ReadyPlanet.com
dot dot
dot
"บ้านแห่งรัก" ที่นี่มีรักสำหรับทุกคน
dot
bulletหน้าแรก
bulletสนามหน้าบ้าน
bulletห้องรับแขก
bulletห้องพ่อแม่ - ญาติผู้ใหญ่
bulletห้องหนังสือ
bulletห้องลูกๆ หลานๆ
bulletเรื่องน่ารู้
bulletเรื่องเล่าสอนใจ
bulletห้องสนทนา "บ้านแห่งรัก"
bulletส่งเมล์ถึง Webmaster
bulletท่านมีคำถามเรามีคำตอบ
bulletเพื่อนบ้านแลกลิ้งค์


ผู้ร่วมสนับสนุน "บ้านแห่งรัก"


บริษัท ฟอร์จูนเมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด ศูนย์รวมสินค้าดีมีคุณภาพ

ร่วมเป็นผู้สนับสนุนเวบไซด์ บ้านแห่งรัก เพียงวันละ 15 บาท โดยลงโษณากับเรา คลิกที่นี่เพื่อติดต่อ webmaster

ข้อคิดสะกิดใจ


เพื่อรักษาไว้ซึ่งชีวิตครอบครัว
มีบางครั้งที่เราต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ
มีบ้างบางครั้งที่เราต้องเลิกทำในสิ่งที่ชอบ
เพื่อความก้าวหน้าของชีวิตครอบครัว
มีบ่อยครั้งที่เราต้องรู้จักใช้สติ
ต้องรู้จัก อดทน และให้อภัย
ดูอย่างต้นไม้ซิ
มันไม่เคยที่จะผืนลิขิตของฤดูกาล
มันไม่คิดจะขัดธรรมชาติ
เมื่อถึงคราวต้องทิ้งใบก็ยินยอมแต่โดยดี
อดทนและอดทน
เพื่อผลิใบ และดอกผลเมื่อฝนมา
เพราะเมื่อเวลามาถึงทุกสิ่งจะดำเนินไป
ชีวิตที่เรียบง่ายคือชีวิตที่มีสุข


 
 ขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมทำบุญกับทางวัดพระบาทน้ำพุในโครงการสายทานบารมี ไม่ว่ามือถือท่านจะราคาเท่าไรก็ตาม  ร่วมบริจาคครั้งละ 9 บาทผ่านการกดเบอร์โทรศัพท์ไปที่หมายเลข 1900-222-200 เพื่อวัดพระบาทน้ำพุและผู้ป่วยโรคเอดส์ครับ
ขอขอบพระคุณครับ

 

บอกบุญการกุศล

@ บริการเสนอข่าวประชาสัมพันธ์การกุศล
ท่านที่มีข่าวสาร/ประชาสัมพันธ์ขององค์กร/หน่วยงาน อันเป็นการกุศลและเป็นประโยชน์ต่อสังคม เรายินดีนำเสนอให้ท่านฟรีครับ ใช้บริการกันได้เลยโดยส่งข่าวไปตามที่อยู่อีเมล์ข้างล่าง

love4home@hotmail.com

@ เอื้ออาทรผู้บ่วยโรคเอดส์
เชิญร่วมบริจาคให้มูลนิธิธรรมรักษ์ วัดพระบาทน้ำพุ ทางไปรษณีย์ โดยธนาณัติ, ตั๋วแลกเงิน, เช็ค, แคชเชียร์เช็ค สั่งจ่าย ดร.พระครูอาทรประชานาถ วัดพระบาทน้ำพุ ลพบุรี 15000 โทร. 0-1831-3441, 036-413805 ต่อ 106 โทรสาร 036-422600
หรือทางธนาคารโดยเข้าบัญชี " กองทุนอาทรประชานาถ "
ธนาคารกรุงเทพ สาขาลพบุรี เลขที่บัญชี 289-0-84697-1
ธนาคารทหารไทย สาขาลพบุรี 304-2-41277-9
ธ.กสิกรไทย สาขาถนนสุรสงคราม 174-2-39000-0
ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาลพบุรี 579-2-33730-7
ธ.กรุงศรีอยุธยา สาขาลพบุรี 111-1-47300-7

หาความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์.....เชิญคลิก

@โครงการแบ่งปันความรู้สู่ชนบท
ขอเชิญบริจาคหนังสือใน โครงการแบ่งปันความรู้สู่ชนบท เพื่อให้เยาวชนในชนบทมีหนังสือดีๆไว้อ่านเป็นการสร้างนิสัยรักการอ่านให้เด็กๆในชนบท โดยหาหนังสือเข้าห้องสมุดชุมชนวัดสามชุก ตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี

สนใจส่งหนังสือไปได้ที่นางลำพู เดชาวิชิตเลิศ สำนักงานเลขาธิการสภาวัฒนธรรมอำเภอสามชุก ที่ว่าการอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี 72130 โทร.0 3557 1188

@ ชวนบริจาคหนังสือดีเข้าห้องสมุด
ห้องสมุดวัดป่าสุคะโต ขอเชิญชวนทุกท่านบริจาคหนังสือดีเข้าห้องสมุดของวัด เพื่อให้พระและญาติธรรมผู้มาวัดได้มีหนังสือดีๆ ไว้อ่าน

สนใจ ส่งหนังสือไปได้ที่ พระสันติพงศ์เขมะปัญโญ (หลวงพี่ตุ้ม) วัดป่าสุคะโต ตะท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ 36150

@ เชิญชวนบริจาคสิ่งของให้สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท
ขอความช่วยเหลือสิ่งของบริจาคบ้านเด็กอ่อนพญาไท ซึ่งรับเลี้ยงเด็ก ตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ขวบ จำนวน 300 กว่าคน ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่ถูกทอดทิ้งและมีเด็กที่ติดเชื้อ HIV ประมาณ 40 กว่าคน ของที่คนส่วนใหญ่นำมาบริจาคปกติแล้วจะเป็นนมกล่อง และนมผง เนื่องจากตอนนี้บ้านเด็กอ่อนพญาไทต้องการของตามรายการเหล่านี้มากเป็นพิเศษดังต่อไปนี้
1. ผ้าก๊อส (ทำแผล)
2. ผ้าอ้อมกระดาษ (ทุกขนาด)
3. ผงเกลือแร่ (สำหรับเด็กท้องเสีย)
4. ข้าวสารหอมมะลิ
5. สายดูดเสมหะ เบอร์ 8,
6. นมผงยี่ห้อเอนฟาแลค, โอแล็ค. อะแลคต้า
7. น้ำเกลือสำหรับทำแผล
8. ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่
9. ยาทาเชื้อรา (ผิวหนัง) ผ้าขนหนู
10. แอลกอฮอล์ (ทำความสะอาดแผล 70%)
11. ผ้าเช็ดหน้าเด็ก
12. ถุงมือขนาด S, M
13. เสื้อและกางเกงเด็ก 1-3 ขวบ
14. Asmasol Solution 20ml. (ยาพ่น)
15. นมกล่อง U.H.T.
16. Prepulsid Susjunsion
17. รองเท้า และ ถุงเท้าเด็ก 1-3 ขวบ
18. กระดาษชำระ
19. สบู่เด็ก
หากว่าใครประสงค์จะบริจาค หรือสอบถามรายละเอียดโปรดติดต่อ บ้านเด็กอ่อนพญาไท โทร. 0-2584-7254 - 5 แฟกซ์ 0-2584-7255 ต่อ 109 หรือส่งพัสดุที่ สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท
72/24 ม. ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ในซอยข้างเมเจอร์(5แยก) เข้ามาประมาณ 800ม.
หรือโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขารามาธิบดี
เลขที่ 026-2-28911-5 ชื่อบัญชี มูลนิธิสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท

@ แจกฟรี รถ Wheel Chair สำหรับคนพิการ
สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย (สพท.) ร่วมกับสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหว (ส.พ.ค.) ขอเชิญผู้พิการทุกท่านที่มีความประสงค์ต้องการรถวีลแชร์ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพียงส่งเอกสาร

1. สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมเซ็นรับรองสำเนา

2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมเซ็นรับรองสำเนา

3. สำเนาสมุดประจำตัวคนพิการ พร้อมเซ็นรับรองสำเนา

4. รูปถ่ายเต็มตัวเห็นสภาพความพิการชัดเจน 1 รูป

5. ให้ระบุที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวก พร้อมเบอร์โทรศัพท์ (ถ้ามี )

มาที่ สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย 73/7-8 ซอยติวานนท์ 8 ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 0-2951-0445,0-2951-0447โทรสาร 0-2951-0567 หรือที่ สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหว 802/410 หมู่ 12 หมู่บ้านวังทองริเวอร์ปาร์ค ซอย 10/4 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12130 มือถือ 0-1735-2316,0-1372-4201 โทรสาร 0-2990-0331

หมายเหตุ รถวีลแชร์มีเพียงพอสำหรับทุกท่านที่ติดต่อเข้ามา

เพื่อนบ้านแลกลิ้งค์

Banner Exchange

Copy แบนเนอร์ เพื่อนำไปใส่ในเว็บของคุณ

ก๊อปปี้โค้ดด้านล่างไปติดที่เว็บ หรือ Copy ภาพไปแล้วทำลิ้งค์มาที่เรา แล้วเมล์มาที่ webmaster

รวมเพื่อนบ้านแลกลิ้งค์>>

Search the Web

ศาสนสุภาษิต

อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย
ชนะตนนั่นแหละ เป็นดี

ปญฺญา ธนํ โหติ
ความรอบรู้ เป็นทรัพย์อันประเสริฐ

อ่านศาสนสุภาษิตทั้งหมด>>

จงอย่าทำ


อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน
อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา
อย่าเสวนาคนชั่ว อย่ามั่วอบายมุข
อย่าดีแต่ตัว อย่าชั่วแต่คนอื่น
อย่าฝ่าฝืนกฎระเบียบ อย่าเอาเปรียบสังคม
อย่าหลงในโลกีย์ อย่าคิดเอาแต่ได้
อย่าใส่ร้ายคนดี อย่ากล่าววจีมุสา
อย่านินทาพระเจ้า อย่าขลาดเขลาเมื่อมีทุกข์
อย่าสุขจนลืมตัว อย่าเกรงกลัวงานหนัก
อย่าสะสมทิฐิ อย่าลืมตนเมื่อมั่งมี

พยากรณ์อากาศ

Stock Movement

Exchange Rate

Gold Price

[Most Recent Quotes from www.kitco.com] [Most Recent Quotes from www.kitco.com]



ข้อคิด 20 ประการสู่การเป็นผู้นำ (ข้อ 1-10) article
1. ความสามารถในการเป็นผู้นำคืออะไร 
เคยมีคำถามว่าครูที่ดีที่สุดหรือนายแพทย์ที่ดีที่สุดสามารถเป็นครูใหญ่หรือผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้หรือไม่ มีคำตอบอยู่หลายประเภท บ้างก็ว่าทำได้ บ้างก็ว่าทำไม่ได้ บ้างก็ว่าต้องพิจารณาในส่วนอื่นๆประกอบ แต่โดยหลักการที่สำคัญในการจะเป็นผู้นำได้นั้นมีเพียงสั้นๆว่า “หัวใจของการนำคือสามารถผลักดันให้ผู้อื่นลงมือทำงาน” ดังนั้นจะเห็นได้ว่าบุคคลที่ดีที่สุดนั้นก็ไม่แน่ว่าเขาจะสามารถเป็นผู้นำที่ดีได้ เพราะไม่เพียงแต่เขาจะสามารถทำงานในแขนงนั้นๆ หรือรอบรู้เป็นอย่างมากในการทำงานแขนงนั้นๆเท่านั้น แต่ยังหมายความถึงการผลักดันให้ผู้ร่วมงานมาช่วยกันทำงานด้วยอย่างมีประสิทธิภาพ คำว่า “ผลักดัน” รวมถึงการจัดองค์กร, ชี้แนะ, ตรวจสอบ และที่สำคัญคือการ “เติมพลัง” ให้แก่ผู้ร่วมงาน

  ทำให้ผู้ร่วมงานแสดงความคิดสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างเต็มที่ ทำให้ผู้นำนั้นไม่เพียงแต่ต้อง “เข้าใจงาน” หากแต่ ต้อง “เข้าใจคน” อีกด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก ในเมื่อต่างคนต่างก็มีความคิด อารมณ์ที่แตกต่างกัน แต่โดยหลักการบริหารแบบใหม่ ผลได้พิสูจน์แล้วว่า “ไม่มีวิธีการบีบบังคับใดๆที่สามารถทำให้คนเราทำงานได้ดี” จึงจำเป็นที่ผู้นำจะต้องทำให้เพื่อนร่วมงานด้วยความเต็มใจการใช้วิธีบีบบังคับกฎระเบียบหยุมหยิม เข้มงวดจนเกินเหตุ จะทำให้เกิดความแตกแยก, แบ่งพวกแบ่งหมู่ตามกลุ่มผู้รับผิดชอบที่มีอำนาจ ปราศจากความสามัคคีร่วมใจ และผลที่สุดก็คือจะทำให้คนที่ต้องการทำงานอย่างเต็มที่เกิดความเบื่อหน่าย ซึ่งในที่สุดองค์กรนั้นก็จะต้องสูญเสียผู้ร่วมงานที่ดีไปหมดสิ้น ในอดีตกาลเคยมีการใช้แส้บังคับคนทำงานมาแล้ว แต่ในปัจจุบัน การใช้ “แส้ที่ไม่มีตัวตน” ก็ยังคงมีให้เห็นกันอย่างดาษดื่น ซึ่งโดยเนื้อแท้แล้วก็ไม่ต่างกันอะไรกันเลย


2.เข้าใจความใฝ่ฝัน? 
เมื่อเรากล่าวถึงความเข้าใจในคนที่ทำงาน และทำให้เขาทำงานด้วยความเต็มใจอย่างเต็มความสามารถแล้วเราก็อาจเกิดคำถามต่อมาว่า
“ทำอย่างไรจึงจะทำให้เขาทำงานด้วยความเต็มใจ ?”เราอาจตอบได้ว่าคนทำงานทุกคนมีพลังความต้องการชนิดหนึ่งซึ่งเราอยากจะเรียกรวมๆว่า “ความใฝ่ฝันของคนทำงาน” เป็นแรงผลักดัน เป็นแรงกระตุ้นให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เมื่อมามองตรงจุดนี้เราก็จะเห็นกันอย่างง่ายๆโดยทั่วไป ปัจจัยที่สำคัญคือเงินและเกียรติ ซึ่งบางองค์กรจะได้วิธีตั้งอัตราเงินเดือนไว้สูงเพื่อเป็นแรงกระตุ้นจูงใจ ขณะที่คนทำงานบางประเภทต้องการชื่อเสียง อยากได้รับคำยกย่องชมเชย ความเคารพเลื่อมใส สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่เงินทอง ดังนั้นองค์กรที่พวกเขาสังกัดอยู่ก็จะส่งเสริมการมอบรางวัล, การชมเชยเป็นเครื่องตอบแทนและเป็นกำลังใจแต่ก็มีคนทำงานอีกเป็นจำนวนมากที่ ทำงานด้วยความรัก เช่น ศิลปิน, นักประพันธ์ และอีกประเภทหนึ่งอาจมีความต้องการที่จะเอาชนะ รักงานท้าทางโลดโผน เบื่อหน่ายงานที่ซ้ำซากจำเจ ซึ่งในบรรดาแรงกระตุ้นต่างๆ เหล่านี้ในแต่ละบุคคลจะมีมากบ้างน้อยบ้าง อาจมีเพียงสิ่งเดียวหรือหลายสิ่ง หรืออาจแปรเปลี่ยนไปมาได้มากมายตามกาลเวลา แต่กล่าวโดยรวมแล้ว แรงกระตุ้นผลักดันเหล่านี้เป็น “ความใฝ่ฝัน” ที่ผู้นำจะต้องทราบและเข้าใจ และมอบหมายการงานให้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคล จากบทเรียนขององค์กรที่ประสบความสำเร็จเป็นจำนวนมากได้ข้อสรุปว่าองค์กรใด ผู้นำสามารถทำให้เพื่อนร่วมงานมีความใฝ่ฝันร่วมกันจัดสรรงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมแล้วคนทำงานทุกคนจะทำงานอย่างสุดความสามารถภายใต้แรงผลักดันของความใฝ่ฝันร่วมนี้นี่เป็นงานที่ลำบากยากยิ่งและต้องใช้ระยะเวลา แต่ “ผู้นำ” ก็ไม่สามารถปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ได้


3.เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกคน 
เราทุกคนคงเคยมีความรู้สึกว่าขณะที่มีอารมณ์แจ่มใสจะสามารถทำงานด้วยความสุข มีความเชื่อมั่น ไม่เบื่อหน่าย งานยุ่งก็กลายเป็นงานง่าย ปัญหาก็แก้ตกไปในพริบตา แต่ขณะเดียวกันถ้าอารมณ์ขุ่นมัว มีแต่ความทุกข์ เราจะคิดแต่เรื่องจุกจิก ไร้สาระ คิดแต่ว่าตัวเองไร้ความสามารถ และรู้สึกว่าใครๆก็กำลังวิพากษ์วิจารณ์เรา หัวเราเยาะเรา งานเล็กๆก็กลายเป็นงานใหญ่ไปข้างต้นนี้คือผลแห่งอารมณ์ของคนทำงานดังนั้น “การเข้าใจอารมณ์ความรู้สึก” จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่ “ผู้นำ” ต้องเรียนรู้ คนทำงานทุกคนเมื่อตกอยู่ในภาวะจิตใจที่มีแต่ความกลุ้มกังวล กลัวจะถูกไล่ออก ถูกลงโทษ หรือมีปัญหาในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกิดความรู้สึกโกรธแค้น ไม่พอใจ ต่อต้าน และเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้นำแล้ว นอกจากประสิทธิภาพในการทำงานจะลดลงแล้ว ยังมีปฏิกิริยาอื่นๆ ซึ่งจะนำมาซึ่งความเสียหายอีกด้วยผู้นำที่ดีจึงควรจะรักษาอารมณ์อันเยือกเย็นเสมอต้นเสมอปลายทั้งของตนและของคนทำงานเอาไว้ ไม่ว่าจะมีปัญหาหรือภาวะคับขันอย่างไรก็ตาม ต้องมีวิธีการที่จะขจัดความรู้สึกวิตกกังวลและหลีกเลี่ยงวิธีการใดๆที่อาจทำให้คนทำงานรู้สึกว่าถูกปรักปรำ เกิดความรู้สึกโกรธแค้น การใช้ถ้อยคำหยาบคาย เสียดสี ถากถาง ประชดประชันมาสร้างความอับอายให้แก่ผู้ร่วมงานเป็นสิ่งที่ต้องยกเว้นไม่พึงกระทำเป็นอันขาด เมื่อคุณทำได้อย่างนี้แล้ว คุณก็จะทำให้เพื่อนร่วมงานของคุณเกิดความสบายใจ ทำงานด้วยความสุข ความกระตือรือร้นแม้ในภาวะคับขัน เขาก็จะยืนอยู่ข้างๆคุณ เอาชนะอุปสรรคในการทำงานไปได้อย่างราบรื่น


4.ทุกคนล้วนแต่มีความสำคัญ 
ถ้าคุณอยากจะเข้าใจใคร คุณก็ต้องเข้าหาเขาก่อน นี่คือหลักการทั่วๆไป
ผู้นำต้องเข้าหาคน เนื่องจากความจำเป็นของการงาน นี่เป็นเรื่องที่รู้ๆกันอยู่ แต่โดยทั่วๆไปแล้ว ผู้นำมักจะมีท่วงทำนอง “วางตัวอยู่เหนือคนอื่น” โดยเฉพาะเวลาเข้าหาผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้นำมักจะดูแคลนพวกเขาเสมอความจริงคนคนหนึ่งไม่ว่าจะทำงานเล็กกระจิริดแค่ไหน พละกำลังของเขาจะกระเจ้าร่อยเพียงใด แต่เมื่อเขาทำงานอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ของตนแล้ว เขาก็คือบุคคลสำคัญคนหนึ่ง ในทวีปยุโรปมีเพลงพื้นบ้านอยู่เพลงหนึ่ง เนื้อร้องมีใจความย่อๆว่า เนื่องจากตะปูตัวเล็กๆตัวหนึ่งหลุดหายไปในที่สุดก็ถึงกับสิ้นชาติ

  • เนื่องจากตะปูเล็กๆตัวหนึ่งหลุดหายไป เกือกม้าจึงหลุดหาย
  • เนื่องจากเกือกม้าหายไป ม้าจึงเสียหลัก
  • เนื่องจากม้าเสียหลัก ท่านขุนพลจึงพลัดจากหลังม้า
  • เนื่องจากขุนพลพลัดจากหลังม้า การสู้รบจึงพ่ายแพ้
  • เนื่องจากการสู้รบพ่ายแพ้ จึงสูญชาติไป

ในชีวิตจริงเรื่องต่างๆคงไม่ง่ายเหมือนกับเพลงพื้นบ้านเพลงนี้อย่างแน่นอน แต่เหตุการณ์ทำนองนี้มักจะเกิดขึ้นเสมอๆ เนื่องจากความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆของคนตัวเล็กๆจึงทำให้สังคม ประเทศชาติได้รับความเสียหายอย่างใหญ่หลวง เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์และในชีวิตจริงมาไม่น้อยแล้ว
ดังนั้น คนเราไม่ว่าจะมีฐานะต่ำต้อยเพียงใด หน้าที่การงานเล็กน้อยแค่ไหน แต่ภาระหน้าที่ของก็ยังคงมีความสำคัญอยู่นั่นเอง ตัวอย่างเช่น ในยามสู้รบกัน ทหารยามคนหนึ่งเพียงแต่สะพายปืนยาวเดินไปเดินมา เฝ้ายามอยู่หน้าประตู มองอย่างผิวเผินแล้ว ก็ไม่มีความหมายอะไรเลย เมื่อเอาเขามาเปรียบเทียบกับท่านนายพล ฐานะของคนสองคนนี้ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน แต่กระนั้นก็ตาม ในบางขณะชีวิตของท่านนายพลก็กำอยู่ในกำมือของทหารยาม “กระจอกงอกง่อย” คนนี้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าทหารยามคนนี้ทำงานอย่างไม่รับผิดชอบ ปล่อยให้ข้าศึกเล็ดลอดเข้ามาจู่โจมค่ายได้ ก็อาจจะทำให้การสู้รบได้รับความเสียหายทันทีหน้าที่การงานทุกหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานทุกคน ต่างเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้ของการงานทังหมด ผู้ปฏิบัติงานทุกคนจึงควรจะได้รับการยกย่อง ได้รับการเอาใจใส่และสามารถขยายบทบาทของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ปฏิบัติงานในความรับผิดชอบของตนให้ก้าวหน้าไปอย่างเต็มที่ ผู้นำควรจะมีทัศนะในการมองปัญหาเช่นนี้ เวลาเข้าหาคน จึงจะให้ความเคารพคนคนนั้นได้อย่างจริงใจและอย่างเป็นธรรมชาติ


5.เข้าหาผู้อื่น 
การที่จะดูว่าผู้นำและผู้ถูกนำมีความเข้าใจต่อกันมากน้อยแค่ไหนนั้น ก็ดูได้จากความใกล้ชิดกันของทั้งสองฝ่าย ในองค์การหนึ่งๆ สมาคมหนึ่งๆ วิสาหกิจหนึ่งๆ หรือหน่วยงานหนึ่งๆ ถ้าความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำกับผู้ถูกนำเป็นไปด้วยดี การงานทุกอย่างก็จะเจริญก้าวหน้า
ผู้นำที่ดีเมื่อพบปะผู้ใต้บังคับบัญชา ควรจะทักทางปราศรัยกับพวกเขาอย่างอบอุ่น อย่างมีจิตสำนึกและจริงใจ พูดคุยกับพวกเขาด้วยความสนิทสนม ถามไถ่สภาพการงานและชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาก็ได้ แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ต้องหลั่งไหลออกมาจากใจจริง มิใช่เสแสร้งแกล้งทำ และไม่ใช่ทำอย่างฉาบฉวยตามมารยาทสังคมเท่านั้น ขณะเดียวกันก็ต้องน้อมใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างแท้จริง และมีความต้องการความคิดเห็ดเหล่านี้อย่างยิ่งยวด สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่จะเสแสร้งทำกันได้ ผู้นำต้องเข้าใจหน้าที่การงานที่พวกเขาทำอยู่ ต้องจำเรื่องราวต่างๆที่พวกเขาเคยทำมาก่อน จำคำพูดต่างๆที่พวกเขาเคยพูดออกมา จำความเห็นต่างๆที่พวกเขาเคยเสนอ และต้องจำชื่อพวกเขาให้ได้ เพราะทุกคนจะเกิดความรู้สึกว่า ผู้นำคนนี้จำเราได้ ให้ความเคารพแก่เรา สนใจรับฟังความคิดเห็ดของทุกคน เอาใจใส่ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเรา และรู้ด้วยว่าใครทำงานดี ใครทำงานไม่ดีอย่างไร
สิ่งเหล่านี้คือการปลุกปลอบใจ การให้กำลังใจอย่างล้นหลามแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน
ข้าพเจ้าเคยทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่ง มีพนักงานประมาณหนึ่งร้อยกว่าคน สองปีแรกที่ข้าพเจ้าทำงานอยู่ที่นั่น ข้าพเจ้าไม่เคยพูดคุยกับผู้จัดการเลย เวลานั้นข้าพเจ้าอายุยังน้อย งานที่รับผิดชอบก็เป็นงานต่ำ คั่นกลางอยู่เป็นขั้นๆ หัวหน้าแหนกเหล่านั้นก็เหมือนกันชั้นเมฆสูงๆ ที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของข้าพเจ้า และผู้จัดการคนนั้นก็เหมือนกับดวงอาทิตย์ที่หลบอยู่ในกลีบเมฆ เขาเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ ไม่เพียงแต่ยิ่งใหญ่เท่านั้น หากยังศักดิสิทธิ์อีกด้วย เขาไม่มีอะไรเหมือนคนธรรมดาสามัญอย่างเราๆเลย ต่อมาเปลี่ยนผู้จัดการคนใหม่ สภาพต่างๆก็เปลี่ยนไปอย่างชนิดที่เรียกว่า ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกเลย ภายในเวลาสองอาทิตย์ ผู้จัดการคนใหม่ก็พูดคุยทักทายกับพนักงานในบริษัทเกือบทั่วหน้ากัน และยังทำความเข้าใจกับสภาพการทำงานของแต่ละคนอย่างเอาจริงเอาจังอีกด้วย ไม่ว่าจะพบกับผู้จัดการคนนี้ที่ไหน ในลิฟต์ ระเบียงห้อง หรือตามถนนหนทางเขาจะเรียกชื่อคุณ ทักทางคุณอย่างสนิทสนมและจริงใจ บางทีก็ชวนคุยถึงครอบครัวของคุณอีกด้วย
ไม่นานนักบริษัทก็คึกคักมีชีวิตชีวาขึ้น ปัญหายุ่งยากต่างๆ ที่เรื้อรังมานานก็แก้ตกไปได้ เวลาทำงานผู้คนไม่ซังกะตายเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ทุกคนเริ่มทำงานอย่างเอาจริงเอาจัง คิดค้นวิธีการที่ดีกว่า เร็วกว่ามาทำงาน ทุกคนรู้ดีว่าตัวเองทำงานในหน้าที่ของตนเองได้ดีหรือไม่ มีผลงานหรือมีข้อบกพร่อง ผู้จัดการคนนี้ต้องรู้อย่างแน่นอน
หลังจากนั้นอีกครึ่งปี พนักงานที่ทุจริตก็ถูกจับได้ และถูกปลดออกจากหน้าที่ ส่วนคนที่ทำงานดีเด่นก็ได้รับรางวัล พนักงานบางคนซึ่งเคยเป็นคนเงียบๆ เรื่อยๆ เฉื่อยๆ ทำงานอย่าง”เช้าชามเย็นชาม” เริ่มมีการแสดงออกที่ดีขึ้น


6.ความจริงใจ 
เวลาคุณเข้าหาคนอื่นๆ และพยายามสังเกต เขาก็ทำความเข้าใจตัวคุณอยู่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าเขาจะทำเช่นนี้โดยไม่รู้ตัว แต่เขาก็ได้รับภาพประทับใจบางอย่างจากน้ำเสียง ท่าทาง กิริยามารยาทของคุณและอาศัยภาพประทับใจเหล่านี้มาทำความเข้าใจในตัวคุณ คาดคะเนและประเมินคุณ สุดท้ายเขาก็จะเอาผลการเข้าใจ การคาดคะเนและการประเมินเหล่านี้มาไตร่ตรองว่าควรมีความสัมพันธ์กับคุณอย่างไร
ในขณะที่คนเราติดต่อกันนั้น ต่างก็ได้รับการกระตุ้นและการสะท้อนกลับต่อพฤติกรรมการแสดงออกของกันและกัน คุณทำอย่างไร คนอื่นก็จะทำอย่างนั้นสะท้อนกลับมา ความสัมพันธ์ของคนเราจึงถูกกำหนดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาจากแรงกระตุ้น และการส่งผลสะท้อนนานาชนิด คุณควรกระตุ้นผู้อื่นอย่างไร คุณส่งผลสะท้อนกลับต่อแรงกระตุ้นของผู้อื่นอย่างไร สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องกำหนดว่าเขาควรจะเชื่อถือในตัวคุณหรือไม่ ควรจะรักคุณ ควรจะเชื่อฟังคุณ และภาพพจน์ที่มีต่อตัวคุณควรจะเปลี่ยนเปลงหรือไม่?ทำอย่างไรผู้อื่นจึงจะเชื่อถือเราด้วยความสมัครใจ เรามีลักษณะพิเศษอย่างไรที่ทำให้ผู้อื่นอยากคบค้าสมาคมกับเราด้วยน้ำใสใจจริง
สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้นำต้องมี คือ “ความจริงใจ” ไม่ว่าคุณจะพูดอะไร ทำอะไร คุณไม่ควรเสแสร้ง ไม่ควรโกหกตัวเองและผู้อื่น เวลาเข้าหาผู้อื่น ถ้าคุณมีท่าทีที่อ่อนโยน ใบหน้ายิ้มแย้ม แน่นอน คุณย่อมเป็นที่นิยมชมชอบของคนอื่นทันที แต่ว่าความอ่อนโยนของคุณ รอยยิ้มที่อบอุ่นของคุณ จะต้องหลั่งไหลออกมาจากใจจริง คำมั่นสัญญาที่คุณให้ไว้ คุณต้องพยายามปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและปฏิบัติให้ครบถ้วนคนเราอาจจะให้อภัยความผิดพลาดหรือข้อบกพร่องที่ใหญ่หลวงของคนอื่นได้ แต่ไม่มีใครอดรนทนรับกับความหลอกลวงได้ บางทีเขาอาจจะยอมเสียเปรียบคุณบ้าง แต่ไม่มีใครยอมถูกหลอกถูกต้มโดยเด็ดขาด แม้ว่าจะเป็นเพียงการเสียรู้เพียงเล็กน้อยก็ตาม เขาอาจจะยอมให้คุณยืมเงินถึงหนึ่งล้านบาท แต่ไม่มีใครยอมถูกหลอกแม้แต่สตางค์แดงเดียว
การพูดเรื่องที่ตัวเองเข้าใจว่าเป็นเรื่องจริง โดยไม่ได้สำรวจตรวจสอบอย่างจริงจังหรือเช็คอย่างละเอียดถี่ถ้วน การแพร่ข่าวซึ่งเป็นเพียงข่าวลือโดยไม่ได้คิด ไม่ได้ตรวจสอบ ไม่ได้จำแนกแยกแยะ และพินิจพิเคราะห์ แล้วถ่ายทอดออกไปอย่างไม่รับผิดชอบ สิ่งเหล่านี้เราเคยทำหรือไม่ ถ้าเคยทำ เราเคยยิ้มรับความผิดพลาด และความประมาทเลินเล่อของตนเองอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ เราเคยรับผิดชอบความผิดพลาดที่เกิดจากความเลินเล่อของตัวเองหรือไม่ แล้วเราเคยผลักความรับผิดชอบที่ตัวเองต้องรับไปให้คนอื่นหรือเปล่า
เมื่อคุณเป็นผู้นำ คุณต้องเรียกร้องตัวเองและต้องระมัดระวังอยู่เสมอ แน่นอนว่าคนเราย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงความผิดพลาดได้อย่างสิ้นเชิง แต่ว่าคนเราโดยเฉพาะผู้นำแล้ว ไม่ควรทำความผิดพลาดที่ตัวเองรู้อยู่แก่ใจ เรามักยอมให้อภัยความผิดพลาดของผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในฐานะด้อยกว่าเรา คนสูงอายุมักจะยอมให้อภัยแก่คนที่อายุน้อยกว่า คนที่ได้รับการศึกษาสุงกว่ามักจะยอมให้อภัยคนที่ได้รับการศึกษาต่ำกว่า แต่ว่าคนที่ถูกนำยากนักที่จะให้อภัยผู้นำของตน ทั้งนี้เพราะผู้นำนั้นยืนอยู่ในสายตาของพวกเขา ดังนั้นความผิดเล็กๆน้อยๆจึงมักจะถูกค้นพบได้ง่าย และถูกเน้นเป็นพิเศษ คำพูดและการกระทำของคุณมีผลสะเทือนที่ยิ่งใหญ่และโดยตรงต่อผู้ที่อยู่ใต้การนำของคุณ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเรียกร้องคุณค่อนข้างสูง
เวลานี้คุณคงจะเห็นแล้วว่า “ศิลปะการนำนั้นไม่เหมือนกับการใช้อำนาจเลย”


7.ความเที่ยงธรรมและความไม่เห็นแก่ตัว 
ผู้นำควรจะเป็นผู้ที่มีความเที่ยงธรรม และไม่เห็นแก่ตัว ความเที่ยงธรรมและไม่เห็นแก่ตัวนั้น คุณตรวจสอบได้จากการจัดการปัญหาต่างๆของคุณว่าจัดการให้เที่ยงธรรม ไม่เห็นแก่ตัวจริงหรือไม่
ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาคนหนึ่งถูกฝ่ายนำลงโทษ มองดูอย่างผิวเผินแล้วก็เที่ยงธรรมดี แต่พอตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน กลับพบว่าเขามีเรื่องน่าให้อภัย และควรให้อภัยหลายเรื่อง เช่น เวลามอบหมายงานฝ่ายนำสั่งไม่ชัด หรือไม่ก็ไม่ได้พิจารณาถึงความสามารถในการทำงานของเขา ใช้ให้เขาไปทำงานที่ขัดกับความสามารถที่เขามีอยู่ หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะเครื่องมือที่ใช้ในการทำงานไม่เหมาะสมหรือมีข้อบกพร่อง หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะฝ่ายนำใช้งานเขาจนเขาไม่มีเวลาพักผ่อนอย่างเพียงพอ
ในการให้รางวัลแก่ผู้ปฏิบัติงาน บางทีฝ่ายนำก็ไม่ได้ตรวจสอบหรือประเมินคุณค่าที่แท้จริงของผลงานที่ผู้ปฏิบัติงานแต่ละคนทำออกมาอย่างละเอียดรอบคอบ เพียงแต่พิจารณาดูผลงานที่เห็นอย่างฉาบฉวย แล้วก็ตัดสินใจให้รางวัล ไม่ได้แยกแยะว่าความจริงแล้วผลงานชิ้นนั้นเกิดขึ้นอย่างลำบากยากเย็น หรือว่าเกิดขึ้นอย่างบังเอิญ
ความเที่ยงธรรมที่แท้จริง และการมองปัญหาอย่างละเอียดรอบคอบนั้น มีผลโดยตรงต่อการให้กำลังใจแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา การประเมินผลงานของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างละเอียดถูกต้องจะสามารถยกระดับความเอาการเอางานและประสิทธิภาพในการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชาได้ดีที่สุด ทั้งนี้เพราะว่าเมื่อมีการตรวจสอบที่เที่ยงธรรมและยุติธรรมแล้ว เมื่อเราลงเรี่ยวแรงลงไป 1% ก็ได้รับค่าตอบแทน 1% ทำผิด 1% ก็ถูกลงโทษ 1% ทุกคนต่างรู้ถึงผลจากการกระทำของตนดี ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า โชคดี ฟลุค และไม่มีการเล่นพรรคเล่นพวก เช่นนี้แล้วก็จะทำให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนทุ่มเทพละกำลังทั้งหมดให้กับงานมุ่งสู่ทิศทางที่ถูกต้องรวดเร็วในชีวิตประจำวันของคนเรา เป็นธรรมดาอยู่เองที่เราจะรู้สึกรักคนบางคน เกลียดคนบางคน แต่ทุกคนจะเข้าหาและคบค้าสมาคมกับคนที่มีรสนิยมตรงกัน นิสัยใจคอใกล้เคียงกัน ซึ่งย่อมคุยกันได้มากกว่า เข้าใจกันได้ง่ายกว่า แต่ว่าคนที่อยู่ในฐานะ “ผู้นำ” ควรหลีกเลีย’และระมัดระวังเรื่องทำนองนี้ให้มาก ไม่ควรเอาความรัก ความชังของตัวเองไปประเมินหรือคัดเลือกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องระมัดระวังอย่าเผลอเรอตกอยู่ในวงล้อมของพวกประจบสอพลอ ควรหลีกเลี่ยงอย่าให้พวกญาติพี่น้อง คนสนิท เพื่อนรู้ใจ นำความสัมพันธ์ส่วนตัวมาใช้ จนทำให้งานส่วนรวมต้องได้รับความเสียหาย สำหรับคนที่ตัวเองไม่ค่อยชอบหน้า หรือเคยมีเรื่องบาดหมางใจกันมาก่อน ต้องร่วมมือกับเขาภายใต้จุดมุ่งหมายใหญ่อันเดียวกัน ต้องอดกลั้น รู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว เพื่อทำงานร่วมกัน แต่ไม่ควรถึงกับกีดกันคนสนิท เพื่อนรู้ใจขึ้นมารับตำแหน่งที่สำคัญหากเขาเหล่านี้มีความสามารถจริง และก็ไม่ต้องกลัวคนอื่นนินทาหาว่ามีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับตน


8. ความรับผิดชอบผู้นำ หมายถึง การมีความรับผิดชอบอย่างสูง 
คนที่ไม่กล้ารับผิดชอบและไม่คิดที่จะรับผิดชอบนั้น ไม่ว่าเขาจะมีความสามารถสูงเพียงใด ก็ไม่อาจเป็นผู้นำได้ ซึ่งถ้ามอบหมายตำแหน่งผู้นำให้คนเช่นนี้แล้ว ก็เป็นเรื่องอันตรายมากทีเดียว เพราะ ผู้นำคนหนึ่ง ไม่เพียงแต่ต้องรับผิดชอบตัวเองเท่านั้น หากยังต้องรับผิดชอบต่อผู้อื่นอีกด้วย ยิ่งมีตำแหน่งสูง หน้าที่รับผิดชอบก็ยิ่งมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
เมื่อคุณเป็นผู้นำ คุณต้องรับภาระหน้าที่ทำงานชิ้นหนึ่ง ความรู้สึกรับผิดชอบของคุณย่อมไม่มีขอบเขต นั่นหมายความว่า


  1. คุณต้องรับผิดชอบในการจัดการทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งกำลังคนและกำลังวัตถุ
    เพื่อให้งานนั้นสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
  2. คุณต้องรับผิดชอบต่อกระบวนการทำงานทุกขั้นตอน ไม่ให้จังหวะก้าวและห่วงโซ่ที่จำเป็นในกระบวนการทำงานขาดตกบกพร่องไปแม้แต่เปลาะเดียว
  3. คุณต้องรับผิดชอบให้งานนั้นประสบพลสำเร็จ ทั้งประมาณและคุณภาพตามที่กำหนดไว้
  4. คุณต้องรับผิดชอบให้งานนั้นเสร็จสิ้นตามกำหนดเวลา
  5. คุณต้องรับหิดชอบในการประสานงานด้านต่างๆที่เกี่ยวข้องกัน ให้สามารถดำเนินไปได้ด้วยดี
  6. คุณยังต้องทำให้งานนั้นดำเนินไปได้เร็ว และดีกว่าโครงการที่ตั้งไว้แต่เดิมด้วย

ผู้นำจึงเป็นผู้ที่ต้องมีความรับผิดชอบอย่างสูงซึ่งไม่ใช่ของง่ายเลย


9. ถ่อมตน 
มีบางคนไม่รู้ว่าอะไรคือ การถ่อมตน คนจำนวนมากชอบตำหนิตัวเองเสียจนไม่มีชิ้นดี ปฏิเสธความสำเร็จทุกอย่างของตนด้วยคำพูดที่ถ่อมตัว แล้วคิดว่าสิ่งเหล่านี้แหละที่เรียกว่า “ความถ่อมตน” แต่ความจริงนั่นคือการเสแสร้งเป็นมารยาทอย่างหนึ่ง คนที่ด่าว่าตัวเองต่ำทราม จนคนอื่นไม่อยากเชื่อ ก็คือคนที่พูดอ้อมค้อม ปฏิเสธคำถ่อมตัวที่ตัวเองพูดออกมานั่นเองการถ่มตนที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่การตำหนิติเตียน ดูถูกและลดค่าตัวเองลง แต่เป็นการประเมินกำลังความสามารถของตัวเองอย่างถูกต้อง โดยไม่โอ้อวดผลสำเร็จหรือผลงานของตัวเอง ก็เป็นการเคารพผู้อื่น ยอมรับความสามารถและคุณธรรมของผู้อื่นเสมอ การประเมินกำลังความสามารถของตนเองอย่างถูกต้อง จะทำให้เราเคารพผู้อื่นได้อย่างแท้จริง กล่าวในแง่ของการแสดงออกแล้ว การถ่อมตนหรือการถ่อมตัวก็คือ การไม่วางท่าวางทาง ไม่เหย่อหยิ่งทนงตน เราคงเคยเห็นท่าทีที่หย่งยโสของคนประเภท “หนึ่งในตองอู” คนประเภทนี้มักจะถูกคนทั่วไปคัดค้านเป็นประจำอยู่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องวิถากวิจารณ์มาก แต่ว่าการแสดงออกที่นอบน้อม มีมารยาท ไม่วางท่าทาง ไม่ยโสโอหังยังรับรองไม่ได้ว่าภายในจิตใจของเขาจะมีความถ่อมตัวเช่นนั้นจริงๆโดยเปลือกนอกแล้ว หลายๆคนที่ท่าทางอ่อนน้อมถ่อมตัว แต่ลึกลงไปในจิตใจ กลับเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทนงตน ในโลกนี้มีแต่คำว่า “ตัวฉัน” ความอ่อนน้อมถ่อมตัวที่เขาแสดงออกมานั้นเป็นเพียง “มารยาทสังคม” เท่านั้นเอง อาจจะแสดงออกเพื่อให้คนทั่วไปรู้สึกว่าตัวเขาเป็นคนเลอเลิศเหนือผู้อื่นคนเราถ้ามีความคิดที่ไม่ยอมรับหรือไม่ยอมเข้าใจเหตุผลที่ว่า ภูมิปัญญารวมหมู่ย่อมเหนือกว่าของคนคนเดียว ประสบการณ์รวมหมู่ย่อมอุดมสมบูรณ์กว่าประสบการณ์ของคนคนเดียว เขาก็จะไม่มีวันเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของคำว่า “ถ่อมตัว” ได้เลยการที่จะทำหน้าที่นำให้ถูกต้องโดยอาศัยประสบการณ์ของผู้นำเพียงคนเดียวนั้น ย่อมไม่เพียงพอ เพราะว่าผู้นำเพียงคนเดียวย่อมมองปัญหาจากเพียงมุมเดียวเท่านั้น ซึ่งก็คือ การมองปัญหาและเหตุการณ์ต่างๆจากเบื้องบนสู่เบื้องล่าง สายตาย่อมมีขีดจำกัด เพื่อที่จะทำหน้าที่นำให้ถูกต้อง ผู้นำควรจะใช้ประสบการณ์รวมหมู่มาเพิ่มพูนประสบการณ์ของตนเอง จึงจะสามารถมองเห็นด้านต่างๆของการงาน และกระบวนการทั้งกระบวนของการงานได้ จึงจะสามารถค้นพบจุดอ่อนที่แท้จริง แล้วขจัดอุปสรรคได้อย่างทันท่วงที


คนส่วนใหญ่มักมีค่านิยมที่ไม่ถูกต้องว่า ถ้าจะศึกษาก็ต้องศึกษาจากคนที่เก่งกว่าเรา นี่เป็นทัศนะที่มองปัญหาอย่างง่ายๆ เป็นวิธีคิดที่มองเห็นแต่ปรากฎการณ์ของสิ่งต่างๆเท่านั้น พวกเขาลืมข้อเท็จจริงไปข้อหนึ่ง นั่นก็คือสิ่งที่ศึกษาได้นั้นไม่ได้จำกัดขอบเขตอยู่เพียงแค่ใครคนใดคนหนึ่ง หากแต่ดำรงอยู่ทุกหนทุกแห่ง มีอยู่ในตัวของคนที่เก่งกว่าเรา และก็มีอยู่ในตัวของคนที่ด้อยกว่าเรา มีสุภาษิตยุโรปบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า “สิ่งที่คนฉลาดเรียนรู้จากคนโง่นั้น มีมากกว่าสิ่งที่คนโง่เรียนรู้จากคนฉลาด” ดังนั้นผู้นำที่ดีที่สุดคือผู้ที่รู้จักเรียนรู้จากคนอื่นมากที่สุดเมื่อผู้นำคนหนึ่งเรียนรู้ที่จะเข้าหาคน สนใจเอาใจใส่คนอื่น เข้าใจคนอื่นแล้ว ใครๆก็จะเข้าหาเขา ปรึกษาหารือเขา คบเขาด้วยความจริงใจ พร้อมที่จะคุยกับเขาอย่างเปิดอกและสบายใจ เมื่อนั้นแหละผู้นำคนนี้ก็จะได้ศึกษาสิ่งต่างๆซึ่งหาไม่ได้จากที่อื่นนอกจากตัวลูกน้องของเขาเอง


สุภาษิตจีนพูดไว้ว่า “มหาสมุทรไม่เคยปฏิเสธแม่น้ำลำธารสายเล็กสายน้อย” ซึ่งหมายความว่ามหาสมุทรย่อมอยู่ต่ำกว่าแม่น้ำลำธาร ดังนั้นน้ำในลำธารจึงไหลลงสู่แม่น้ำ และแม่น้ำไหลลงสู่มหาสมุทร เปรียบได้กับผู้นำระดับสูง ต้องสามารถรวบศูนย์ปัญหาประสบการณ์ของจำนวนคนมากที่สุดให้ได้ ให้เหมือนกับมหาสมุทรที่สามารถรวบรวมน้ำจากแม่น้ำลำธารทั้งปวงให้มาอยู่รวมกันได้อย่างไม่จำกัดปริมาณ ไม่เช่นนั้นก็เป็นมหาสมุทรไม่ได้ดังนั้นผู้นำที่ดีจึงไม่ได้อยู่เบื้องสูง ตรงกันข้ามกลับยืนอยู่ที่ต่ำ เมื่อเข้าใจจุดนี้ เราก็จะเข้าใจว่าอะไรคือความถ่อมตัวที่แท้จริง


10. ความกระตือรือร้น 
ในฐานะที่เป็นผู้นำ เราคงไม่ชอบให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของเราทำงานอย่างขอไปที หรือทำงานอย่างไม่รับผิดชอบ ดังนั้นเราจึงต้องเป็นแบบอย่างในการทำงานอย่างกระตือรือร้น
ความกระตือรือร้นของผู้นำเช่นนี้เปรียบเทียบเชื้อไฟที่สามารถจุดประกายความเร่าร้อนของคนอื่นให้ลุกโชนขึ้นมา และปลุกเร้าคนอื่นได้ ซึ่งถ้าหากไม่มีสิ่งนี้ ผู้คนก็จะทำงานอย่างเช้าชามเย็นชามซบเซาเหงาหงอย ไม่มีชีวิตชีวา ทำอย่างขอไปทีไม่มีผลงานเด่นๆ
คนที่เป็นผู้นำขอคนอื่นนั้น เข้าไม่เพียงแต่ต้องชอบงานที่ตัวเองทำอยู่เท่านั้น หากยังต้องมีความรักต่อ "งานการนำ" ด้วยเพราะงานการนำเป็นงานที่ละเอียดอ่อน ค่อนข้างสลับซับซ้อนและต้องพบปัญหาที่ยุ่งยาก ต้องชี้ขาดปัญหาที่ตัดสินใจยากแทบทุกวัน เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา เพื่อให้เขาช่วยคิดวิธีแก้ เขาต้องตรวจสอบปัจจัยของผู้ปฏิบัติงานที่ส่งผลสะเทือนต่อการงาน ซึ่งถ้าหากผู้นำไม่สนใจงานการนำ ไม่พยายามค้นคว้า และทำให้ตัวเองก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้งจากกรจัดการแก้ปัญหาเช่นนี้แล้ว ความกระตือรือร้นของเขาก็ยากที่จะรักษาไว้ได้นานความตั้งใจ ความรู้ ความสำเร็จ เป็นห่วงโซ่สามห่วงที่สัมพันธ์กัน และผลักดันซึ่งกันและกัน มันปลุกเร้าให้คนเรามีไฟในการทำงานอยู่เสมอ และทำให้ความกระตือรือร้นของคนเราไม่มีวันเสื่อม

 

 

 

 

By: ห้องสมุดดิจิตอล โรงเรียนสุราษฏร์พิทยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

 

บริษัท ฟอร์จูน เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด





ห้องหนังสือ

เรื่องทั่วๆ ไปที่น่าสนใจ article
องค์ปราชญ์ของชาวไทย article
กษัตริย์ยอดกตัญญู article
ปรัชญาจากหลอดยาสีฟัน article
เดินตามรอยเท้าพ่อ article
รวมบทเพลงพระราชนิพนธ์ article
ข้อคิด 20 ประการสู่การเป็นผู้นำ(ข้อ 11-20) article
ของขวัญจากพระเจ้า article
ค น พ า ล article
บุคลิกภาพกับการเลือกอาชีพ article
14 วิธีใช้เวลาให้คุ้มค่า article
สิ่งมหัศจรรย์ของโลก article
การแข่งขัน article
คุณธรรมในสายเลือด article
เส้นทางครอบครัวไทยในยุคโลกาภิวัตน์ article
การออกกำลังกายอย่างถูกต้อง article
การยึดติด VS การปล่อยวาง article
ภาวะหย่อมสมรรถภาพทางเพศของท่านชาย article
ความทุกข์สร้างสิ่งมหัศจรรย์ article
ความสุขที่แท้จริง article
ขอเวลา 3 นาที่ก่อนฆ่าตัวตาย article
ลดลง = มากขึ้น article
สติ = ความรู้สึกตัว article
แสงส่องใจ article
ความขัดแย้ง..ขุมทรัพย์ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม article
ตามหา“โชค”ให้ตนเอง article
ข้อคิดสำหรับทุกๆ ท่าน article
การให้อภัย article
ภาวะหมดไฟในการทำงาน article
ประโยชน์ของการทำงานเป็น "ทีม" article
การจัดการกับอารมณ์โกรธ article
มองโลกในแง่ดี article
พลังใจหนทางสู่ความสำเร็จ article
" ความสำเร็จ "ใกล้แค่เอื้อม article
วิธีปรับปรุงตนเอง article
สุขกับการทำงาน article
เรียนรู้เกี่ยวกับโรคสมองเสื่อม article
ไม่มีกำลังใจ... ทำอย่างไรดี article
การออกกำลังกายดีอย่างไร? article
สร้างสุขในบ้าน ด้วยการสื่อสารที่ดี article
อย่างไรจึงเรียกว่าเครียด? article
จะสังเกตุอย่างไรว่าคนใกล้ตัวติดยาเสพติด article
ความมั่งคั่ง ความสำเร็จ ความรัก article
เป่า ยิ้ง ฉุบ article
เรามาลองแก้ปัญหาแบบเด็กๆกัน article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
.......กลับหน้าแรกคลิกที่นี่ครับ..:: กลับหน้าแรก ::..

บริษัท ฟอร์จูน เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด