ReadyPlanet.com


เอาของที่ให้แฟนคืนโดยไม่บอกแฟนจะผิดกฎหมายไหม


พอดีแฟนผมเลิกกะผมไม่ถึงเดือนแล้วแฟนผมมีคนใหม่ ผมเลยเอาของที่มีค่าที่เคยให้แฟนผมคืนโดยไม่บอกเขาแล้วเขาไปแจ้งความว่าผมขโมยผมผิดไหม แก้ไขอย่างไรดีครับ


ผู้ตั้งกระทู้ thaiten :: วันที่ลงประกาศ 2010-09-15 21:07:35 IP : 84.131.82.25


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3094028)
แบบว่าเรื่องของเรื่องผมคิดว่าถ้าไม่รักกันน่าจะเอาของที่ผมให้คืน และถ้าผมบอกขอดีๆเขาคงไม่ให้คืนแน่ๆเลยเอาไปเลยโดยบอกเขาทีหลัง แต่เขาก็เข้าไปแจ้งความว่าผมขโมยของๆเขา ผมจะสู้คดียังไงดีครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น ผมเอง วันที่ตอบ 2010-09-15 21:11:49 IP : 84.131.82.25


ความคิดเห็นที่ 2 (3094043)
ผมคิดว่าถ้าคุณมีหลักฐานว่าเป็นของคุณ ก็ไม่น่าจะผิดนะ
ผู้แสดงความคิดเห็น เอก วันที่ตอบ 2010-09-16 15:26:54 IP : 124.157.132.252


ความคิดเห็นที่ 3 (3094044)

ถือเป็นการให้โดยเสน่หา  เอาคืนไม่ได้หรอกค่ะ
เมื่อคุณให้เขาไป  ของสิ่งนั้นก็ตกเป็นสมบัติของเขาเรียบร้อยแล้ว
คุณไปเอาคืนโดยไม่บอก..ก็คุกอย่างเดียวล่ะท่าน

ว่าตามกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สิน การให้โดยเสน่หา หมายถึง การมอบทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดที่ชอบด้วยกฎหมายที่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้ให้กับผู้รับ โดยผู้ให้จะต้องตั้งใจที่จะให้กับผู้รับ และผู้รับเต็มใจที่จะรับมอบและยอมรับทรัพย์สินนั้น  ยกเว้นในกรณีที่ผู้รับเนรคุณ(ส่วนใหญ่หมายถึงเนรคุณบุพการี) จึงจะมีสิทธิฟ้องเรียกคืนได้

ว่ากันตามหลักจิตวิทยา  คนที่ให้ของแฟนแล้วอยากได้คืน จัดเป็นพวกเห็นวัตถุสำคัญกว่าอย่างอื่น  จึงมองสัมพันธภาพระหว่างคนรักในเชิงธุรกิจ  และเป็นธุรกิจที่แลกเปลี่ยนด้วยเงินตรา/ของมีค่า  ไม่ใช่แลกด้วยความรักหรือคุณค่าทางจิตใจ  พูดง่ายๆคือ คุณไม่ได้ให้สิ่งของด้วยความรัก..ไม่ได้ให้เพราะใจคุณอยากให้  แต่ให้เพื่อต้องการ "ได้รับ" อะไรกลับมา  เมื่อแฟนคุณไม่ให้ "อะไร" กลับมาตามที่คุณคาดหวัง  คุณจึงพยายามเคลมทรัพย์สินของคุณคืน   

เรื่องแบบนี้เข้าตำรา อ้อยเข้าปากช้าง  การจะเอาคืนมันย่อมมีเทคนิคอยู่พอสมควร คุณใจร้อนไปหน่อยเลยโดนซะ....เราว่าแฟนคุณอาจไม่อยากได้ของเท่าไหร่หรอก  แต่คงเพราะเจ็บใจที่คุณมาเอาคืนโดยไม่บอก หรือโกรธเพราะโดนบุกรุกรึเปล่า?

ตามความเห็นของเรา...คุณไม่ควรสู้คดี  ไม่ใช่เพราะคุณไม่มีโอกาสชนะในแง่กฎหมาย 
แต่เพราะคุณ..."ไม่มีโอกาสชนะในแง่มนุษยธรรม"

ใช่อยู่...การทำใจให้ปล่อยเรื่องนี้ไปเฉยๆเป็นเรื่องยาก 
อาจมีรอบข้างยุยงว่าคุณควรสู้คดี 
อาจมีบางคนมองว่าคุณโง่ (ถ้าไม่พยายามเอาคืน) 
คุณอาจรู้สึกเสียดาย(ของ)
คุณรู้สึกเจ็บใจที่ถูกหยามเกียรติ
ฯลฯ
สิ่งเหล่านี้ทำให้คุณไม่อยากปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป

ดังนั้น...เราขอเป็นกำลังใจให้คุณต่อสู้กับอุปสรรคเหล่านี้ละกันนะ

ผู้แสดงความคิดเห็น paradee วันที่ตอบ 2010-09-16 16:16:10 IP : 94.59.12.143, 1


ความคิดเห็นที่ 4 (3094050)
ตามหลักผมไม่ได้เสียดายของเลย เพราะไม่ได้ใช้อยู่แล้ว แต่นี่เขาแอบมีแฟนใหม่อยู่ลับๆแต่พอเลิกกันแบบหายเงียบถึงได้รู้ว่าเขาควงแฟนใหม่อย่างเป็นทางการแต่ทิตที่แล้วชวนเราไปเที่ยวบ้าน แล้วให้เราจ่ายโน่นจ่ายนี่ให้บอกว่าไม่มีตัง แล้วยังบอกว่ายิ่งผมทำดีเขาอาจเปลี่ยนใจกลับมา แต่ผมรู้สึกว่าโดนหลอกเลยเอาของที่ให้คืน เพราะทิ้งเราไปยังมีหน้ามาใช้ของเราควงกะแฟน ที่ผมให้มีกระเป๋า เพล2 ซึ่งก่อหน้านี้ซื้อเพล2ต่อเขา แต่เขาขอยืมไปเล่นแล้วยึด ผมเลยคิดไหนๆจะเสียเขาไป ไมเขายังใช้ของเราผมเลยคิดว่าผมมีสิท ที่จะเอาของที่เราซื้อคืน อยากได้ก็ใ้ห้แฟนใหม่ซื้อสิ ของที่เอามาผมจะบริจาคหรือให้คืนก็ได้ถ้าเขาขอดี แต่นี่เล่นฟ้องและแจ้งตำรวจเลย ไม่ยอมเจรจาดี ผมรู้สึกทั้งโดนหยามและ เสียใจ ความรักที่มีให้ไป ทำไมถึงกล้า อยากเอาคดีกับผมถึงขนาดนี้ ถ้าผม ยอมคืนให้ง่ยๆ เขาคงยิ่งสะใจที่ผมยอมแพ้และไม่ยอมสู้คดีเลย และได้ของคืน ผมไม่รู้จะสู้คดียังไง ใจอยากให้ของคืน แต่ คิด เขาก็ไม่น่าทำรุนแรงถึงแจ้งตำรวจคนเคยรักกันมา
ผู้แสดงความคิดเห็น ผมเอง วันที่ตอบ 2010-09-16 18:56:10 IP : 84.131.77.248


ความคิดเห็นที่ 5 (3094197)
อย่างที่ คห3 บอกถ้าให้ด้วยความเสน่หาเราอาจไม่มีสิท ก็บอกไปเลย ซื้อมาใช้ตอนอยู่ด้วยกัน ไม่ได้ซื้อให้อีกฝ่ายโดยเสน่หา พอเลิกก็เอาคืนแค่นั่นซื้อทองมาให้ยื้มใส่เพราะเห็นบอกอยากใส่ ก็ว่าไป (อ่านแล้วก็หงุดหงิดไปด้วยจังเลย หยามกันจิง)
ผู้แสดงความคิดเห็น อย่ายอมแพ้พวกเจ้าชู้ วันที่ตอบ 2010-09-23 01:13:15 IP : 124.157.253.67


ความคิดเห็นที่ 6 (3097457)

ดิฉันก็เครียดค่ะ อยากเลิกกับแฟนค่ะ แฟนชอบตบตี มีอารมรุนแรงทางเพศมาก เราไม่สบายก็จะนอนกับเราให้ได้พอเราไม่ยอมก็หาเรื่องตบตี เราก็ร้องไห้ เขาก็ข่มขืนเราอีกมันเรารู้สึกเจ็บปวดใจมาก และเขาก็ด่าว่าเราท้าตีท้าตีท้าต่อยกับเราเวลาเขาพูดเขาพูดข่มขู่เราตลอดทุกครั้งเขาบังคับเราทุกเรื่องและเขาก็รื้อข้าวของของเราทุกอย่างประมาณว่าเราไม่เหลือความเป็นตัวเองอีกเลย ดูถูกเราสารพัด ตอนที่เขาคบเราใหม่ๆ เขาดีทุกอย่างพอผ่านมาปีหนึ่ง ตัวจริงเขาออกมาแบบนี้ บอกตรงๆว่ารับไม่ได้ค่ะ ตอนนี้เราเป็นโรคไมแกรนและหวาดผวาโรคซึมเศร้า ปัญหามีอยู่ว่าเรากับเขาได้ซื้อรถร่วมกันหนึ่งคันโดยออกคนละครึ่งแต่ตอนนี้พอแม่และญาติรู้ว่าเรามีชีวิตเป็นแบบนี้และเราเองไม่อยากทนอีกแล้ว ทุกคนให้เราเลิก เราเองก็ทนไม่ได้แล้ว แล้วรถคันนี้เป็นชื่อเราด้วย บอกตรงๆว่าเราห่วงและหวงรถคันนี้มากเราควรทำอย่างไรดีเรากับเขาแค่อยู่ด้วยกันไม่ได้จดทะเบียน

ผู้แสดงความคิดเห็น ผ็หญิงอาภัพ วันที่ตอบ 2011-07-04 17:44:07 IP : 49.228.127.212


ความคิดเห็นที่ 7 (3110115)
ถ้าโดนผูชายหลอก(เคยเป็นแฟนกันมาก่อน)เอาทองของเราไปจำนำควรทำไงดีผู้ชายคนนั้นอายุ33แล้วค่ะส่วนหนู20แล้วนู๋กับเค้าก้อไม่ได้อยู่ด้วยกันแค่คบกันเป็นแฟนคือเค้าเสียพนันบอลอ๊ค๊เลยเอาเงินค่าของไปใช้หนี้หมดเเล้วโทรมาให้นู๋ช่วยเค้าบอกว่าทองที่คอนั้นยืมก่อนได้ไมจะเอาไปซื้อของมาทำงานนู๋ก็เลยเลยให้ยืมไปด้วยความไว้ใจเพราะว่าเค้าบอกว่าจะเอามาคืนให้ภายในสามวันเเต่ตอนนี้ก้อปาเข้าไปสามเดือนเเล้วนู่ยังไม่ได้คืนเลยค่ะเเล้วเค้าก้อบอกว่าขอเวลาอีกสิบวันจะหามาคืนประเด็นมันอยู๋ที่ว่า /ชื่อที่ใช้จำเป็นชื่อเค้าแล้วใบนั้นก้อยู่ที่เค้าด้วย /เค้าไม่ได้ต่อดอกทองเลยทำให้ตอนนี้ทองหลุกจำนำไปแล้ว /ติดต่อเค้าไม่ได้เลยคือรู้อีกทีเค้าก้อมีคนอื่นไปแล้ว /ไม่มีหลักฐานอะไรเลยนอกจากจ้อความในเฟสบุ๊คระบุว่าจะคืนให้วันนั้นวันนี้อ๊ค่ะ คือนู๋จะทำอะไรได้บ้างค่ะนู๋อยากได้ทองคืนอ๊ถ้าไปแจ้งตำรวจตอนนี้จะได้ไมคะ
ผู้แสดงความคิดเห็น กระบวย (ooairch-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2014-10-13 20:02:25 IP : 180.183.167.133


ความคิดเห็นที่ 8 (3116872)
เมื่อให้แล้วไม่อาจเรียกคืนได้เว้นแต่จะเข้าหลักเกณฑ์ของกฎหมายคือ มาตรา 531 อันผู้ให้จะเรียกถอนคืนการให้เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณนั้น ท่านว่าอาจจะเรียกได้แต่เพียงในกรณีดั่งจะกล่าวต่อไปนี้ (1) ถ้าผู้รับได้ประทุษร้ายต่อผู้ให้เป็นความผิดฐานอาญาอย่างร้ายแรง ตามประมวลกฎหมายลักษณะอาญา หรือ (2) ถ้าผู้รับได้ทำให้ผู้ให้เสียชื่อเสียง หรือหมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้าย แรง หรือ (3) ถ้าผู้รับได้บอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่ผู้ให้ในเวลา ที่ผู้ให้ยากไร้และผู้รับยังสามารถจะให้ได้ คดีตัวอย่าง ผู้ให้โดยเสน่หาเจ็บป่วยไปขอความช่วยเหลือจากผู้รับให้(จำเลย) แต่ผู้รับให้(จำเลย)ไม่พอใจพร้อมพูดว่า บักหมา***แก่แล้ว พูดจากลับไปกลับมาเหมือนเด็กเล่นขายของ ***ไม่มีศีลธรรม ***ไปตายที่ไหนก็ไป ถือได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง จึงมีเหตุผู้รับการให้ประพฤติเนรคุณที่ผู้ให้ถอนคืนการให้ได้ เพราะกฎหมายกำหนดว่าผู้รับได้ทำให้ผู้ให้เสียชื่อเสียง หรือหมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้าย แรงผู้ให้จะเรียกถอนคืนการให้เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 980/2550 โจทก์เจ็บป่วยไปขอความช่วยเหลือจากจำเลย จำเลยไม่พอใจพร้อมพูดว่า บักหมา***แก่แล้ว พูดจากลับไปกลับมาเหมือนเด็กเล่นขายของ ***ไม่มีศีลธรรม ***ไปตายที่ไหนก็ไป ถือได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง จึงมีเหตุจำเลยประพฤติเนรคุณที่โจทก์ถอนคืนการให้ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 531 (2) โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 45 หมู่ที่ 3 ตำบลอีง่อง อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ดโดยซื้อมาจากนายสม เมื่อปี 2478 ปัจจุบันคือที่ดินโฉนดเลขที่ 35172 ตำบลดู่น้อย อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2521 โจทก์ได้ยกที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่จำเลยซึ่งเป็นหลานสาวโดยเสน่หา โดยให้นำไปออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ต่อมากลางเดือนกันยายน 2541 จำเลยประพฤติเนรคุณโจทก์ขณะโจทก์เจ็บป่วยและไปขอความช่วยเหลือจากจำเลยด้วยการหมิ่นประมาทอย่างร้ายแรงว่า “บักหมา ***แก่แล้ว พูดจากลับไปกลับมาเหมือนเด็กเล่นขายของ ***ไม่มีศิลธรรม ***ไปตายที่ไหนก็ไป” จำเลยได้พูดด่าโจทก์อีกหลายครั้งล้วนแต่ใช้คำว่าโจทก์เป็นหมาและไล่โจทก์ออกจากบ้านไม่ยอมเลี้ยงดูโจทก์สาเหตุเพราะโจทก์เจ็บป่วยไปขอความช่วยเหลือจากจำเลย การกระทำของจำเลยเป็นการไม่เคารพโจทก์ ขอให้เพิกถอนการให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 35172 ตำบลดู่น้อยอำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด ให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวคืนให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า โจทก์มิได้เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท เดิมที่ดินพิพาทเป็นของนายสังข์และนางแก้ว วงเดือน ซึ่งเป็นบิดามารดาของโจทก์และเป็นตายายของจำเลย จำเลยเคารพโจทก์ในฐานะเป็นญาติผู้ใหญ่ จำเลยไม่เคยด่าโจทก์ โจทก์ไม่ได้เจ็บป่วยและไม่เคยมาขอความช่วยเหลือจากจำเลย จำเลยไม่ได้ประพฤติเนรคุณโจทก์ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ถอนคืนการให้ที่ดินตามโฉนดเลขที่ 35172 ตำบลดู่น้อย อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด โดยให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทดังกล่าวคืนให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “ปัญหาประการต่อไปมีว่า มีเหตุเพิกถอนการให้หรือไม่ โจทก์เบิกความว่าเมื่อกลางเดือนกันยายน 2541 โจทก์เจ็บป่วยได้ไปขอความช่วยเหลือจากจำเลย แต่จำเลยไม่พอใจพร้อมพูดจาหมิ่นประมาทว่า บักหมา***แก่แล้ว พูดจากลับไปกลับมาเหมือนเด็กเล่นขายของ ***ไม่มีศีลธรรม ***ไปตายที่ไหนก็ไปโดยโจทก์มีนางทองอินทร์ และนายสวาท เป็นพยานคนกลางเบิกความสนับสนุน คำของจำเลยเพียงเบิกความปฏิเสธลอยๆ จึงไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักเชื่อว่าจำลยได้กล่าวถ้อยคำดังกล่าวด่าว่าโจทก์อันถือได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง จึงมีเหตุจำเลยประพฤติเนรคุณที่โจทก์ถอนคืนการให้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531 (2) แล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน” พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ( สมศักดิ์ จันทรา - ชาลี ทัพภวิมล - พรเพชร วิชิตชลชัย ) ที่มา : http://www.peesirilaw.com
ผู้แสดงความคิดเห็น toe วันที่ตอบ 2015-05-10 20:34:56 IP : 115.31.166.2



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.