมว่าหากคุณอยากจะเห้นการเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามคงต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงตัวคุณเองก่อนครับ ทำให้เขารู้ว่าทุกวันนี้เขานะโชคดีแค่ไหนที่มีภรรยาที่ทั้งสวยและดีอย่างคุณ..........

ผู้แสดงความคิดเห็น พี่ชาย (love4home-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-08-04 20:17:46 IP : 58.8.187.144


ความคิดเห็นที่ 4 (3058660)

ขอบคุณค่ะพี่ชาย........ข้อคิดของพี่ชายเหมือนน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจจังเลย เหมือนมีพี่ชายใจดี มาคอยปลอบและให้กำลังใจ บางครั้งคนเรามันถึงทางตัน จะไปคุยปัญหาอย่างนี้กับคนที่รู้จักก้อค่อนข้างลำบากใจค่ะพี่ชาย น้องจะพยายามนะค่ะ ปิดตาสักข้าง ลดอารมณ์น้อยใจลงค่ะ และจะปรับปรุงตัวเองเอาให้เริ่ดเลยค่ะพี่ชายแล้วจะแจ้งผล ให้ทราบนะค่ะ ว่าโอ.เค หรือเปล่า

ป.ล พี่ชายช่วยเตรียมแผน2ด้วยนะค่ะ กันผลาด เพราะสอบตกวิชามารยา 500 เล่มค่ะ อิ อิ

น้องสาว

ผู้แสดงความคิดเห็น น้องของพี่ชาย วันที่ตอบ 2009-08-05 15:20:20 IP : 58.137.222.50


ความคิดเห็นที่ 5 (3111063)
This is exactly what I was looking for. Thanks for writnig!
ผู้แสดงความคิดเห็น xNVsfEwbeW (wspxauq2-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2015-01-30 17:18:42 IP : 183.192.231.38


ความคิดเห็นที่ 6 (3111840)
I came, I read this article, I coudenreq.
ผู้แสดงความคิดเห็น uyfnJgRC5UN (00crsrmtv0o-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2015-01-31 22:07:32 IP : 190.38.186.26


ความคิดเห็นที่ 7 (3114217)
doctor bought vintage auto insurance IL because quite policies effectively cheapest vintage auto insurance Virginia insurance services costs insurance auto basic liability financial cheapest vintage Virginia car insurance drive
ผู้แสดงความคิดเห็น qrUPOvJdzs (frz550cb3i-at-mail-dot-com)วันที่ตอบ 2015-02-10 07:35:43 IP : 117.169.1.89


ความคิดเห็นที่ 8 (3116175)
determine how online cheap insurance simple guide much coverage insurance auto everyone wants record before cheap nj auto insurance full year shopping car insurance premiums expired then
ผู้แสดงความคิดเห็น xdLMSYUTXIOs (j21dt9820xs-at-outlook-dot-com)วันที่ตอบ 2015-02-21 19:50:35 IP : 220.208.151.119



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.