ReadyPlanet.com


ไม่อยากมีลูก..แต่ยังมีอะไรกัน (ภาคต่อ)


ขออภัยจริงๆที่ต้องตั้งกระทู้ใหม่อีกครั้ง พอดีเกรงว่าคุณพี่ชายอาจจะไม่ได้เข้าไปดูที่กระทู้เดิมน่ะค่ะ

ต่อเนื่องจากกระทู้นี้นะคะhttp://www.love4home.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&WBntype=1&Category=love4homecom&thispage=1&No=1261038

 ที่ผ่านมาก็มีเพื่อนที่ชอบล้อว่า "ถ้าไม่อยากมีลูกแล้วจะมีอะไรกับสามีไปเพื่ออะไร หรือแค่อยากมีอะไรกัน แต่ไม่อยากสร้างครอบครัว งั้นจะแต่งงานกันไปทำไม" อะไรทำนองนี้

จริงๆเพื่อนเค้าก็แค่ล้อเล่นค่ะ ไม่ได้จริงจังอะไร  แต่พอดิฉันโดนล้อแบบนี้ดิฉันก็อายตัวเองนะคะว่าเหมือนเราสองคนสามีภรรยาอยู่ด้วยกัน  เพราะเรื่องตัณหา แต่สำหรับดิฉันแล้ว ถึงจะมีกันแค่สองคน แต่เราก็คือครอบครัวแล้วน่ะค่ะ ยากที่จะอธิบายให้คนอื่นเข้าใจ เพราะส่วนใหญ่คำว่าครอบครัวสำหรับเค้าคือพ่อแม่ลูก ... ยอมรับว่าเวลามีอะไรกับสามีก็รู้สึกผิดบ้าง คิดอยู่เหมือนกันว่าถ้าไม่ต้องการลูกแล้วเรามีอะไรกันไปทำไม เหมือนเป็นเรื่องน่าอายสำหรับผู้หญิงที่พร้อมจะมีแต่เซ็กซ์แต่ไม่อยากจะเป็นแม่คนน่ะค่ะ รู้สึกไม่ค่อยดีกับตัวเองเท่าไหร่เลย ก็เลยพยายามมีอะไรกันน้อยครั้งหน่อย ให้รู้สึกผิดน้อยลง

คำถามคือ คุณพี่ชายคิดว่า ความรู้สึกของดิฉันตรงนี้จะแก้ไขอย่างไรดี เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ดิฉันปฏิเสธความคิดที่จะอยากมีอะไรกับสามีในบางครั้ง หรือเป็นความคิดที่ถูกต้องแล้ว แล้วดิฉันควรเปิดใจคุยกับสามีถึงความรู้สึกนี้หรือไม่  (คือสามีไม่รู้ว่าดิฉันรู้สึกไม่ดีกับตัวเองที่เป็นผู้หญิงที่ยังมีเซ็กซ์โดยไม่อยากมีลูก ที่เค้ารู้แค่ดิฉันไม่อยากมีลูกเท่านั้นค่ะ) เพราะตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ดิฉันก็เห็นว่าสามีก็ไม่มีความต้องการตรงนี้มากนัก คือเรามีอะไรกันประมาณเดือนละ 2-4 ครั้งค่ะ เคยสอบถามกบเพื่อนสนิท เพื่อนเคยบอกว่าค่อนข้างน้อย  ลึกๆแล้วดิฉันก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะธรรมชาติของเค้าเองหรือจะเป็นเพราะเค้าคิดมากแบบเดียวกับดิฉันหรือเปล่า หากดิฉันเก็บเรื่องนี้ไว้เองคนเดียวแล้วทำตัวตามปกติจะดีกว่าไหม? ตลอดมาดิฉันก็เก็บกดความรู้สึกแย่กับตัวเองไว้จนกลายเป็นบางครั้งที่ดิฉันลุกขึ้นมาร้องไห้ตอนก่อนที่เราจะมีอะไรกันและถามสามีไปร้องไห้ไปว่าตัวดิฉันเป็นคนมักมากเกินไปหรือเปล่า ทำเอาสามีงงเหมือนกันว่าดิฉันเป็นอะไรไป

ไม่แน่ใจว่าคำถามของดิฉันมันไม่สุภาพหรือติดเรทเกินไปสำหรับเวปนี้หรือเปล่า  แต่ดิฉันไม่รู้จะไปปรึกษาใครที่ไหน (ดิฉันเห็นว่ามุมมองของพี่ชายแตกต่างจากบุคคลที่ดิฉันเคยรู้จักและปรึกษามาก่อน เพราะส่วนใหญ่เค้าจะเห็นว่าดิฉันผิดปกติตั้งแต่เรื่องไม่อยากมีลูกแล้ว ดิฉันเลยไม่ได้ระบายเรื่องนี้ต่อให้เค้าฟัง)  แต่หากเห็นว่าเนื้อหาไม่เหมาะสมอย่างไรก็สามารถลบกระทู้ออกได้นะคะ

ขอบคุณมากค่ะ

 



ผู้ตั้งกระทู้ สงสัยตัวเอง :: วันที่ลงประกาศ 2009-12-18 09:52:17 IP : 202.8.78.53


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3089767)

สวัสดีครับคุณสงสัยตัวเอง

ผมคิดว่าคุณกำลังเป็นกังวลกับสายตาและคำพูดไม่ว่าจะจริงจังหรือล้อเล่นของบรรดาคนที่อยู่รอบข้างของคุณจนเกินกว่าจะทำใจให้สงบได้ และเวลานี้สิ่งเหล่านั้นกำลังบั่นทอนสิ่งที่คนทุกคนกำลังแสวงหานั่นคือการมีชีวิตและดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขครับ การเป็นครอบครัวนั้นไม่ใช่ว่าจะต้องตัดสินด้วยจำนวนและส่วนประกอบของคนที่อยู่ในจำนวนนั้น แต่ครอบครัวนั้นคือความรักและความผูกพันกันของคนอย่างน้อย 2 คน ซึ่ง 2 คนนั้นอาจจะเป็นสามีภรรยา หรือแม่กับลูก หรือพ่อกับลูกก็ได้ครับ ส่วนเรื่องเซ็กส์นั้นผมว่าเป็นเครื่องชูรสในชีวิตคู่เท่านั้น อีกทั้งความสุขจากการมีเซ็กส์ก็ไม่ได้นับจากจำนวนครับแต่ดูที่คุณภาพ ครั้นเมื่อวันเวลาผ่านไป คนเราก็แก่ตัวขึ้นเรื่องที่จะมีความต้องการทางเพศนั้นก็ลดลงไปโดยธรรมชาติอยู่แล้ว....แต่ที่คน 2 คนยังมีระหว่างกันและกันอยู่คือความเป็นเพื่อนและเป็นเพื่อนที่จะใช่ชีวิตร่วมกันในทุกกรณีและทุกสถานะการณ์ด้วยความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจกันครับ และผมก็เชื่อว่าคุณเองก็ต้องการเช่นนั้นจริงไหมครับ.... เพื่อให้คุณมีความเข้าใจและรู้สึกดีขึ้นผมขอนำบทความของสตรีนางหนึ่ง ซึ่งเป็นคนจีนโพ้นทะเลบนแผ่นดินอเมริกา ได้สะท้อนแนวความคิด ของครอบครัวที่ไม่มีลูกในดินแดนศิวิไลซ์ว่าหาความสุขกันได้อย่างไร เธอเล่าว่า

เธอแต่งงานมา 19 ปี แต่ไม่มีลูก มีคนถามบ่อยๆ ว่า "ทำไมถึงไม่มีลูก ?" บางคนถามด้วยความเป็นห่วง บางคนอยากรู้ความลับบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ แต่คำตอบคือว่า เธอเป็นคนรักเด็กหากมีลูกจริงๆ คงจะรักมากทีเดียว เธอคิดว่าการเลี้ยงลูกกับชีวิตที่กำลังดำเนินอยู่ดูเหมือนจะไปคนละทาง จนทำให้ไม่มั่นใจในอนาคตของลูกได้ หากมีขึ้นมาจริงๆ

" ฉันรู้สึกว่า ตั้งแต่เกิดมา ท้องฟ้าก็ไม่ต้องการให้ฉันมีลูก เพราะแม่ของฉันสมัยนั้น ต้องพบกับแรงกดดันอย่างหนักหน่วงในเรื่องการมีลูกชาย แม่คลอดลูกคนแล้วคนเล่าเป็นผู้หญิง จนกระทั่งประสบความสำเร็จคลอดบุตรคนที่ 8 ได้เป็นลูกชาย จึงได้ยุติความพยายามที่จะมีลูกต่อไป ครอบครัวทางบ้านจัดงานฉลองยิ่งใหญ่มีการจุดประทัดกันอย่างเอิกเกริกเลี้ยงแขกเหรื่อมากมาย แล้วความจริง เป็นยังไง…

ตอนที่น้องชายอายุได้ 10 ขวบ ก็เป็นเด็กเกเร สูบบุหรี่ กินเหล้า เล่นการพนัน ขโมยของ โตขึ้นมาเป็นหนุ่ม ก็กลายเป็นนักเลงอันธพาล สูบกัญชายาฝิ่น เฮโรอีน และมีเรื่องชกต่อยไม่เว้นแต่ละวัน สิ่งเลวร้ายต่างๆ เขาล้วนเคยผ่านมาแล้วทั้งสิ้น เมื่อปีที่แล้วอายุเพียง 29 ปี ได้เสียชีวิต จากการถูกทำร้ายร่างกาย แม่ของฉันต้องหอบสังขารวัย 80 ปี ไปส่งศพ ดังคำโบราณที่ว่า คนผมขาวไปส่งศพคนผมดำ เพราะคนเลวนั้นมักจะอายุสั้นเสมอ ฉันรู้สึกว่า แม่อยากจะร้องไห้ แต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมา ไม่รู้จะโทษใครดี นี่หรือ…รางวัลที่ได้รับจากการมีลูกชาย

ฉันรู้สึกว่า ผู้หญิงสมัยก่อนถูกใช้เป็น "เครื่องมือคลอดลูก" การรับรู้สิ่งต่างๆ ในวัยเด็กทำให้ฉันไม่อยากเกิดเป็นผู้หญิงเลย ฉันมักนึกถึงสภาพของแม่เสมอ ท่านคลอดลูกถึง 8 คน จึงทำให้รูปร่างเปลี่ยนแปลงเป็นคนอ้วนมาก ช่วงที่แพ้ท้องแม่จะมีอาการรุนแรง จนฉันรู้สึกกลัวการมีลูก และดีที่สุดถ้าไม่เกิดเป็นผู้หญิง

ฉันเองไม่เคยใส่ใจในความคิดของคนจีนที่จำเป็นต้องมีลูกชายว่าสำคัญเลย โลกนี้มีผู้คนมากมายเต็มไปหมด ทุกคนจะต้องแข่งขันต่อสู้แย่งชิงกัน จึงจะอยู่รอดได้ การปล้นจี้ ลักขโมยเกิดขึ้นเกือบทุกท้องที่ ถ้าคนในโลกนี้ลดลงไปครึ่งหนึ่ง สังคมคงจะดี และน่าอยู่กว่านี้มาก ปัจจุบันได้ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีมาแทนกำลังคนมากขึ้น ทำให้แรงงานล้นและคนตกงาน จนหลายคนต้องกลายเป็น "ขยะสังคม" การไม่มีลูกจึงมีประโยชน์ ต่อสังคมโลกด้วยประการหนึ่ง

มีบางคนรักลูกจริงๆ เขารู้สึกว่า การไม่มีลูกเหมือนกับครอบครัวที่ไม่เป็นครอบครัว เขายอมเสียสละตัวเองเพื่อลูก ฉันยกย่องคนอย่างนี้ เขาเลี้ยงลูกไม่ใช่เพื่อต้องการให้ลูกมาตอบแทน เขาจะมีความสุขมากในเวลาที่เลี้ยงลูก แต่คนอย่างนั้นจริงๆ จะมีสักกี่คน

ฉันเคยเจอพ่อแม่หลายคู่ ยังไม่ทันจ่ายสักเท่าไรก็อยากจะขอคืนกำไรเสียแล้ว เขาอยากจะให้ลูกโตแล้วหาเงินเยอะๆ มาให้ พวกนี้คิดว่า การเลี้ยงลูกเป็นการลงทุน

พ่อแม่บางคนเกิดมามีปมด้อย ไม่มีพรสวรรค์ ทำอะไรไม่ค่อยได้ดี แต่จะบังคับลูกให้ทำในสิ่งที่ตัวเอง ไม่เคยทำได้ เช่น เล่นเปียโน พ่อแม่เล่นไม่เป็น แต่บังคับให้ลูกเรียน โดยไม่สนใจว่า ลูกจะมีความสามารถในเรื่องนี้หรือไม่ เมื่อลูกทำไม่ได้ ก็จะโกรธและหาว่า ลูกโง่ ครอบครัวแบบนี้ย่อมไม่มีความสุข

พ่อแม่บางคน รักลูกเกิน และเลี้ยงลูกแบบตามใจในลักษณะพระราชาเมื่ออยู่บ้าน เมื่อออกนอกบ้าน ลูกจึงทำตัวเป็นนักเลงอันธพาล พ่อแม่อย่างนี้เป็นพวกทำลายสังคม

ฉันเจอมาอย่างนี้ ทำให้ฉันมีความกลัว กลัวว่าพ่อแม่บางคู่นั้นจะมีคู่ของฉันรวมอยู่ด้วย ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับความสุขของคนอเมริกัน ซึ่งผลการวิเคราะห์ออกมาว่า

คนที่มีความสุขมากที่สุด คือ คนที่แต่งงานแล้ว มีงานทำเป็นหลักเป็นฐานทั้งสามีภรรยาและไม่มีลูก รองลงมาคือคนโสด สุดท้ายคือคนที่แต่งงานแล้วมีลูก จะมีความสุขน้อยที่สุด ฉันเห็นด้วยกับบทวิเคราะห์นี้เป็นอย่างยิ่ง

แน่นอน บางทีฉันมีความเสียใจอยู่บ้าง ฉันคิด "ถ้าฉันมีลูก ลูกจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร" แต่ว่า ความคิดนั้นคงเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว เพราะ

หนึ่ง ฉันเป็นคนมีลูกยาก

สอง เมื่อย้ายมาอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ทำงานสร้างความกดดันให้ฉันมาก โชคดีที่ฉันแต่งงานแล้ว ไม่มีลูก ฉันจึงมีชีวิตอยู่อย่างอิสระและมีความสุข

บางที ฉันเห็นลูกของคนอื่น น่ารักมาก หน้าตาจิ้มลิ้ม ยิ้มหวาน แก้มแดง และมีกลิ่นนมหอมฟุ้งทั้งตัว "หากมีลูกสักคน คงไม่เลวนะ" ฉันเคยคิดว่า จะไปขอลูกคนอื่นมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม

เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ฉันเกษียณก่อนครบกำหนดจากงานคอมพิวเตอร์ และตั้งใจจะทำในสิ่งที่ฉันใฝ่ฝัน คือ เขียนหนังสือ และท่องเที่ยวรอบโลก ตอนนั้นฉันรู้สึกสบายและมีเวลาพอสมควร ฉันกับสามีได้ไปทำหนังสือสัญญาขอรับเด็กชาวจีนแดงมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม เสียเงินไปหลายพันเหรียญ แต่สุดท้าย ได้ตัดสินใจฉีกหนังสือสัญญาฉบับนั้นทิ้ง เพราะฉันเป็นโรคนอนไม่หลับ บ่อยครั้งที่ต้องพึ่งยานอนหลับ แล้วฉันจะมีปัญญาลุกขึ้นมาชงนมคืนละหลายๆ ครั้งหรือ ? …ฉันชินกับการทำอะไรปุ๊บปั๊บ เช่น วันนี้คิดอยากจะเที่ยว พรุ่งนี้จะเก็บกระเป๋าไปเที่ยวเลยโดยไม่ต้องห่วงอะไรซึ่งจะเป็นไปได้หรือที่จะมาดูแลลูก

ฉันเขียนหนังสือและส่งไปตามสำนักพิมพ์ต่างๆ มีรายได้จากงานเขียนน้อยมาก ไม่พอกับค่านมของเด็กหรอก จะไปจ้างพี่เลี้ยงเด็กคงจะไม่ไหว หากเลี้ยงเองคงไม่มีเวลาเขียนหนังสือ และท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งออกไปข้างนอกนานๆ

สามีของดิฉัน คิดว่า ขณะนี้อายุใกล้ถึง 50 ปี พออายุ 55 ปี จะเกษียณตัวเองทันทีหากต้องเลี้ยงลูก เขาคงต้องทำงานจนถึงอายุ 70 ปี เดี๋ยวนี้มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการ กลับมาบ้านรู้สึกเขาเหนื่อยมากและอยากพักผ่อน เขาวางโครงการไว้ว่า เมื่อเกษียณแล้วจะไปสอนหนังสือในชนบท เขาเองก็ไม่อยากให้การมีลูกสักคนหนึ่ง แล้วทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปทั้งหมด

สำคัญที่สุด นอกจากที่ไม่มีลูก ชีวิตครอบครัวของเรามีความสุขมาก เรารักกันมาก มีลูกแล้วเราจะมีห่วง เรากลัวว่า จะทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันด้วย "ชีวิต" ไม่มีอะไรสมบูรณ์ ต้องรู้จักพอจึงจะมีความสุข ทั้งหมดนี้เป็นเหตุให้เราตัดสินใจฉีกสัญญาการขอบุตรบุญธรรมทิ้งไป

เราตั้งใจว่า จะดูแลตัวเอง หาเพื่อนเยอะๆ หาความสุขมากๆ เลี้ยงดูลูกของญาติพี่น้อง เมื่อเราแก่ เราจะไปอยู่บ้านพักคนชรา อยู่ด้วยกันจนวันตาย ลูกนั้นแต่เดิมมาก็คือนักเดินทางที่เดินทางผ่านตัวเราไป ไม่ใช่ที่พักริมทาง หรือบ้านพักของเรา จริงๆ แล้ว บ้านพักของเราอยู่ที่ใจต่างหาก ฉันตั้งใจแล้วว่า เมื่ออยู่ในบ้านพักคนชรา ฉันจะไม่กลุ้มใจเลยว่าลูกหลานไม่มาเยี่ยมเรา…"

คนไม่มีลูก ใช่ว่า จะหาความสุขในครอบครัวไม่ได้ "ความคิด" ต่างหากที่ทำให้ใจเราสุขหรือทุกข์ อย่าเอาความสุขทั้งหมดไปแขวนไว้กับการมีลูก เพราะยังไง ยังไงชีวิตของเราต้องดำเนินต่อไป ไม่ว่าจะมีลูกหรือไม่ หนทางข้างหน้ายังอีกไกล เกี่ยวก้อยคนรักไว้และทอดอารมณ์หาความสุขจะไม่ดีกว่าหรือ บางทีเมื่อเราเดินไปจนถึงสุดสายปลายทางแล้ว เราอาจดีใจที่ไม่ได้ให้กำเนิดใครสักคน มาลำบากลำบนในโลกใบนี้ ดูพระพุทธเจ้าเป็นตัวอย่างซิ พระพุทธองค์ท่านมิใช่หรือที่แสวงหา "การไม่เกิด" อีก

ผมเชื่อว่าเมื่ออ่านเรื่องราวข้างต้นจนจบแล้วคุณน่าจะมีความสงบในใจขึ้นและเข้าใจว่าความแตกต่างในการดำเนินชีวิตของแต่ละคนนั้นเป็นเรื่องของบุคคลนั้นๆ คนเราไม่จำเป็นจะต้องดำเนินชีวิตให้เหมือนกันครับ ดังนั้นก็จงอย่ากลัวที่จะแตกต่างเพราะความแตกต่างนี้เองอาจจะทำให้คนบางคนพบกับความสุขในขณะที่คนอื่นไม่สามารถหาความสุขได้....อีกทั้งการพยายามทำให้เหมือนคนอื่นนั้นก็อาจจะเป็นการหลอกตัวเองและนำมาสู่ความทุกข์ในที่สุดได้ครับ.....

ผู้แสดงความคิดเห็น พี่ชาย (love4home-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-12-18 13:50:05 IP : 58.8.192.201


ความคิดเห็นที่ 2 (3089769)

ขอบคุณอย่างมากค่ะสำหรับบทความ.... และขอบคุณอย่างที่สุดสำหรับประโยคนี้

"คนเราไม่จำเป็นจะต้องดำเนินชีวิตให้เหมือนกันครับ ดังนั้นก็จงอย่ากลัวที่จะแตกต่าง"

ขอบคุณมากนะคะ เข้าใจแล้วว่าความแตกต่างไม่ใช่ความผิด

จากนี้...ดิฉันจะไม่ไขว้เขวไปกับคำพูดรอบข้าง และจะเชื่อมั่นในวิถีทางของครอบครัวของตัวเองค่ะ

^________^

 

ผู้แสดงความคิดเห็น gYL`บa%ปส วันที่ตอบ 2009-12-18 14:58:32 IP : 202.8.78.53


ความคิดเห็นที่ 3 (3096190)

ขอบคุณด้วยคนค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แพท วันที่ตอบ 2011-03-02 14:40:59 IP : 223.205.169.46


ความคิดเห็นที่ 4 (3099715)
อ่านบนความข้างต้นแล้วน้ำตาไหลเลย...
ผู้แสดงความคิดเห็น เกด วันที่ตอบ 2012-09-04 21:59:30 IP : 101.109.159.231


ความคิดเห็นที่ 5 (3111458)
All of these articles have saved me a lot of heascahed.
ผู้แสดงความคิดเห็น 3GzTi4OmF (ys441z8nz-at-outlook-dot-com)วันที่ตอบ 2015-01-31 14:25:44 IP : 216.178.241.87


ความคิดเห็นที่ 6 (3111878)
At last, soomnee who knows where to find the beef
ผู้แสดงความคิดเห็น vlaVYEKGEsT (xfolwbos-at-mail-dot-com)วันที่ตอบ 2015-01-31 23:24:55 IP : 202.72.218.178


ความคิดเห็นที่ 7 (3114189)
many criteria insurance cheap young driver hospital bill actual amounts Virginia car insurance free quotes auto compensation auto vintage New Jersey car insurance websites likely decline car insurence passenger van
ผู้แสดงความคิดเห็น X93SnzBx1 (jdhhle5i-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2015-02-10 00:46:49 IP : 207.236.194.136


ความคิดเห็นที่ 8 (3114754)
insurance california auto insurance quote paying inflated sexual enhancers levitra quickly constant cause buy viagra 25mg vaginal
ผู้แสดงความคิดเห็น E3n2DfrFGv (eewuqcse-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2015-02-13 14:13:41 IP : 183.207.232.119


ความคิดเห็นที่ 9 (3115442)
efforts buy cialis online decongestant instance some viagra 25mg online impotence five major generic cialis No Prescription heart disease nitric oxide buy brand name levitra 25mg verifiable
ผู้แสดงความคิดเห็น Yjbl9h98gg (03g0wzylm8-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2015-02-18 21:57:56 IP : 111.9.232.170



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.