ReadyPlanet.com


ทำไมผู้หญิงอย่างเราต้องยอมเป็นเมียน้อย


เพราะเราก็เป็นเมียน้อยเขาเหมือนกัน เลยอยากรู้ว่าใครที่เป็นแบบเรารู้สึกเหมือนเราไหม ทำไหมราต้องเป็นเมียน้อยเขา เคยถามเหมือนกันว่ารักเราไหมเขาตอบว่ารักสิถึงอยู่ด้วยทุกวันนี้ แต่เขาจะรู้ไหมว่าเรานอนร้องไห้ทุกคืน รู้ไหมว่าเวลาเขาโกหกเราเราเสียใจแค่ไหน เคยรักเราบ้างไหม


ผู้ตั้งกระทู้ คนที่โง่แล้วโง่อีก :: วันที่ลงประกาศ 2007-10-23 15:58:46 IP : 116.58.231.242


[1] 2 3 4 5 6 7 8 ถัดไป >>

ความคิดเห็นที่ 1 (1138625)

สวัสดีครับคุณคนที่โง่แล้วโง่อีก

จากประสบการณ์สถานะภรรยาน้อยเกิดได้ 2 กรณีคือ

1) ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงที่ถูกฝ่ายชายหลอก ปกปิดความจริง บอกว่ายังไม่แต่งงานเป็นโสด เป็นหม้าย ไม่มีลูก ไม่มีเมีย พอผู้หญิงรู้ก็บอกว่าจะหย่า เลิก กับภรรยาเก่า และพยายามยื้อผู้หญิงเอาไว้

2) รู้ทั้งรู้ว่าฝ่ายชายมีครอบครัวแล้วแต่พอใจและยินยอมเป็นเมียน้อยอาจจะด้วยต้องการเงินทอง ผู้อุปการะลี้ยงดู หรือรู้สึกอบอุ่นเมื่อยู่ใกล้เป็นต้น ผ่ายชายเมื่อเห็นโอกาสก็สร้างความสัมพันธ์ใหม่กับเธอ

 

ผมเชื่อว่าผู้หญิงไม่มีใครอยากเป็นเมียน้อย ทุกคนต่างก็อยากเป็น 1 เดียวทั้งนั้น ที่สำคัญคือ ผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นเมียน้อยหรือเมียหลวง ก็หัวอกเดียวกันคือ ถูกผู้ชายหลอกเหมือนกัน เป็นเรื่องที่ต้องตำหนิผู้ชาย เพราะเมื่อผู้ชายมีครอบครัวมีลูก มีเมียอยู่แล้วก็ไม่ควรเห็นแก่ตัวสร้างความสัมพันธ์ใหม่กับผู้หญิงอื่นอีก คำถามคือผู้หญิงที่เป็นเมียน้อยมีความสุขหรือ? จากผลการวิจัยพบว่า ผู้หญิงกลุ่มนี้ไม่ได้มีความสุขที่แท้จริงเลย กลับทุกข์ทรมาน กับการรอคอย ต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ เพราะสังคมไม่ยอมรับ ไม่มีใครยอมรับ และถูกแสดงออกมาทั้งคำพูด และกิริยาท่าทาง ความรังเกียจเดียดฉันท์ และมักถูกซุบซิบนินทา พูดจาประชดประชัน

 

ศ.พญ.นงพงา ลิ้มสุวรรณ หัวหน้าภาควิชาจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เคยกล่าวไว้ว่า สาเหตุที่ผู้ชายมีเมียน้อย จากการวิเคราะห์ผู้ชาย 2 ใน 3 คน พบว่า เกิดจากความใกล้ชิด สนิทสนมกับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาตัวเอง จนกลายเป็นความรัก ความผูกพัน เกิดความพึงพอใจ ความสงสาร และอยากจะช่วยเหลือรับผิดชอบตามมา ซึ่งผู้ชายเหล่านี้เป็นผู้ชายที่มีจุดอ่อนในบุคลิกภาพของเขาอยู่แล้ว เช่น เป็นคนที่อ่อนไหวง่าย ไม่ชอบตัดสินใจ ไม่ยับยั้งตัวเอง ปล่อยให้ปัญหามันไหลไปเรื่อยๆ แล้วก็ต้องยอมรับว่ามีผู้หญิงไม่น้อยที่ถูกผู้ชายหลอกลวงด้วยคำหวานบอกว่ายังไม่มีครอบครัว ไม่มีแฟน ยังไม่ได้แต่งงาน รวมทั้งผู้หญิงที่ต้องการความสุขสบาย ต้องการเงินทอง ต้องการผู้อุปการะเลี้ยงดูด้วย

เพื่อเพิ่มเติมผมอยากจะนำเอาข้อมูลทางวิชาการจากสรุปการบรรยายเรื่อง"ชีวิตเมียน้อยในสังคมไทย"  มาให้อ่านกัน

 

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2548 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ได้จัดการบรรยายเรื่อง “ชีวิตเมียน้อยในสังคมไทย” โดยมีคุณสุภาวดี มนัสปิยะเลิศ เป็นวิทยากร ผลงานที่นำเสนอในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์สาขาสังคมวิทยาเรื่อง “‘เมียน้อย’ : กระบวนการตัดสินใจและการปรับตัว (Minor Wife: Process of Decision Making and Adjustment)” (คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2548)

คุณสุภาวดีเริ่มต้นการบรรยายโดยเล่าถึงที่มาของการศึกษาเรื่องนี้ว่า เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วการเป็นเมียน้อยนั้นถูกสังคมมองในแง่ลบ เช่น เป็นผู้หญิงไร้ศีลธรรม ไร้ยางอาย ชอบแย่งสามีคนอื่น ฯลฯ  ตนจึงสนใจศึกษาว่า เหตุใดผู้หญิงบางคนจึงตัดสินใจเลือกเป็นเมียน้อย? ผู้หญิงเหล่านี้มีวิถีการดำเนินชีวิตและการปรับตัวอย่างไรเพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นปรกติสุข? มีวิธีอธิบายตัวเองเพื่อตอบโต้กับการประทับตราของสังคมอย่างไร และให้ความหมายต่อสถานภาพของตนเองอย่างไร? 

ทั้งนี้ คุณสุภาวดีได้ศึกษาจากกลุ่มผู้หญิงที่เป็นเมียน้อยจำนวน 6 คน ซึ่งมีวิถีชีวิตภายใต้โลกของการเป็นเมียน้อยมาไม่ต่ำกว่า 3 ปี มีช่วงอายุระหว่าง 30-52 ปี และมีสภาพทางสังคม เศรษฐกิจ และระดับการศึกษาไม่แตกต่างกันมากนัก วิธีการศึกษาคือ ใช้การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก ส่วนแนวคิดที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แนวคิดเรื่องการปฏิสังสรรค์เชิงสัญลักษณ์ (symbolic interaction), แนวคิดเรื่องการเบี่ยงเบน และการประทับตรา 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่าง 6 คนอาจไม่เพียงพอที่จะให้ภาพชีวิตเมียน้อยให้ครบถ้วนทุกแง่มุม ซึ่งนับเป็นข้อจำกัดของงานศึกษาชิ้นนี้  แต่การหากลุ่มตัวอย่างมากกว่านี้เป็นเรื่องยาก เพราะ “เมียน้อย” เป็นสถานภาพทางสังคมที่ต้องปกปิด การเข้าถึงแหล่งข้อมูลจึงทำได้ยาก  นอกจากนี้ การเลือกกลุ่มตัวอย่างที่มีสภาพทางสังคม เศรษฐกิจ และศึกษาไม่แตกต่างกันมากก็นับเป็นข้อจำกัดอีกประการหนึ่ง

 

กระบวนการตัดสินใจเป็น “เมียน้อย”

 เมื่อการเป็น “เมียน้อย” ถูกมองว่าเป็นเอกลักษณ์ที่มีปัญหา (spoiled identity) เบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานทางสังคม ทั้งยังมีสถานภาพที่ตกเป็นรองทั้งในทางสังคมและสิทธิต่างๆ ตามกฎหมาย การตัดสินใจของผู้หญิงที่เป็นเมียน้อยจึงย่อมต้องผ่านการคิดใคร่ครวญมากกว่าปกติ  ผลจากการศึกษาพบว่า เงื่อนไขที่เกื้อหนุนให้ผู้หญิงกลุ่มนี้ตัดสินใจเป็นเมียน้อยได้แก่ ความกดดันทางด้านครอบครัวที่เกิดจากสภาพครอบครัวแตกแยก พ่อแม่ชอบทะเลาะกัน หรือเลี้ยงดูอย่างเข้มงวดมาก ไม่ยอมให้ออกไปเที่ยวไหน พอมีโอกาสได้ออกไปข้างนอกก็ได้พบสิ่งที่ตนเองต้องการ บางคนก็มีชีวิตสมรสที่ล้มเหลว เช่น เคยเป็นเมียหลวงมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ก็ไปไม่รอด  อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขสำคัญจริงๆ ที่ทำให้ผู้หญิงกลุ่มนี้เลือกตัดสินใจเป็นเมียน้อยก็คือ ความผูกพันทางอารมณ์กับฝ่ายชาย ในแง่ที่ฝ่ายชายสามารถให้ความอบอุ่นทางด้านจิตใจได้ ขณะที่บางคนก็ต้องการลบคำสบประมาทหรือเอาชนะคำท้าทายของบุคคลอื่น

            เมื่อผู้หญิงได้ตัดสินใจเป็นเมียน้อยแล้ว สถานภาพการเป็นเมียน้อยในช่วงแรกมีลักษณะไม่เป็นทางการ สิ่งที่จะทำให้สถานภาพดังกล่าวมีลักษณะเป็นทางการหรือชัดเจนมากขึ้นก็คือ การทำพิธีสู่ขอและการแต่งงาน ซึ่งเป็นเครื่องแสดงความรับผิดชอบของฝ่ายชายต่อครอบครัวฝ่ายหญิง

 

การปรับตัวของ “เมียน้อย”

ดังที่ทราบกันอยู่แล้วว่าสถานภาพเมียน้อยนั้นไม่มีใครยอมรับ แล้วคนที่เป็นเมียน้อยจะปรับตัวให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตในช่วงแรกของการตัดสินใจได้อย่างไร? 

การไม่ยอมรับจากคนรอบข้างนั้นแบ่งเป็น 2 ประเภท คือบุคคลสำคัญทั้งสำหรับฝ่ายชายและฝ่ายหญิง (พ่อแม่ ญาติพี่น้อง) ซึ่งอาจแสดงการไม่ยอมรับโดยการแสดงท่าทีรังเกียจ ดุด่า พูดจาประชดประชัน ไม่ให้ถูกเนื้อต้องตัว ฯลฯ วิธีการจัดการกับบุคคลสำคัญประเภทนี้ก็คือ การทำหน้าที่ “สะใภ้” ที่ดี และแยกตัวออกไปจากครอบครัวเดิม

ส่วนการไม่ยอมรับจากบุคคลทั่วไปนั้น ผู้ที่เป็นเมียน้อยจะจัดการโดยการไม่สนใจต่อปฏิกิริยาเชิงลบ การซุบซิบนินทา และไม่ออกงานสังคม  ที่น่าสนใจคือ บางคนได้จัดการต่อรองความหมายของคำว่า “เมียน้อย” เช่น บอกว่าตนเป็น “เมียคนหนึ่ง" ของผู้ชาย เป็นเมียที่ผู้ชายให้ความรักความอบอุ่น ไม่ใช่เมียน้อยตามภาพที่สังคมรับรู้และเข้าใจ ประเภทที่เที่ยวตามราวีบ้านเมียหลวง หรือพวกหวังรวยทางลัด เพราะตนเองก็มีงานทำ มีรายได้เป็นของตนเอง ไม่ได้อยู่เฉยๆ ให้ผู้ชายเป็นฝ่ายหาเลี้ยง

 

การธำรงเอกลักษณ์ของเมียน้อย

การดำเนินชีวิตประจำวันของผู้หญิงที่เป็น “เมียน้อย” นั้นแตกต่างจาก “ผู้หญิงปกติ” ทั่วไป โดยเฉพาะในแง่ของการไปมาหาสู่และติดต่อกับฝ่ายชาย ซึ่งต้องมีลักษณะที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ และมีรูปแบบที่ไม่แน่นอน  วิธีที่นิยมใช้กันมากที่สุดก็คือ การนัดแนะเวลาไปหากัน 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้หญิงที่เป็นเมียน้อยจัดการไม่ได้ก็คือ ความคิดเกี่ยวกับตัวเอง เช่น ทำไมตนต้องมาเป็นเมียน้อย ทำไมไม่มีสามีอยู่เคียงข้างตลอดเวลาเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ แต่พวกเธอก็มีวิธีให้เหตุผลอธิบายการกระทำของตัวเองเพื่อลบความรู้สึกผิดในใจ เช่น เป็นความผิดที่เธอไม่ได้เริ่มก่อ ผู้ชายเป็นฝ่ายมาหาเอง, เป็นเหตุสุดวิสัย คนจะรักกันมันห้ามไม่ได้, เป็นเวรกรรมจากชาติที่แล้ว หรือบอกว่า “ถึงเป็นเมียน้อยแต่ก็ไม่ได้เกาะผัวกิน” เป็นต้น

            กลยุทธ์ในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างราบรื่น และจัดการกับเอกลักษณ์ที่มีปัญหาหรือถูกมองว่าเบี่ยงเบนของผู้ที่เป็น “เมียน้อย” ก็คือ การปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ไม่ให้คนภายนอกรับรู้ถึงสถานภาพ “เมียน้อย” ของตน โดยการทำตัวแบบปกติ (normalization) ไม่พูดหรือแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความสัมพันธ์เมียน้อย-เมียหลวง หรืออาจทำในสิ่งตรงข้ามคือ แสดงความคิดเห็นเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพื่อมิให้แปลกแยกจากกลุ่ม ป้องกันไม่ให้คนภายนอกรับรู้เอกลักษณ์ที่มีปัญหาของตน  อีกวิธีการหนึ่งที่ผู้เป็น “เมียน้อย” ใช้เมื่อไม่สามารถปกปิดเอกลักษณ์ของตนเองได้ก็คือ การลดแรงกดดันโดยการเปิดเผยตัว, การนิ่งเฉย อดทน ไม่แสดงความคิดเห็นตอบโต้, การบ่ายเบี่ยงหรือหันเหความสนใจ เป็นต้น

ข้อค้นพบที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งที่คุณสุภาวดีได้จากงานศึกษาชิ้นนี้ก็คือ “เมียน้อย” กลุ่มที่ศึกษานั้นมีสถานภาพทางเศรษฐกิจและการเงินอยู่ในเกณฑ์ดี มีอาชีพเป็นของตนเอง ไม่ต้องพึ่งสามีในเรื่องเงินทอง ที่สำคัญคือ บางครั้งพวกเธอก็มีส่วนช่วยเหลือและสนับสนุนทางการเงินให้กับฝ่ายชายอีกด้วย  ข้อค้นพบดังกล่าวตรงข้ามกับความรับรู้ทั่วไปที่ว่า ผู้ที่เป็น “เมียน้อย” คือผู้หญิงที่หวังรวยทางลัด เกาะสามีกิน ต้องการความสะดวกสบายโดยไม่ต้องทำงาน

            นอกจากนี้ยังพบว่า สถานภาพ “เมียน้อย” จะเป็นปัญหามากเพียงช่วงแรกของการตัดสินใจเข้าสู่สถานภาพนี้ เมื่อปรับตัวได้แล้ว เอกลักษณ์ที่มีปัญหาหรือ “รอยมลทิน” ที่เกิดจากการประทับตราของสังคมก็ไม่เด่นชัดเหมือนช่วงแรก ทั้งนี้อาจเนื่องด้วยกลุ่มที่ศึกษาเป็นชนชั้นกลาง ซึ่งให้ความสำคัญกับการทำมาหากินและการค้ามากกว่าชื่อเสียงและเกียรติยศ นอกจากนี้กลุ่มศึกษายังเป็นกลุ่มคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งในวัฒนธรรมจีนนั้น การเป็น “เมียน้อย” ไม่ได้ถูกมองเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย แต่กลับหมายถึงการมีแรงงานภายในครอบครัวเพิ่มขึ้น  ยิ่งถ้ามองจากมุมของฝ่ายชายแล้ว ส่วนใหญ่ก็มองว่าการมีเมียน้อยเป็นเรื่องธรรมดา  

กระนั้นก็ตาม คุณสุภาวดีกล่าวในช่วงท้ายของการบรรยายว่า ผู้หญิงที่เป็นกรณีศึกษาทั้ง 6 คนนี้อยากเลิกสภาพการเป็นเมียน้อยของตน อยากเลิกกับสามีคนปัจจุบัน บางคนไม่อยากมีชีวิตครอบครัวอีกแล้ว แต่ก็เลิกไม่ได้เพราะมีลูกด้วยกัน (ทั้งนี้ในแง่สิทธิทางกฎหมาย ปัจจุบันมีการรับรองสิทธิของบุตรที่เกิดจากเมียน้อย) 

ผู้แสดงความคิดเห็น พี่ชาย วันที่ตอบ 2007-10-23 20:58:04 IP : 58.8.251.98


ความคิดเห็นที่ 2 (1139699)

ขอบคุณ คุณพี่ชายมากคะสำหรับคำตอบดีๆ อ่านแล้วมีความรู้สึกว่าอบอุ่นจัง

ขอบคุณเว็บนี้มากคะ ขอบคุณนะคะ อย่างน้อยก็ยังมีคนมองเราด้วยสายตาแบบอื่นที่ไม่ใช่ดูถูก รู้สึกดีจัง

ผู้แสดงความคิดเห็น คนโง่ วันที่ตอบ 2007-10-25 10:28:46 IP : 116.58.231.242


ความคิดเห็นที่ 3 (1139752)

อยากบอกว่า  ควรเลิกเป็นเมียน้อยเถอะค่ะ  อย่างน้อยก็ทำบุญไว้  เพราะเมียตัวจริงคงไม่มีความสุขนัก  สักวัน  หากเราได้เป็นเมียตัวจริงบ้าง  แล้วถ้ามีใครมาเป็นเมียน้อยเรา  เค้าก็จะได้เห็นใจเรา  ชีวิตนี้  ต้องมีโอกาสเป็นตัวจริงค่ะ  มีคนอีกมากมายที่ยังไม่มีภาระผูกพัน  จะแบ่งกันใช้ไปทำไม  ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี  ถูกดูถูก  เหยียดหยาม  อายเค้าเปล่า ๆ ชายดี ๆ เค้าไม่มีเมียน้อยหรอก  เค้าต้องจริงใจและให้เกียรติภรรยาตัวเอง  แต่ถ้าเค้ามีสองได้  สักวันเค้าต้องมีสาม  เราจะยิ่งเสียใจกว่านี้นะคะ  ที่สำคัญ  คุณจะได้ไม่โง่ในสายตาตัวเองและใคร ๆอีกต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น รุ้งลาวัลย์ วันที่ตอบ 2007-10-25 12:05:20 IP : 125.25.27.17


ความคิดเห็นที่ 4 (1141891)

ขอร้องคุณผู้หญิง(โดยเฉพาะสาวแก่)อย่าไปกับสามีคนอื่นเลยไปบ่อยๆๆอาจเผลอได้ถึงแม้จะนับถือกันนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ภรรยาผู้ไว้วางใจสามี วันที่ตอบ 2007-10-27 21:53:11 IP : 117.47.12.24


ความคิดเห็นที่ 5 (1165107)

ตอนนี้งเราก้อเป็นเมียน้อยเหมือนกัน ทั้งที่จริงอย่างที่ พี่ชายพูด ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากเป็นเมียน้อย เพียงแต่มันเลือกไม่ได้กับการที่จะเลิกเป็นจริง ๆ  ตอนนี้เราไม่อยากเป็นแล้ว เมื่อก่อนเรายอมรับว่าเรารักเค้า  แต่ตอนนี้เราไม่รักเลย ไม่มีแม้แต่น้อย เพราะอะไรเหรอ เพราะว่ามันนานเกินไปแล้วมั้ง เราอยากจะเลิกแต่ผู้ชายก้อไม่ยอมเลิก เหมือนหมาหวงก้าง  เราเบื่อกับการที่หวงก้าง คุยกับผู้ชายคนอื่นก้อไม่ได้ ชอบผูกมัด ไปไหนก้อไปไม่ ไปไหนก้อโทรตาม มันน่าเบื่อ   แต่ที่เราเลิกขาดจากกันไม่ได้เพราะว่าเราทำงานที่เดียวกันด้วยมั้ง เบื่อเหลือเกิน เราอยากจะย้ายที่ทำงานใหม่ งานตอนนี้ก้อหายากด้วย  เราก้อพยายามไม่พูดคุยดีๆ  ทะเลาะกันให้มากๆ  แต่เค้าก้อทนได้  เราก้อพูดหว่านล้อมให้เค้า รักภรรยาเค้ามากๆ  ตั้งแต่เริ่มต้นคบกันใหม่ ๆ เราก้อไม่เคยที่จะแย่งเค้ามาจากภรรยา  ให้เค้าให้เวลาภรรยาเค้าเยอะๆ เพราะเป็นอย่างนี้มั้ง เค้าถึงได้รักเราหัวปักหัวปำ   ชักจะเบื่อแล้วนะ  ควรจะทำอย่างไรดีคะพี่ชาย 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธารา วันที่ตอบ 2007-11-18 18:32:24 IP : 125.27.225.48


ความคิดเห็นที่ 6 (1165840)

สวัสดีครับคุณธารา

 

ผมขอเอาใจช่วยให้คุณธาราเลิกกับเขาให้ได้เด็ดขาด มีผู้หญิงจำนวนมากครับที่เป็นแบบคุณที่ต้องการจะเลิกแต่ฝ่ายชายมักจะรู้จุดอ่อนของฝ่ายหญิงและมักจะยกเหตุผลต่างๆ นานาอยากให้ฝ่ายหญิงเข้าใจเขาเพราะใจจริงแล้วเพียงเพื่ออยากเก็บฝ่ายหญิงเอาไว้ใช้เป็นครื่องระบายอารมณ์เท่านั้น อาศัยคำว่ารักเพื่อฉวยโอกาสกับคุณให้มากที่สุดและนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฝ่ายชายนั้นเขาพร้อมที่จะไปมีคนอื่นเรื่อยๆ ครับ และก็มักจะอ้างว่าไม่ได้ไปชอบสาวๆ พวกนั้นแต่คนพวกนั้นมาชอบเขาเอง ให้ฝ่ายหญิงอยู่เฉยๆ หากคุณผู้หญิงหลงเชื่อก็ยากที่จะถอนตัวออกมาได้ แต่หากมีสติคิดได้ก็จะทราบว่า ตลอดระยะเวลาที่ฝ่ายหญิงคบกับเขามีแต่ความเสียหายและถูกเขาเอาเปรียบเราทุกอย่าง ถ้าพูดอย่างชาวบ้านนะครับฝ่ายชายนะสบายมากเลย ไม่ต้องป่าวประกาศว่าเราเป็นอะไรกัน (ไม่มีพิธีแต่งงาน อยู่กันเอง) ไม่ต้องเสียเงิน (ไม่มีค่าสินสอด) ไม่ต้องเสียอะไรตั้งหลายอย่าง (เพราะผู้ชายประหยัดเงินไม่ต้องไปเที่ยวผู้หญิงบริการ) ฯลฯ

 

ฉะนั้นตัดสินใจเลิกซะดีกว่าครับ ยิ่งเร็วคุณธาราก็ยิ่งเสียหายน้อยที่สุด ไม่ได้ให้คิดในด้านลบหรืออคตินะครับ แต่ทุกอย่างคือความจริง ถ้ามาหวนคิดดูจะพบว่าทุกอย่างเริ่มตันเกิดเพียงที่อารมณ์ น่าเสียใจตรงที่ไม่น่าจะให้อารมณ์อยู่เหนือความรู้สึกผิด อย่าไปโทษความรักเลยครับเพราะยังไงความรักในทางที่ถูกก็จะเป็นความรักที่มีความสวยงามในตัวมันเอง พอคุณเลิกกับเขาได้ คุณก็รู้สึกโล่ง ปลอดโปร่งมากเลยครับ ไม่ต้องคิด กังวล เรื่องเดิมๆ ที่หาทางออกไม่ได้ซะที เพราะเรื่องรักสามเส้าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นง่ายแต่จบลงยากมาก และคุณจะพบว่าในความโชคร้ายนั้นคุณยังโชคดีมากครับ ที่คุณตัดใจ เลิกคิดได้และจะมีความสุขมากกว่าเดิมอีกหลายเท่า อยากให้คิดว่าชีวิตคนเรานั้นต้องดำเนินต่อไป คุณอาจจะลำบากใจที่ต้องทำงานที่เดียวกับเขาแต่หากตาคุณมองเห็นเขาแต่ใจมองไม่เห็นแล้วคุณก็จะลืมเขาได้แน่นอนครับ และอีกไม่นานก็จะลืมเรื่องร้ายๆ ที่เคยเกิดขึ้นไปได้เองครับ เมืองไทยเราเลิกทาสมาตั้งนานแล้วครับคงถึงเวลาที่คุณจะเลิกเป็นทาสจากความคิดและอารมณ์ได้แล้วจริงไหมครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น พี่ชาย วันที่ตอบ 2007-11-19 09:01:59 IP : 58.8.191.160


ความคิดเห็นที่ 7 (1270265)

สวัสดีค่ะ พี่ชาย

         น้องอีกคนหนึ่งที่เพิ่งรู้สถานะตนเองว่าเป็นเมียน้อยของเขา  สด ๆ ร้อน ๆ เลย เมื่อวานนี้เอง  หลังจากที่คบกับเขามาได้ปีกว่า ๆ สุดท้ายความลับของเขาก็ถูกเปิดเผย  ตอนนี้น้องไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี  ใจหนึ่งก็รักเขามาก  แต่อีกใจก็ไม่อยากทำร้ายครอบครัวเขา  เขาแต่งงานกับภรรยาเขาเพราะผู้ใหญ่จัดการให้ มีลูกด้วยกัน 1 คน  แต่เขาไม่ได้อยู่กับภรรยาเขา  เขาบอกว่าเขาไม่ได้รัก  ไม่ได้มีความผูกพัน  และเขามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ  เขาบอกว่าเขารักเรา  ซึ่งตอนนี้เราก็ตกอยู่ในสภาวะเป็นเมียเขาแล้ว  ก็เลยไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องทำยังไง  ช่วยคิดหน่อยซิค๊ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น santa วันที่ตอบ 2007-11-22 14:37:20 IP : 203.158.118.14


ความคิดเห็นที่ 8 (1270392)

สวัสดีครับคุณ santa

 

สิ่งที่คุณประสบเป็นเพราะคุณชิงสุกก่อนห่าม มีเพศสัมพันธ์ก่อนเวลาอันควรครับ เพราะหากคุณมีสติไม่เอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง และยึดตามขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยเราที่ต้องแต่งงานกันก่อนการมีเพศสัมพันธ์แล้วก็คงไม่ต้องเป็นเช่นนี้ หากคุณจะถอนตัวตอนนี้ก็ยังดีกว่าจะถลำตัวให้ลึกไปกว่านี้ครับ เขาจะพูดยกเหตุผลว่าอย่างไรก็ตามมีความหมายเพียงเพื่อให้คุณตายใจและยอมเป็นของเขาเรื่อยไปครับ การตัดสินใจคงอยู่ที่คุณว่าคุณต้องการจะเป็นอิสระหรืออยากเป็นเมียน้อยของเขาและเปลืองตัวเปลืองใจตลอดไปละครับ  

ผู้แสดงความคิดเห็น พี่ชาย วันที่ตอบ 2007-11-22 16:56:08 IP : 58.8.187.151


ความคิดเห็นที่ 9 (1280339)

สวัสดีค่ะ พี่ชาย

รบกวนหาเรื่องที่เกี่ยวกับเมียหลวงมามั้งสิค่ะ

มีใครมาบรรยาเรื่องจิตวิทยาเกี่ยวกับสภาพจิตใจของเมียหลวงบ้างมั้ยค่ะ อยากทราบว่าเขาจะทำยังไง อยู่กับสังคมยังไง ไม่ให้ชาวบ้านรู้ว่าสามีตัวเองไปมีเมียน้อย  กลุ้มมาก แถมลูกอีกนึงคน เซ็งมาก แต่ก็ไม่โทษผู้หญิงที่เป็นเมียน้อยนะค่ะ แถมเขาจะร้ายใส่เราก็ตาม ไม่ปล่อยสามี เพราะคนที่ผิดจริงมันคือสามีตัวดีของเราเอง

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แมงมุม วันที่ตอบ 2007-11-29 08:43:21 IP : 203.130.134.132


ความคิดเห็นที่ 10 (1280587)

สวัสดีครับคุณแมงมุม

 

ที่ถามหาเรื่องราวเกี่ยวกับเมียหลวงจากการบรรยายต่างๆ นั้นเท่าที่ทราบยังไม่มีคนจัดในประเด็นดังกล่าวเลยครับ ผมว่าน่าสนใจครับหากจะจัดบรรยายเกี่ยวกับเรื่องนี้ เอาเป็นว่าผมขอตอบข้อข้องใจของคุณแมงมุมก่อนแล้วกันครับ และหากมีใครจัดบรรยายและผมมีข้อมูลก็จะนำเสนออีกครั้งหนึ่ง

ความจริงปัญหาของเมียหลวงทุกคนคือเรื่อง“อารมณ์” ครับ อารมณ์เป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างปัญหาให้แก่ใครหลายคนได้ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณๆ ที่ยังคงเจ็บปวดเสียใจกับความหลัง หรือยังคงโกรธแค้นสามีที่เลื่อนตำแหน่งของตนเป็นเมียหลวง หรือที่นิยมเรียกกันว่าเมียคนโต และผลของอารมณ์อาจจะถูกแสดงออกมาทางการกระทำหรือทางวาจาโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้ และสิ่งนี้เองที่เป็นผลร้ายต่อตนเอง คนรอบข้างและลูกๆ

 ดังนั้นการดูแลอารมณ์ตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากคุณสามารถดูแลอารมณ์ตนเองได้ จะช่วยให้คุณมีสติในการดำเนินชีวิต ประกอบอาชีพและเลี้ยงลูกได้อย่างมีความสุข ถึงแม้ว่าปัญหาที่คุณประสบจะยังคงไม่อาจหาทางออกได้แต่ก็สามารถเรียนรู้ที่จะอยุ่กับปัญหานั้นได้ครับ เรามาดูว่าควรจะ ดูแลอารมณ์ตนเองอย่างไร...เมื่อเป็นเมียหลวงดีกว่านะครับ”

           หลักในการดูแลอารมณ์ตนเองมีข้อหลัก ๆ 2 ข้อ คือ

          1. อย่าปล่อยให้อารมณ์ติดค้าง
     “อารมณ์ติดค้าง” หมายถึง คุณยังติดอยู่กับอารมณ์ ทุกครั้งที่คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง เมื่อคุณยังค้างอยู่กับตัวอารมณ์แล้วให้อารมณ์นั้นสร้างปัญหาให้แก่ตัวคุณเอง  

          วิธีการช่วยไม่ให้อารมณ์ติดค้าง
         
 หมั่นทิ้งขยะอารมณ์
     ‘อารมณ์’ เปรียบเสมือน ‘น้ำ’ ส่วน ‘ความคิด’ เปรียบเสมือน ‘หิน’ ถ้านำหินไปกั้นน้ำ ทำให้น้ำไม่อาจไหลผ่านไปได้ น้ำก็จะถูกขัง เช่นเดียวกันการที่คุณติดค้างทางอารมณ์ก็เป็นเพราะไม่ปล่อยวางทางความคิด ยังคงคิดอยู่แต่ในเรื่องที่ทำให้เกิดอารมณ์ ก็จะทำให้อารมณ์ติดค้างอยู่นั่นเอง เรื่องที่คิดแล้วทำให้เกิดอารมณ์ด้านลบ เปรียบเสมือน ขยะอารมณ์ ซึ่งตัวคุณเองต้องหมั่นทิ้งขยะอารมณ์เสมอๆ เรื่องบางเรื่องควรบอกตัวเองให้ตัดใจ ทิ้งไปให้ได้ ต้องคิดว่าเรื่องนั้นจบไปแล้ว สิ้นสุดกันที คิดไปก็เหนื่อยเปล่าและไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่จำเป็นต้องฝึกด้วยตนเอง หมั่นทิ้งขยะอารมณ์ เพื่อความสุขของคุณและลูก
       ยอมรับความจริงว่า “เราต้องเป็นคนหยุดเอง” ชีวิตคน เปรียบเสมือน การขับรถ ตัวเราเป็นคนขับ จะบังคับให้เร็วหรือช้าก็ได้ หรือหันซ้ายหันขวา เดินหน้าถอยหลังก็ย่อมได้ แล้วแต่เราเป็นผู้กำหนดชีวิตเราเอง และในขณะที่เราขับรถไปแล้วรู้สึกถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ในบางขณะ โดยสัญชาตญาณเราจะผ่อนความเร็วลงแล้วแตะเบรกเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย เราทำแบบนี้เพราะดีที่สุดแล้วในสถานการณ์นั้น เช่นเดียวกัน คุณต้องยอมรับความจริงว่า หลายครั้งคุณต้องติดเบรกที่ตัวคุณเอง ต้องเป็นคนหยุดเอง ไม่ว่าคนอื่นจะหยุดหรือไม่ก็ตาม และเมื่อคุณบอกตัวเองได้ว่าเรื่องนี้หยุดแล้ว ดีที่สุดแล้ว คุณก็หยุดได้โดยไม่ติดค้างใด ๆ ทั้งสิ้นว่าทำไมต้องเป็นคุณคนเดียวที่หยุด วิธีคิดแบบนี้จะทำให้คุณปลดปล่อยตัวเอง เนื่องจากหลายอย่างในชีวิตของคุณ คุณควบคุมไม่ได้ สถานการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอก แต่คุณควบคุมและหยุดตัวเองได้ เรื่องนี้ก็จบ ไม่ไปติดค้าง เมื่อไม่คิดก็จะไม่เกิดอารมณ์ และไม่กลับไปตั้งคำถามกับเรื่องนั้นอีก

          2. อย่าปล่อยให้อารมณ์ท่วม
     “อารมณ์ท่วม” คือ การปล่อยให้อารมณ์พุ่งสูงขึ้นจนไม่อาจควบคุมอารมณ์ไว้ได้ อารมณ์เปรียบเสมือนน้ำ เมื่อคุณมีอารมณ์ คุณจะรู้สึกเหมือนมีพลังงานอยู่ข้างในที่พร้อมจะพุ่งออกจากตัวคุณ และยิ่งมีอารมณ์มากเท่าไรกระแสอารมณ์ก็ยิ่งไหลบ่าแรงมากเท่านั้น คนส่วนใหญ่ได้รับการปลูกฝังเรื่องการจัดการอารมณ์มาตั้งแต่เด็ก ทำให้มีทำนบกั้นอารมณ์ และหากคุณปล่อยให้กระแสอารมณ์ท่วมทำนบ ทำนบก็จะแตกแล้วอารมณ์ก็จะระเบิดออกมาทางการกระทำหรือคำพูดได้ ดังนั้นคุณควรจัดการอารมณ์ก่อนที่อารมณ์จะท่วม เพราะเมื่อคุณควบคุมอารมณ์ไว้ได้ จะช่วยให้คุณจัดการสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นได้เสมอ และควรช่วยลูกฝึกฝนในเรื่องนี้ด้วยจะทำให้เด็กมีทำนบกั้นอารมณ์ที่ดีและเด็กก็จะสามารถจัดการอารมณ์ได้ดีขึ้นด้วย
        
         วิธีการช่วยไม่ให้อารมณ์ท่วม
          สร้างปรอทอารมณ์
     ปรอทอารมณ์เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่จะช่วยไม่ให้อารมณ์ท่วมทำให้คุณมีสติและรู้สึกว่าอารมณ์ของตนใกล้ถึงจุดเดือดแล้วหรือไม่ ทำได้โดยการแบ่งระดับอารมณ์ของตัวเอง เช่น แบ่งเป็น 10 ระดับ และทันทีที่คุณประเมินปรอทอารมณ์ตัวเองว่าปรอทกำลังไต่ระดับขึ้น และคาดว่าทำนบกำลังจะพัง ไม่ว่าด้วยเหตุการณ์ใดกระตุ้นให้เกิดอารมณ์อยู่ วิธีที่จะจัดการกับอารมณ์ไม่ให้ท่วม คือ การหันความสนใจทั้งหมดกลับมาอยู่กับตัวคุณเอง จะทำให้ระดับอารมณ์ลดลงได้ เพราะถ้าคุณยังมีความสนใจอยู่กับตัวเร้าอารมณ์จะทำให้อารมณ์ของคุณสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดปรอทก็จะแตก ทำนบก็จะพังทลาย และคุณก็ไม่อาจควบคุมอารมณ์ไว้ได้ ดังนั้นคุณควรหมั่นฝึกฝนอยู่เสมอ ทบทวนตัวเอง จะช่วยให้ดูแลอารมณ์ได้ดีขึ้น
         
          วิธีการดึงความสนใจกลับมาอยู่กับตนเอง ขณะเมื่ออารมณ์กำลังไต่ระดับ
         
1. การนับเลข
      การนับเลขในใจ นับ 1 – 10 นับช้า ๆ ดึงระดับอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นให้ลดระดับลงจนรู้สึกว่าระดับอารมณ์ต่ำกว่า 5 ระดับ จากนั้นคุณก็สามารถจัดการสถานการณ์นั้นต่อไปได้ วิธีการนับเลขนี้คุณสามารถสอนให้ลูกได้ด้วย สอนให้เด็กนับออกเสียงได้เวลาอารมณ์ไม่ดี

          2. การกลับมาอยู่กับลมหายใจของตนเอง
     เมื่อคุณมีอารมณ์หรือโมโห ระบบการหายใจจะไม่ปกติ จะหายใจเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว สักพักคาร์บอนมอนนอกไซค์จะสะสม ทำให้มึน จะหน้ามืด คิดอะไรไม่ออก การฝึกการหายใจจะช่วยดึงจังหวะสติ ทำให้ปลอดโปร่งขึ้น จะไม่อึดอัด วิธีการฝึกหายใจ คือ หายใจเข้าออกให้ลึก ๆ และช้า ๆ หายใจลึกเพื่อสูดออกซิเจนให้เต็มที่ หายใจช้าเพื่อดึงจังหวะอารมณ์ แต่อย่าหายใจช้าจนรู้สึกไม่สบาย การหายใจนี้ต้องอาศัยการฝึกฝน เพราะช่วงมีอารมณ์จะหายใจไม่ทัน คุณอาจฝึกได้ทั้งที่บ้านหรือที่ทำงาน ฝึกกับลูกก็ได้ แต่อาจจะไม่นานนัก ประมาณ 2 - 3 นาที เพราะเด็กนั่งได้ไม่นาน แต่เด็กจะรู้สึกสนุกกับการฝึกการหายใจนี้
         
 3. การปลดปล่อยอารมณ์ในทางบวก
     การดูแลอารมณ์ตนเอง นอกจากคุณจะฝึกฝนไม่ให้อารมณ์ติดค้างและอารมณ์ท่วมแล้ว ในบางครั้งที่คุณรู้สึกต้องการปลดปล่อยอารมณ์ที่กดดันอยู่ภายในออกมา ก็สามารถทำได้และนำไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ได้ด้วย โดยการหากิจกรรมที่ต้องออกแรง หรือกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงาน หลายคนใช้การออกกำลังกายเป็นการระบายออก บางคนใช้ในงานศิลปะผลิตออกมาเป็นผลงาน และอีกหลายคนนำไปใช้ในการทำงานบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการซักผ้า ขัดห้องน้ำ ฯลฯ ทั้งนี้ขณะทำจะต้องใส่ใจในสิ่งที่กำลังทำด้วย แล้วคุณจะพบว่าพลังงานค่อย ๆ ถ่ายเทออกไปในระดับหนึ่ง เมื่อทำกิจกรรมเสร็จ ให้รู้สึกดีกับสิ่งที่คุณทำ เช่น วันนี้ขัดห้องน้ำได้สะอาดดีเป็นพิเศษ จากนั้นค่อยทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นที่ทำให้คุณเกิดอารมณ์ คุณจะพบว่าเมื่อคิดเรื่องนี้ในเวลาที่ระดับอารมณ์ที่ลดลงจะทำให้พบคำตอบในทางที่เป็นบวกได้ ในที่สุดคุณจะพบว่าคุณจะมีสติมากยิ่งขึ้นทำให้คุณเป็นนายเหนืออารมณ์และความคิดของตนเองในที่สุด และนั้นไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของคุณเลยจริงไหมครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น พี่ชาย วันที่ตอบ 2007-11-29 11:43:28 IP : 58.8.187.6


ความคิดเห็นที่ 11 (1286827)

ขอบคุณค่ะ พี่ชาย

ตอนนี้อารมณ์เย็นขึ้นมากแล้ว ทำใจได้มากขึ้น คิดว่าถ้าเราผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ไปได้ สิ่งต่างๆที่จะเข้ามาในชีวิตเราก็เป็นเรื่องทำธรรมดา คิดว่าตัวเองเข้มแข็งมากขึ้น ผู้หญิงสามารถเลี้ยงตัวเองได้ไม่จำเป็นที่จะต้องพึ่งผู้ชายแล้ว ความสุขมีอีกเยอะเลยที่เรามองข้ามมันไป อะไรที่เราเคยบกพร่องก็เอามาแก้ไขขณะที่เขายังอยู่กับเรา แต่ไม่ต้องการได้เขากลับคืนมานะค่ะ แต่จะได้จากกันโดยดี ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก อยู่กันเหมือนเพื่อนเลยตอนนี้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ไม่ช้าก็จากกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น แมงมุม วันที่ตอบ 2007-12-04 10:17:10 IP : 203.130.134.132


ความคิดเห็นที่ 12 (1302502)

อย่าด่าผมนะ เพราะผมก็เคยมีเมียน้อย

จากประสบการณ์ตรงผม อยากจะบอกว่า  น้องเค้ายอมเป็นของผมแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อรอเวลา ตัวจริงเขามาค้นพบ เรามีอะไรๆ ที่แลกเปลี่ยนและเสริมกันและกันได้ และพอถึงเวลา คบกันได้ ปีกว่าๆ ก็มีคนมาจีบและพาไปอยู่ด้วยออกหน้าออกตา ผมก็ดีใจด้วย

เรียกว่า เมียน้อย ก็อาจดูแรงเกินไป ขอเรียกว่า กิ๊ก ก็แล้วกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น อาร์ม วันที่ตอบ 2007-12-17 17:43:11 IP : 192.55.18.36


ความคิดเห็นที่ 13 (1305782)

ไม่เคยให้ใครรู้ว่าตัวเองมีสภาพเป็นที่ 2 มา 7ปีแล้ว ดิฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะคบเค้าในฐานะนี้

แต่ความสนิทสนมที่มากขึ้นทีทำให้ดิฉันยินยอมเป็นของเค้า       เพราะสงสารที่เค้าอยู่คนเดียว ( เค้าเป็นคนต่างชาติที่มาทำงาน ไม่ได้เอาครอบครัวมา) และอายุก็มากกว่าดิฉัน22ปี 

ทำไมถึงรักเค้าได้มากขนาดนี้     พูดไปก็คงไม่มีใครเข้าใจ ทั้งที่ดิฉันก็ยังสาวและหน้าตาไม่ขี้เหร่ น่าจะเลือกคนที่หนุ่มกว่านี้ แต่ทำไมถึงรักเค้าเพียงคนเดียว

เค้าอยู่เมืองไทย เกือบ 2ปี เป็นช่วงที่คบกัน    จากนั้นเค้ากลับไปประเทศเราไม่ได้พบกันเลย อีก2ปี ได้แต่คุยโทรศัพท์ และเมล์

    ดิฉันก็ยังรักเค้าอยู่ตลอดเวลา ยอมรับค่ะว่าทำตัวไม่ดี ดิฉันอยากมีใครสักคน แต่ไม่มีโอกาสที่จะมีใครมามอบความรักให้       นอกจากเค้าที่เป็นห่วงเป็นใยตลอดอย่างสม่ำเสมอ 3ปีหลัง ดิฉันมีโอกาสได้ไปต่างประเทศ บ่อย    ทุกครั้งดิฉันก็จะนัดเจอกับเค้าเสมอ เราตัดกันไม่ได้จริงๆนับวันก็ยิ่งรักเค้ามากขึ้น แต่ไม่เคยคิดจะแย่งเค้าและไม่เคยคิดสร้างปัญหาให้เค้า และครอบครัวเลย ไม่เคยเรียกร้องอะไร ขอแค่มีโอกาสได้อยู่ใกล้ๆก็รู้สึกอบอุ่น   เค้าเป็นคนที่เข้าใจตัวเรามากที่สุด เวลาไมสบายใจเรื่องงานก็มีเค้าที่ให้กำลังใจตลอด 

บางครั้งก็อยากเดินออกจากเส้นทางนี้    แต่ทำไม่ได้ มันเหมือนเราต้องทิ้งของที่รักไป เค้าเป็นคนแรกของดิฉัน และดิฉันก็อยากให้เป็นคนเดียวไปตลอด คงรักใครไม่ได้อีก  ตอนนี้ ไม่เสียใจกับการที่อยู่ห่างกัน เพราะใจเราผูกพันเสมอ     เรามีโอกาสได้เจอกันแค่ ปีละ 2-3 ครั้งเท่านั้น 

ถ้าใครจะต่อว่า ว่าดิฉันเป็นคนเลวก็ไม่ว่าค่ะ 

ขอบคุณที่มีโอกาสได้มาเขียน  

ผู้แสดงความคิดเห็น ไหมปักเลื่อม วันที่ตอบ 2007-12-19 21:47:46 IP : 125.27.64.147


ความคิดเห็นที่ 14 (1314517)

เหตุที่ผู้หญิงยอมเป็นเมียน้อย เพราะ

1.อยากมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  มีความสะดวกสบายมากขึ้น

2.เป็นความอบอุ่นทางใจที่ได้รับจากชายคนนั้น

3.ต้องการการปกป้องจากภาวะของชายคนนั้น ต้องการความช่วยเหลือที่คิดว่าเขาช่วยได้

        นี่เป็นเหตุผลหลักๆ ของการยอมเป็นเมียน้อย แต่มักจะไม่เป็นเพียงเหตุเดียว มักรวมกันหลายๆ ดหตุผล และจะสร้างโลกหลอกตัวเองว่าเมื่อมีแล้วอยู่อย่างเป็นสุขได้ ทั้งที่ความเป็นจริงแทบหาความสุขไม่ได้เลย ต้องระแวดระวังในการพบปะกัน ต้องหวานอมขมกลืนตลอดเวลา ต้องแสร้งมีความสุขกับเพื่อนๆ ซึ่งทั้งสิ้นนั้นเป็นเพียงโลกหลอกตัวเอง จึงอาจกล่างได้ว่า "เมียน้อย"เป็นโรคทางจิตประเภทหนึ่ง ที่ต้องการหาความสุขในทางที่สังคมไม่ยอมรับ อยากหาความสุขในทางที่คนอื่นๆ ไม่ทำกัน ไม่อยากมีความสุขส่วนตัวที่เหมือนใคร และไม่อยากให้ใครเหมือน  "ทั้งที่ทุกอย่างมันคือการหลอกลวงความรู้สึกตัวเองเท่านั้น"

ผู้แสดงความคิดเห็น เห็นพฤติกรรมนี้กับตาตัวเอง วันที่ตอบ 2007-12-27 13:36:40 IP : 203.113.17.148


ความคิดเห็นที่ 15 (1320456)

สวัสดีค๋ะ..ฉันก็มีมุมมองความคิดที่แตกต่างจากหลายๆคนนะ..อาจเป็นเพราะฉันเคยเป็นทั้งเมียหนึ่งเดียวและก็กลับกลายมาเป็นเมียน้อย..ความรู้สึกแตกต่างบ้างบางอารมณ์แต่คิดว่าการเป็นเมียน้อยต้องอดทนมากกว่าเมียคนเดียวจากเคยเป็นหนึ่งเดียวแต่ต้องเปลี่ยนมาเป็นเมียน้อย..มันก็แย่พอดูนะ..เหมือนตายทั้งเป็น..แต่วันนี้ยิ้มได้..และต้องมีชีวิตอยู่ต่อได้..ไม่ว่าจะมีเขาหรือไม่ก็ตาม..สาเหตุที่เปลี่ยนจากการเป็นผู้หญิงเบอร์หนึ่งของสามีนั้น..ก็อย่างว่าชีวิตคู่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย..ถ้าอยู่แล้วต้องเจ็บตัวเจ็บใจ..ไม่มีอนาคต..สู้ไม่อยู่จะดีกว่า..ในบางครั้งคนเราต้องยอมรับความจริงนะ..เราควรให้โอกาสกับตัวเองและกับเขาด้วย..บางทีถ้าเขาเจอคนที่รักและดีกับเขามากกว่าเราเขาก็อาจจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเขาได้เพราะเขาก็ไม่เลวร้ายไปเสียหมด..แต่พอฉันต้องมาเป็นเมียน้อย..รู้สึกผิดหวังและเสียใจยิ่งกว่าที่ต้องเลิกกับสามีคนแรกเสียอีก..ทั้งเจ็บช้ำทั้งอาย..ทั้งอยากตาย..แต่มันคงง่ายเกินถ้าจะตาย..เพราะฉันยังต้องรับผิดชอบชีวิตลูกที่เกิดกับสามีคนแรก..แต่วันนี้ฉันทำใจได้..อยู่อย่างสบายใจ..เพราะไม่มีใครมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบแน่นอนแต่จะให้กลับไปอยู่กับสามีคนแรกก็ไม่แน่นอน..เพราะฉันก็มีความคิดนะ..ว่าถ้ารักเขาอยู่ฉันคงไม่หันมาเป็นเมียน้อย..ทั้งๆที่ฉันก็ไม่ได้หวังเงินทองจากผู้ชายที่ได้ชื่อว่ามีเมียอยู่แล้ว..แต่คงเพราะความรับผิดชอบที่เขามีต่อลูก..ทำให้ฉันเห็นใจเขาและคิดเสียว่าเขาก็มีความรักลูกมากเหมือนอย่างที่ฉันมีกับลูกของฉัน..ก็ถูกแล้วที่เขาต้องอยู่กับเมียหลวงและลูกของเขา..ส่วนฉันก็อยู่กับลูกของฉัน..เราก็ให้กำลังใจให้กันและช่วยเหลือกัน..หวังดีต่อกันก็เพียงพอ..มันอาจเหงาและเศร้าแต่จะทำไงละ..ในเมื่อเราเองก็มีเหตุผลส่วนตัวที่หันมาเป็นเมียน้อย..ที่สังคมดูถูก..แต่เคยถามไหมว่าบรรดาเมียหลวงนั้นให้ความรักกับสามีตนในลักษณะใด..ไม่ได้ตำหนิแต่คิดว่าผู้ชายดีดีซักคนหนึ่งคงไม่อยากนอกใจเมีย..แต่ทำไมต้องนอกใจ..หวังไว้ว่าเราจะเป็นกระจกสะท้อนให้สามีของเธอได้เห็นค่าในตัวเธอและกลับไปรักเธออย่างหมดหัวใจ..เหมือนครั้งที่รักกันอยู่..แล้วครอบครัวเขาก็มีความสุข..แน่นอน..ฉันคงจะเศร้าและเสียใจ..แต่ก็คิดว่าชดใช้ในการทำผิดครั้งนี้ให้เธอผู้นั้น..ถึงแม้เธอจะทำร้ายจิตใจเขาด้วยการนอกใจสามีแต่สามีก็ยังต้องอภัยและรักษาครอบครัวเพื่อลูกที่น่ารัก..ดีนะที่ชู้ของเธอเป็นผู้หญิงถ้าเป็นผู้ชาย..เธอจะมาโกธรและตำหนิฉันไม่ได้เพราะเธอนอกใจเขาก่อน..แต่ฉันก็ไม่มีสิทธิคิดตำหนิเธอเพราะเธอก็ยังเป็นคนดีในสายตาของฉัน..เพราะสามีเธออาจทำให้เธอต้องเป็นเช่นนั้นก็เป็นได้..ไม่เป็นไรเมื่อถึงเวลาฉันจะจากไปโดยไม่ให้เธอได้รู้ว่าสามีเธอมีฉันอยู่ข้างใจ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้หญิงที่มีมุมมองของตัวเอง วันที่ตอบ 2008-01-03 19:32:37 IP : 202.143.163.218


ความคิดเห็นที่ 16 (1363647)

สวัสดีค่ะ...เราก็เมียน้อยคนหนึ่ง สิบปีกับสถานภาพเมียน้อย ไม่เคยมีวันคืนไหนที่จะหัวเราะหรือยิ้มได้จากหัวใจเลย อยากจะหลุดพ้นไปจากสภาพนี้เหลือเกิน อยากมีชีวิตคู่ที่ดีได้รับการให้เกียรติจากสามีและสังคมไม่ต้องลักกินขโมยกินอย่างทุกวันนี้ไม่มีความสุขเลย แต่ไม่มีหนทางใด ๆ ที่จะไปจากตรงนี้ได้เลยสามีเป็นคนดีนะคะแต่เค้ามีครอบครัวแล้วและสาเหตุหนี่งที่ทำให้เราไม่สามารถหลุดพ้นจากบ่วงกรรมนี้ได้เพราะเค้าเป็นคนมีอิทธิพลในสังคมเป็นอย่างสูง (ระดับต้น ๆ ของจังหวัดเลย) เราเคยขอเลิกกับเค้าหลายครั้ง หลายหน แต่เค้าไม่เคยยอมเลย เค้าเป็นผู้ชายคนแรกในชีวิต แต่เราก็ไม่ต้องการให้เค้าเป็นคนสุดท้ายในชีวิตเลยเพราะมันทำให้เราต้องอยู่ในสถานภาพของเมียน้อย เมียเก็บ เราอยากมีวันคืนพิเศษร่วมกับใครสักคน เป็นตัวจริงในชีวิตของคนดี ๆ สักคน ได้รับการให้เกียรติและยอมรับจากสังคม ไม่ต้องลักกินขโมยกินอย่างทุกวันนี้เราจะทำอย่างไรดีคะถึงจะหลุดพ้น เราอยากไปให้ไกลจากชีวิตตรงนี้เราเคยขอวีซ่าท่องเที่ยวของประเทศอเมริกาได้ ได้วีซ่ามา10 ปีก็ดีใจนะคะแต่ไม่มีปัญญาไปเพราะไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรจะเริ่มต้นใหม่ยังไงในวันที่อายุร่วม 35 ปีแล้วแต่ถ้าอยู่เมืองไทยก็คงไม่มีวันหนีจากบารมีของเค้าพ้นทุกวันนี้ถึงเราจะมีหน้าที่การงานที่ดีมีความสุขสบายไม่เดือดร้อน แต่กลับมีหัวใจที่เศร้าหมอง ทุกลมหายใจมีแต่อยากหลุดพ้นจากสิ่งที่เป็น ทำไมผู้ชายถึงเห็นแก่ตัว ในเมื่อไม่สามารถให้ในสิ่งที่ผู้หญิงอย่างเราต้องการได้ทำไมไม่ปล่อยเราไปเพื่อจะได้ให้เราได้มีโอกาสได้พบเจอในสิ่งที่เราฝันไว้ ทุกครั้งที่มีโอกาสได้ไปไหว้พระเราจะอธิษฐานขอให้เราหลุดพ้นจากชีวิตของเค้า ขอให้เค้าเข้าใจเรา และจากกันด้วยดี แต่เมื่อไหร่หนอ?คำอธิษฐานนี้ถึงจะสัมฤทธิ์ผล

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อยากหลุดพ้น วันที่ตอบ 2008-02-03 18:54:43 IP : 124.157.136.234


ความคิดเห็นที่ 17 (1363662)

ต่อนะคะ...พี่ชายมีคำแนะนำดี ๆ บ้างไหมคะ เราต้องทำอย่างไร ทุกวันนี้ไม่มีใครกล้าเข้ามาในชีวิตเลยเพราะทุกคนต่างก็รู้ว่าเรามีสถานภาพอย่างไรเราไม่อยากมีชีวิตอย่างนี้เลย สะท้อนใจตัวเองเหมือนเป็นคนอาภัพรักแต่เราไม่อยากยอมแพ้ต่อโชคชะตา เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมาได้ไปเที่ยวกับครอบครัวแล้วสะท้อนใจค่ะเห็นใคร ๆ ก็มีแฟน มีสามีอยู่เคียงข้างร่วมกันเคาร์ดาวผ่านวันใหม่อย่างสนุกสนาน แต่เราไม่มีใครเราเศร้าอยู่ในใจ ยิ่งเห็นเพื่อนฝูงทยอยแต่งงานกันไปหลาย ต่อหลายคู่แล้วยิ่งเศร้าหนัก เราจะมีวันนั้นบ้างมั๊ยนะ เราไม่ดีพอตรงไหนถึงไม่คู่ควรกับช่วงเวลาดี ๆ แบบนั้นเมื่อไหร่หนอเราจะมีวันสวยงามอย่างนั้นบ้าง...

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อยากหลุดพ้น วันที่ตอบ 2008-02-03 19:03:24 IP : 124.157.136.234


ความคิดเห็นที่ 18 (1366271)

สวัสดีครับคุณผู้หญิงที่ต้องตกเป็นเมียน้อยทุกท่าน

ผมเคยคุยกับหลายๆ คนที่สูบบุหรีและอยากจะเลิกสูบบุหรี โดยเริ่มต้นถามพวกเขาว่า บุหรี่ที่คุณสูบนั้นใครเป็นคนซื้อ? แล้วมือที่คีบบุหรี่ใส่ปากนั้นมือของใคร? ปากที่คาบบุหรี่ละไม่ใช่ของคุณหรือ? ที่ยกตัวอย่างนี้ก็เพราะอยากให้เห็นว่าไม่ว่าอะไรที่เกิดขึ้นกับตัวเรานั้นส่วนใหญ่ตัวเราเองเป็นผู้นำมันเข้ามาให้กับตัวเราเอง แล้วทำไมเมื่อเราจะเลิกกลับไม่กล้าที่จะเลิก เรากลัวการเปลี่ยนแปลงจนเกินไปหรือเปล่า หลายๆ คนไม่อยู่กับปัจจุบัน...  แต่คิดไปถึงอนาคตคิดไปล่วงหน้าและบอกกับตัวเองว่าไม่ไหว ทำไม่ได้ แทนที่จะเริ่มด้วยการอยู่กับปัจจุบันและทำปัจจุบันให้สำเร็จอย่างมีสติ เพราะอนาคตล้วนขึ้นอยู่กับปัจจุบันทั้งสิ้น ก่อนจบผมขอฝากคำถามไว้ให้ลองหาคำตอบกันดูดังนี้ครับ

ทำไม...  ถึงยอมทำได้ทุกอย่าง  เพื่อคนที่เรารัก  ทั้งๆที่ไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลย...

ทำไม... ทั้งที่รู้ว่าตัวเองโดนหลอก  ก็ยังอยากที่จะรักเขาต่อไป

ทำไม... ทั้งๆที่รู้ว่า  สักวันหนึ่ง อาจจะต้องถูกเขาทิ้งอย่างไม่เป็นท่า  แต่ก็ไม่ยอมที่จะรักใครคนใหม่...

ทำไม...  จะต้องเปลืองน้ำตา  เปลืองตัว  เปลืองใจ  ทั้งๆที่เขาทำให้เราต้อง  เจ็บซ้ำไป-ซ้ำมา

ทำไม...  ยอมทุกอย่างให้เขาจูงจมูก  ยอมหูเบาเชื่อเขาทุกอย่าง ยอมหลอกตัวเอง ยอมเสียโอกาสและสูญอนาคตเพื่อคนที่ไม่อาจจะอยู่กับคุณได้ตลอดไป...

ทำไม...  ถึงจะต้องทำตัวเหมือนคนตาบอด  ทำเป็นไม่รู้-ไม่เห็น  ว่าเขาทำอะไร  อยู่ที่ไหน  กับใคร??

ผู้แสดงความคิดเห็น พี่ชาย วันที่ตอบ 2008-02-05 08:57:26 IP : 58.8.187.100


ความคิดเห็นที่ 19 (1388265)

สวัสดีค่ะ พี่ชาย

หนูจะทำอย่างไรดี ชีวิตเมียน้อยมันไม่มีความสุขเลย ทุกตรมหมองไหม้ ทุกข์ทรมานเพียงไหนผู้ชายเค้าไม่เห็นจะมานั่งรับรู้  หนูเป็นเมียน้อย เกือบ 3 ปีแล้ว ทุกวันนี้หนูอยากจะเลิกกับเค้าอยากไปอยู่ที่ไหนก็ได้ที่มันไกล ๆ อยากมีคนรักที่เค้ารักเราจริง ๆ  อยู่เคียงข้างกายตลอดเวลา  เคยคุยกันว่าจะเลิกใคร  เค้าไม่เลือกใคร บอกแต่ว่าใครอยากจะอยู่ก็อยู่อยากจะไปก็ไป เค้าไม่แคร์อะไรทั้งนั้น หนูจะโง่อยู่ต่อไปทำไม หนูยอมรับว่าหนูรักเค้ามาก แต่เค้าสิเค้าทำเพื่อหนูได้แค่ไหน   เสียใจ

ผู้แสดงความคิดเห็น กาญ วันที่ตอบ 2008-02-23 10:17:45 IP : 124.157.128.21


ความคิดเห็นที่ 20 (1388303)

สวัสดีครับคุณกาญ

เท่าที่คุณเล่ามาผมว่าเขาคงหมดรักคุณไปแล้วละครับ ทั้งๆ ที่คุณอาจจะรักเขาหมดใจอยู่ก็ตาม ความเสียใจคงไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ แต่ผมว่าก็ยังดีกว่าที่จะเสียรู้และพยายามหลอกตนเองอยู่ต่อไป สิ่งที่คุณหวังคืออิสระภาพและการมีครอบครัวที่มีความสุขจะเกิดขึ้นได้หรือไม่คงขึ้นอยู่กับตัวคุณเองครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น พี่ชาย วันที่ตอบ 2008-02-23 10:54:00 IP : 58.8.193.34


ความคิดเห็นที่ 21 (1391399)
ถ้าถามเราเราไม่ได้รู้สึกว่าคุณโง่เลยเพียงแต่รักมันออกแบบไม่ได้นี้ค่ะและไม่มีใครทีอยากเจ็บและเราคิว่าไม่มีเมียน้อยคนไหนหรอที่มีความสุขเพราะเราต่างอยู่บนความทุกข์ของเมียเค้าเช่นกันเราเองเราก้เป็นเมียน้อยเราเองอยากบอกว่าเราไม่รู้ว่าทุกวันนี้ยิ้มที่เรามีมันคือยิ้มที่มาจากใจหรือเราฟืนที่จะยิ้มหรือเรียกได้ว่ายิ้มทั้งน้ำตาเราขอให้ตัวเองได้พบกับรักแท้เหมือนกับที่เราเองหวังไวเหมือนกันเราเชื่ออย่างหนึ่งว่าคนเราทุกคนเกิดมามีคู่เพียงแต่เราอาจยังไม่เจอและจงคิดว่าสิ่งที่เราเจอทุกวันนี้ก็เก็ยไวเป็นบทเรียนที่มีค่าจะได้ไม่ต้องมาเป็นเมียน้อยเค้าอีกเราขอให้เราและเพื่อนๆทุกคนหลุดพ้น
ผู้แสดงความคิดเห็น คนที่เสียใจเหมือนคุณ วันที่ตอบ 2008-02-25 21:27:36 IP : 58.8.229.181


ความคิดเห็นที่ 22 (1398148)

ขอโทษนะค่ะ คุณๆที่เป็นเมียน้อย

ดิฉันคิดว่าไม่มีใครผิดไม่มีใครถูก แล้วความรักก็ออกแบบไม่ได้จริงๆ แต่เราสามารถเลือกที่จะเป็นได้ค่ะ อย่าน้อยใจในโชคชะตา ทำไมผู้หญิงบางคนอยู่ได้โดยไม่ต้องมีแฟน มีสามี ยังมีความสุขได้เลย คุณรู้อยู่แก่ใจว่าเป็นเมียน้อยก็ไม่สามารถยิ้มได้อย่างภูมิใจ แล้วทำไมคุณยังทำอยู่ล่ะ คุณรู้อยู่แล้วว่าไม่มีวันที่เขาจะหยุดอยู่กับคุณได้  ทำไมยังคิดว่าตัวเองมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นล่ะ วันนึงภรรยาตัวจริงเขาอาจจะรู้แล้วก็ได้ แต่เขาก็ปล่อย เพราะคุณไม่ได้สำคัญอะไรเลย แค่ผู้หญิงคนนึง ที่ผู้ชายอยากได้แล้วสุดท้ายเขาก็เลือกภรรยาตัวจริงของเขา

อยากให้ทุกคนคิดเอานะค่ะ อย่าคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไป วันนึงเขาก็จะมีคนใหม่มาอีก วันนั้นคุณเองก็จะเสียใจอย่างที่ภรรยาเขาเคยเสียใจมาก่อน

ความรักออกแบบไม่ได้จริงๆค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แมงมุม วันที่ตอบ 2008-03-03 16:11:06 IP : 203.130.134.132


ความคิดเห็นที่ 23 (1405482)

ขอบคุณพี่ชายค่ะ

สำหรับคำแนะนำดีๆ ที่ทำให้ดิฉันปล่อยวาง

แล้ววันนี้ครอบครัวของดิฉันกลับมาพร้อมหน้า พร้อมตาอีกครั้งแล้วค่ะ ก็ดีใจเหมือนกัน แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด มันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เราเจ็บไม่เคยลืม แต่จะพยายามไม่พูดถึงมันค่ะ คิดว่าเราต้องให้อภัยเขา ( ครั้งนี้ครั้งเดียว ) อาจจะเป็นเพราะคำพูดที่เขาเคยพูดที่ทำให้เราเสียใจ แต่ก็ยังหวาดระแวงเขาอยู่ สามีสัญญาแล้วว่าจะไม่ทำให้เราเสียใจอีกแล้ว เขาเลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น แล้วจะตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว ไม่ทำตัวเหลวไหลอีกแล้ว บางครั้งกลับมานั่งคิดเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วก็ขำนะค่ะ บางครั้งก็มีประชดประชันกันบ้าง 555

วันนี้เหมือนการเป็นครอบครัวของเราเริ่มใหม่อีกครั้งแล้วค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

แมงมุม

ผู้แสดงความคิดเห็น แมงมุม วันที่ตอบ 2008-03-10 15:47:54 IP : 203.130.134.132


ความคิดเห็นที่ 24 (1477723)

ผมขอแสดงความคิดเห็นบ้างนะครับ

เมื่อปีที่แล้ว ผมได้รู้จักกับผูหญิงคนหนึ่ง ช่วงนั้นผมเพิ่งเลิกกับแฟนเก่ามาได้ประมาณ1ปี แล้วก็ได้มารู้จักกับผู้หญิงคนนี้ ผมก็เลยลองคบกันดู ในใจก็คิดว่าเราต้องเริ่มกับคนนี้ให้สวยงามที่สุดเพราะเราไม่อยากจะเสียใจอีก คบมาได้ประมาณ3-4 เดือนถึงรํว่าผู้หญิงคนนี้เป็นเมียน้อยนายตำรวจยศ พล.ต.ต  ในกรุงเทพ ผมถึงกับอึ้ง ไม่รู้จะไปปรึกษาใครดี เพราะการไปรักเมียน้อยคนอื่น หลายคนก็คงจะบอกให้ผมเลิกแน่นอน ทำไงได้ล่ะครับผมรักไปแล้วและผมก็รักจริงเสียด้วย ตั้งใจวางแผนอนาคตใว้สวยงามกลับจะมาพังครืนเสียแล้ว ผมก็เลยคุยกับเค้าว่าจะเอายังใง อยากออกมาเริ่มต้นชีวิตใหม่กันใหม เค้าก็บอกว่าอยากออกมา ขอให้รอหน่อย แต่เชื่อใหมครับ ตลอดเวลา1ปีกว่าที่คบกัน เค้าไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ยังคงไปหาผู้ชายคนนั้นทุกอาทิตย์  (เราทั้งคู่อยู่ต่างจังหวัด ผู้ชายคนนั้นอยู่กรุงเทพ มีลูกมีเมียแล้ว) แต่ปากก็บอกว่าให้เรารอ ช่วงนั้นผมเหมือนคนโง่ และเจ็บปวดมาก ทนเจ็บปวด แต่ก็ยังทนเรื่อยมา เพราะรัก แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างที่เธอทำ ทำให้ผมคิดได้ ล่าสุดเมื่อเดือนมีนา เธอได้รถเก๋งฮอนด้าซีวิค ใหม่เอี่ยม ประกอบกับเงินเดือนที่เธอได้ใช้เดือนละเกือบ 20,000 บาท สิ่งเหล่านี้มันทำให้ผมต้องถอยห่างออกมาด้วยความเจ็บปวดเสียแล้ว สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้ผมคิดว่าเราไม่ควรเปลี่ยนแปลงอะไรที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ผมไม่ผิดใช่มั้ยที่ไม่ได้รอต่อตามที่เคยบอกเธอใว้  เสียใจนะครับ ทั้งที่ชีวิตไม่เคยเคยคิดว่าจะได้เจอเรื่องราวอะไรที่เป็นแบบนี้ ชีวิตมันเหมือนมีรอยด่างเลยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้ชายที่รักผู้หญิงคนนี้มากเกินกว่าศักดิ์ศรี วันที่ตอบ 2008-06-12 12:38:24 IP : 118.174.182.171


ความคิดเห็นที่ 25 (1528990)

เคยคิดเสมอว่าตัวเองเข้มแข็ง ไม่หวั่นไหวกับเรื่องของความรัก ต้องไม่ถูกความรักครอบงำ แต่เมื่อมาพบเขา ผู้ชายที่มีครอบครัวอบอุ่น มีภรรยาที่แสนดี มีลูกที่น่ารัก ทั้งๆที่รู้ทุกอย่าง รู้จักครอบครัว ภรรยา และลูกของเขา  รู้ว่าเขามีคนอื่นอีกนอกจากเรา ตอนนี้ต้องทำใจกับการเป็นคนที่ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องทน ทนเจ็บปวด ทนคิดถึง ทนเห็นเวลาเขาอยู่กับครอบครัว บางครั้งต้องทนฟังเขาคุยโทรศัพท์กับเมียน้อยระดับต้นๆ หรือบางทีก็เป็นกิ๊กสาวๆที่เขาเพิ่งจีบได้

ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้ ไม่มีสิทธิโกรธ ไม่มีสิทธิน้อยใจ เพราะเขาจะอ้างว่าเรารู้ทุกเรื่องแต่ก็ยังยอมเป็นน้อยของเขา ในขณะที่เมียน้อยคนอื่นๆ คิดว่าตัวเองเป็นเมียน้อยเพียงคนเดียว เขาต้องถนอมน้ำใจไม่ให้รู้ว่าเขามีคนอื่นๆๆๆๆอีกมากมาย

หนูไม่เข้าใจว่าหนูทนเพื่ออะไร หนึ่งปีที่ผ่านมา หนูต้องปกปิดไม่ให้ที่บ้าน และที่ทำงานรู้ว่าหนูตกอยู่ในสภาพเมียน้อย บ่อยครั้งที่ต้องนั่งร้องไห้อยู่คนเดียว แล้วคิดว่าถ้าหนูรู้ว่าความรักไม่สามารถควบคุมได้ หนูคงไม่ตัดสินใจแบบนี้... 

ผู้แสดงความคิดเห็น ...โง่ที่คิดว่า... วันที่ตอบ 2008-09-01 21:53:52 IP : 124.120.112.209


ความคิดเห็นที่ 26 (1534046)

หนูก็เป็นเมียน้อยเหมือนกันแต่ชีวิตเมียน้อยก็ไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบตลอดไปเพราะว่าเขามีครอบครัวที่น่ารักมีลูกที่กำลังน่ารักของเขาอยู่ เขาก็คิดแค่ว่าเขามีเงินเขาจะเอาเงินมาฟาดเราเมื่อไหร่ก็ได้ เขาคิดว่าเราต้องการแค่เงินเขามั่ยเคยคิดหรอกว่าเมียน้อยอย่างเราก็มีหัวใจเหมือนกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น ดาหลา วันที่ตอบ 2008-09-15 13:08:12 IP : 61.19.82.30


ความคิดเห็นที่ 27 (1534055)

เรารักเขานะสิเราถึงย่อมเป็นเมียน้อยเขาทั้งที่รู้ว่าเขามีครอบครัวอยู่แล้วเพราะตอนนี้เขากำลังมีครอบครัวที่น่ารัก แต่หนูตอนนี้อยากจะหนีเขาไปให้พ้แต่เราก็มั่ยมีโอกาสักทีเพราะว่าหนูหนีเขาทีไหร่เขาก็ตามจนเจอตลอดมั่ยรู้ตอนนี้จะหนีไปไหนดีนะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กน้อย วันที่ตอบ 2008-09-15 13:24:33 IP : 61.19.82.30


ความคิดเห็นที่ 28 (1534268)

                 อ่านข้อความทั้งหมดแล้วไม่รู้จะพูดอะไรดีแต่อยากบอกว่าเขาใจความรู้สึกค่ะทั้งสามี ภรรยาหลวง และภรรยาน้อย ต่างคนก็มีเหตุผลของตัวเองในการที่จะเลือกเป็นอะไรเป็นกลังใจให้ทุกคนในทุกสถานภาพค่ะ ปล่อยว่างบ้างตั้งใจทำทุกๆ วันให้ดีแล้วชีวิตเราก็จะพบแต่สิ่งที่ดีๆ ค่ะอย่างน้อยที่สุดก็ได้ความสุขใจ

ผู้แสดงความคิดเห็น ปารี วันที่ตอบ 2008-09-16 02:12:56 IP : 202.28.78.139


ความคิดเห็นที่ 29 (2890937)

ไม่ได้ตั้งใจแต่เหตุการณ์บังคับโดนเขาหลอกเต็มๆว่าเลิกกับแฟนแล้วเขาเลือกเราเวลาผ่านไปเรารักเขาหมดใจเค้ากลับขอเลิกเพราะลืมคนเก่าไม่ได้ถ้าจะคบกันก็ต้องยอมให้เขามีคนนั้นก็ต้องเป็นน้อยเขาอยู่ดี จะทำยังไงดี รักเขามาก

ผู้แสดงความคิดเห็น นุ๊กกี้ (nookie_no-dot-1-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-10-20 15:18:47 IP : 125.26.88.239


ความคิดเห็นที่ 30 (2898691)

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณมากสำหรับกะทู้นี้ที่ทำขึ้นให้คนที่มีหัวอกเป็นเมียน้อยได้ระบายออกมา บ้าง ฉันเป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นเมียน้อยมา3 ปีแล้ว ตั้งแต่อายุ 18 แล้ว ตอนนี้ก็21 ปีแล้ว ก็อยู่ดีมีความสุขดี เพราะเราอยู่ในโลกของเราเมียหลวงก็อยู่ในโลกของเค้า ถ้าถามว่าในใจมีความสุขไหมเราก็ไม่ค่อยมีความสุขแต่เราไม่ยอมทำให้ตัวเองตกอยู่ในความทุกข์ จะทำให้ตัวเองสนุกตลอดถ้าเรารักสามีเค้าจริงๆเราก็ต้องยอมรับเราคบพี่เค้าทั้งๆที่รู้ว่าเขามีภรรยาอยู่แล้วเราก็อยู่ได้ด้วยการทำใจยอมรับกับมันถ้าเราเลิกกับเค้าไม่ได้เพราะเรารักเค้าเราก็ต้องยอม ถ้าถามว่าทำไมต้องยอม ก็เรารักเค้าไม่ใช่เหรอ ทำไมเราไม่มีสิทธิ์ที่จะดูแลเค้าเลยเหรอ ถ้าเราไม่ไปยุ่งกับบ้านใหญ่ก็คงไม่เป็นอะไรหรอก เคล็ดลับในการใช้ชีวิตที่เป็นเมียน้อยอย่างพวกเราให้มีความสุขก็คือ

1.  รู้ว่าเราอยู่ในตำแหน่งอะไรและต้องละบ้านใหญ่ไว้ในฐานที่เข้าใจ

2. ห้ามคิดที่จะแย่งเค้ามาเป็นของเราเพราะว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก

3. ถ้ามีปัญหากับเมียหลวงห้ามตอบโต้แล้วฝ่ายชายเค้าจะเป็นคนตัดสินใจเอง

4. ถ้าเมียหลวงยังตามราวีไม่เลิกก็ต้องถึงคิวของเมียน้อยอย่างเราต้องแผงฤทธิ์มั่งจะยอมฝ่ายเดียวได้ไงมีมือมีตีนเหมือนกันเราไม่เคยไปยุ่งกับเมียหลวงแล้วมายุ่งกับเราก่อนทำไม

5. จงทำใจถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นศึกระหว่างหลวงกับน้อยต้องทำใจนะเค้าต้องเลือกเมียหลวงก่อนเสมอและลูกเค้าด้วย

6. ไม่ต้องสนใจไม่ตายหาใหม่ได้

ผู้แสดงความคิดเห็น khing วันที่ตอบ 2008-11-05 20:49:56 IP : 222.123.113.210



[1] 2 3 4 5 6 7 8 ถัดไป >>


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.