ReadyPlanet.com


อยากรู้ว่าใครคนนึงชอบเราอยู่รึเปล่าต้องทำยังไง


อยากรู้มากๆ


ผู้ตั้งกระทู้ ดาว :: วันที่ลงประกาศ 2009-08-10 23:07:01 IP : 118.174.114.93


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3063098)

สวัสดีครับคุณดาว

การที่ใครคนหนึ่งรูสึกชอบคนอีกคนๆ หนึ่งก็ต้องดูจากการแสดงออกครับ เพราะคนที่เขาชอบคุณก็ย่อมต้องพยายามสื่อสารให้คุณรู้ว่าเขาชอบคุณอยู่แล้วอาจจะด้วยภาษากายหรือการแสดงออกและภาษาพูด โดยปกติการสื่อสารที่ง่ายที่สุดก็คือด้วยการใช้ภาษาพูด แต่เกี่ยวกับการชอบกันนี่มันก็มีความกลัวเข้ามาแซกครับ ที่ว่ากลัวก็คือกลัวเสียหน้า หากจะพูดจะบอกว่าชอบ....แล้วเกิดเขาหรือเธอไม่ชอบเราหน้าก็จะแตก ซึ่งนั่นก็คือการเสียฟอร์มไปในที่สุด หากเสียฟอร์มบ่อยๆ ก็จะเป็นการทำลายความเชื่อมั่นให้กับตนเองเกี่ยวกับเรื่องมีเพื่อนต่างเพศได้ ทำให้วันหลังความกลัวนี้ก็จะเพิ่มขึ้นจนไม่กล้าที่จะชอบใครอีก... ดังนั้นการสื่อสารที่ไม่ทำให้เสียฟอร์แต่สามารถสื่อให้คนที่เล็งเอาไว้รู้ว่าตนเองชอบก็มักจะเริ่มต้นด้วยการสื่อสารทางกายด้วยการแสดงออกในลักษณะต่างๆ และในเวลาเดียวกันก็พยายามสื่อสารด้วยคำพูดออกมาแบบแซว หรืออาจจะหาผู้ช่วยส่งสารอย่างเพื่อนของคนที่คุณถามถึง และจบลงด้วยการสื่อสารด้วยตนเองเมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่หน้าแตกแน่นอน ขั้นตอนอาจจะเป็นเช่น

1.เวลาเดินสวนกัน ชอบเอามือมาแตะ หรือพยายามชนเรา แบบว่า ให้โดนตัวเรา หรือชอบแกล้งเวลาเจอกัน
2.บังเอิญเจอกันบ่อยๆ มากๆ แบบว่าไม่น่าเจอก็เจอ
3.แอบมองเรา เวลาเราหันไปเจอก็หลบสายตา หรือไม่ก็แกล้ง ทำเป็นตินู่นตินี่ในตัวเรา ประมาณนั้น
4.เวลาเราขอให้ช่วยอะไรก็ ช่วยเหลือเราเสมอ แม้เราไม่ขอให้ช่วยก็ช่วย
5.เพื่อนสนิทของเขา ชอบล้อว่าเขาชอบเรา โดยที่ เราไม่ได้มีท่าทีอะไร หรือ ไม่เคยมีใครล้อมาก่อน (ต้องเป็นเพื่อสนิทจริงๆ นะครับไม่ใช่ล้อกันเล่น)

หลังจาก 5 กรณีของการใช้ภาษากายหรือสื่อผ่านคนอื่นแล้วการแสดงออกก็จะเริ่มพัฒนาไปสู่การใช้ภาษาพูดครับ

1.กรณีมีเบอกัน เขาจะโทรหาบ่อยๆ ครั้งล่ะนานๆ หรือไม่ก็ บ่อยและนานกว่าเพื่อนคนอื่น
2.ชอบชวนไปไหนด้วยกันบ่อยๆ และไม่ค่อยอยากให้เรากลับเร็ว
3.ให้ของขวัญในโอกาศพิเศษ บ่อยๆ เช่น วันเกิด วาเลนไทน์ ปีใหม่ แม้จะเป็นของเล็กๆน้อยๆ นั่นก็แสดงถึงว่าเขาใส่ใจในตัวเรา เป็นต้น

สรุปได้ง่ายๆ ว่าหากมีใครทำท่าเหมือนชอบเราคนๆ นั้นก็ต้องพยายามมาทำดีด้วยกับเราทั้งทางตรงและทางอ้อม และก็ต้องส่งสัญญาณให้รู้ว่าชอบเราด้วยการแสดงออกต่างๆ เพื่อค้นให้พบว่าเรามีท่าที่อย่างไรกับเขา และถ้าเป็นไปในทางบวกการพูดคุยก็จะเกิดขึ้น ถี่ขึ้น บ่อยขึ้นตามลำดับครับ.... ไอ้ที่เขาพูดน้อย หรือนิ่งเงียบ ก็เป็นภาวะที่เกิดขึ้นชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น หากจะสังเกตุด้วยหน้าต่างของหัวใจแล้วผมว่าดูก็รู้ครับ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามการวางตัวและรู้จักแสดงออกอย่างเหมาะสมก็จะเป็นการเพิ่มคุณค่าของคุณมากขึ้นครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น พี่ชาย (love4home-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-08-11 08:23:12 IP : 58.8.181.130


ความคิดเห็นที่ 2 (3075757)

ว้าว..

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กอยากรู้ วันที่ตอบ 2009-08-28 20:14:58 IP : 118.173.70.214


ความคิดเห็นที่ 3 (3090635)
ok  เลย
ผู้แสดงความคิดเห็น 1 วันที่ตอบ 2010-02-27 18:31:16 IP : 125.26.182.64


ความคิดเห็นที่ 4 (3112921)
As Charlie Sheen says, this article is "WNINNIG!"
ผู้แสดงความคิดเห็น Lyic1vzFdy (n0qnos3m-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2015-02-01 19:30:40 IP : 54.165.163.122


ความคิดเห็นที่ 5 (3113627)
This post has helped me think things throguh
ผู้แสดงความคิดเห็น mkfsSwU2tVQ (ps6cd4x3b7-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2015-02-02 14:43:19 IP : 84.193.217.234


ความคิดเห็นที่ 6 (3116223)
n400 brain average car insurance loss wants auto insurance credit operates most cheap motor insurance insurance
ผู้แสดงความคิดเห็น EZLOCZk5 (91yhwdhv-at-outlook-dot-com)วันที่ตอบ 2015-02-22 00:41:04 IP : 201.243.187.159



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.