ReadyPlanet.com
dot dot
dot
"บ้านแห่งรัก" ที่นี่มีรักสำหรับทุกคน
dot
bulletหน้าแรก
bulletสนามหน้าบ้าน
bulletห้องรับแขก
bulletห้องพ่อแม่ - ญาติผู้ใหญ่
bulletห้องหนังสือ
bulletห้องลูกๆ หลานๆ
bulletเรื่องน่ารู้
bulletเรื่องเล่าสอนใจ
bulletห้องสนทนา "บ้านแห่งรัก"
bulletส่งเมล์ถึง Webmaster
bulletท่านมีคำถามเรามีคำตอบ
bulletเพื่อนบ้านแลกลิ้งค์
bulletส่ง e-card



เพลง: คนข้างล่าง
ศิลปิน: บอย โกสิยพงศ์
สร้างเสน่ห์ให้กับตนเอง article


ใครอยากเป็นคนแพ้บ้าง?

คงไม่มีใครอยากเป็นคนแพ้หรอกครับ ทุกคนอยากเป็นคนชนะ หลักง่าย ๆ ที่ผมอยากแนะนำก็คือ ถ้าอยากจะสร้างเสน่ห์ให้กับตนเองให้เห็นผลทันตาแล้ว ก็ให้สร้างความสัมพันธ์กับมนุษย์โดยที่ควรรู้จักวิธีการ “แพ้ให้เป็น” ให้เขาเป็นฝ่ายรู้สึกว่าเขาได้ชนะได้ “บ้าง”


การแพ้ให้เป็นนั้นไม่ใช่การยอมแพ้อย่างราบคาบ ซึ่งแทนที่เขาจะชอบเราเขาอาจจะสมเพชไปเลยก็ได้ และก็ไม่ใช่การเสแสร้างแพ้ด้วย เพราะเขาจะดูออกและจะกลายเป็นความรู้สึกว่าถูกหลอกลวง แต่การแพ้ให้เป็นนั้น เป็นลักษณะของการที่เราจะต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งมีความรู้สึกชนะได้บ้าง เกิดความประทับใจในความชนะของเขานั้นซึ่งมาจากความสามารถของเขา แต่เราเป็นฝ่ายค้นพบและหยิบยกออกมาให้มองเห็นประจักษ์ต่างหากเล่า เรียกว่าเขาจะรู้สึกว่า คุณเป็นคนมีรสนิยม มีค่า มีความหมายแก่เขาที่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกมีความหมายขึ้นมามากขึ้น แล้วเขาจะไม่ชอบคุณก็ให้รู้ไป

ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจศึกษาธรรมชาติและความต้องการของมนุษย์ทั่ว ๆ ไป และความต้องการของบุคคลที่คุณอยากจะสร้างความสัมพันธ์ด้วย และคุณจะต้อง “ให้” ความต้องการเหล่านั้นแก่เขาด้วยความเต็มใจ

แน่ละครับ...ความต้องการนั้นคงจะไม่ใช่เงินหรือวัตถุซึ่งเป็นความต้องการทางด้านร่างกายหรอก ซึ่งให้เท่าไรก็ไม่เคยพอ

แต่ถ้าหากเป็นความต้องการทางด้านจิตใจนี่ซิครับเราไม่สามารถจะใช้เงินซื้อ ได้ ฉะนั้นคุณต้องสนใจที่จะให้ความต้องการทางด้านจิตใจแก่คนที่คุณอยากสัมพันธ์ด้วยนะครับ นั่นคือลักษณะการ “ยอมแพ้ให้เป็น” ครับ


สิ่งที่ควรสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับการสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น


คุณควรรู้ไว้เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางสร้างสรรค์นะครับ...คงเป็นประโยชน์แน่ๆ

1. ต้องรู้จักความแตกต่างของมนุษย์ และยอมรับความแตกต่างของมนุษย์เหล่านั้นให้ได้ จะได้เกิดความรู้ระวังตัวว่าเรากำลังจะสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นที่มีความแตกต่างกันไปแต่ละคณะ และแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันและก็จะ...ไม่เหมือนกับเราเองด้วย เราจะได้เกิดความคล่องตัวในการจะปรับตัวให้เข้ากับบุคคลต่าง ๆ โดยไม่ยึดว่า เขาน่าจะเป็นอย่างนี้ หรือ ทำไมเขาไม่เป็นอย่างนั้น ซึ่งคำตอบก็คือว่า...เป็นเพราะเขาไม่เหมือนกันนะซิครับ

ปัจจัยที่ทำให้คนมีความแตกต่างกันนั้นมีได้ตั้งแต่
ก. เพศ
ชายและหญิงจะคิดไม่เหมือนกัน ชอบไม่เหมือนกัน ฝ่ายชายชอบความตื่นเต้น เป็นฝ่ายเสาะแสวงหาของรัก ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายรักและใฝ่เก็บงำของรัก ลีลาของชีวิตในชายและหญิงจึงแตกต่างกัน
ข. วัย
แต่ละวัยก็มีความต้องการแตกต่างกันไป ในวัยเด็กต้องการเล่นสนุก , ในวัยรุ่นต้องการเด่น , ดัง , ในวัยหนุ่มสาวต้องการความก้าวหน้าในชีวิต , ในวัยผู้ใหญ่ต้องการความมั่นคง และ ชื่อเสียงมากขึ้นและในวัยชรานั้นอยากจะอยู่กับความหลัง ฯลฯ ถ้าเรารู้อย่างนี้เสียเราก็จะได้ให้ในสิ่งที่มนุษย์ตามวัยนั้นต้องการได้ จะให้เด็กมาเรียบร้อยแบบผู้ใหญ่ เขาทำไม่ได้หรอกครับและเขาจะไม่ชอบทันทีเพราะเขาไม่ได้ในสิ่งที่เขาอยากได้
ค. การศึกษา
ที่ต่างกัน ทำให้คนมีแนวความคิดแตกต่างกันได้ พวกเรียนสูง ๆ อาจคิดอะไร ๆ ที่เป็นนามธรรมได้ลึกซึ้งก็ได้
ง. เศรษฐกิจ
ความรวมความจนคนรวยอาจจะมีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมแปลก ๆ ได้มากกว่า ได้เดินทางไกล ๆ อาจมีประสบการณ์ชีวิตที่กว้างกว่า
จ. ถิ่นกำเนิด
, สิ่งแวดล้อม มีอิทธิพลมาก
ฉ. เชื้อชาติ , ภาษา
ก่อให้เกิดความคิด ความเข้าใจที่แตกต่างกันได้มาก


ถ้าเราคอยสังเกต ปัจจัยที่ทำให้คนแตกต่างกันนี้ เราก็จะยอมรับได้ว่า คนทุกคนแตกต่างกันในแทบจะทุกรูปแบบ ตั้งแต่อารมณ์ ความคิด ความถนัด พฤติกรรม ความสามารถ ทัศนคติ รสนิยม สังคม นิสัย สุขภาพ ร่างกาย สุขภาพจิต ลักษณะท่าทาง ฯลฯ

2. ต้องรู้จักความต้องการของมนุษย์ โดยเฉพาะในความต้องการทางด้านจิตใจ เพื่อเราจะได้ให้ในสิ่งที่เขาต้องการนั้นอย่างถูกต้อง เกิดเป็นความพึงพอใจแก่เขา ที่เราสามารถทำให้เขาประจักษ์แก่ตัวเองว่าได้รับในสิ่งที่อยากได้โดยคุณ...ด้วยความเต็มใจ (ไม่ใช่คิดว่าคุณเองก็อยากได้ เขาน่าจะให้คุณก่อน ถ้าคิดอย่างนั้นก็ต้องคอยนานครับ)

ความต้องการเหล่านั้นน่าจะได้แก่

ก. ความอยากเป็นคนถูกต้อง
เราต้องให้ความถูกต้องแก่คนอื่น อย่าคอยจับผิด เขาใส่เสื้อใหม่มาก็อย่าคอยบอกว่าสั้นไป หรือยาวไป หรือไปยืมเงินของใครมาซื้อหรือเปล่า จึงเท่ากับคอยจับผิดเขา ให้กล่าวเฉพาะในสิ่งที่ถูกต้องในตัวเขาก่อน ทุกวันนี้เราชินกับการพูดจาจับผิดคนอื่นอยู่เรื่อย ๆ นะครับระวังให้ดี!
ข. ความอยากเป็นคนสำคัญ
ใคร ๆ ก็อยากเป็นคนสำคัญ เวลาถ่ายรูปหมู่เรายังอยากดูรูปเราก่อนเพื่อนเลยครับ...จริงไหม? ฉะนั้นจงหาโอกาส “ชมคนให้เป็น” เพื่อให้เขาเกิดความรู้สึกว่าเขาเป็นคนสำคัญ
ค. ความอยากถูกระลึกถึง
จงกล่าวคำบางคำหรือกระทำบางอย่าง เพื่อแสดงว่าคุณระลึกถึงเขา การส่งการ์ดในโอกาสสำคัญ ๆ ของชีวิตของเขาการระลึกถึงบุคคลที่เขารัก ฯลฯ จะทำให้เขารู้สึกว่าเขาถูกระลึกถึงและจะขอบคุณ คุณด้วย
ง. ความอยากได้อิสรภาพ
จงให้อิสรภาพในการพูดคุยกัน อย่าซักมากในเรื่องใกล้ ๆ ตัว หรือสิ่งที่เขาอึดอัดไม่อยากบอก
จ. ความอยากได้รับความประทับใจ
จงให้โอกาสเขาได้แสดงความเด่นบ้าง สนใจเวลาเขาพูด พยักหน้าเห็นด้วย กล่าวคำอุทานบางคำเพื่อให้เขารู้สึกว่าเขากำลังทำหรือพูดในสิ่งที่ดี ที่ถูก เขาจะประทับใจในการที่คุณให้เขาได้มีโอกาสสร้างความประทับใจครับ
ฉ. ความอยากสนุก
เวลาพูดคุยอย่าคุยเรื่องทุกข์ หาเรื่องสนุก ๆ หรือใส่อารมณ์ขันลงไปในการพูดคุยด้วย และอารมณ์ขันนั้นต้องไม่สกปรกนะครับ
ช. ความอยากปลอดภัย
จงช่วยเมื่อเขามีทุกข์ อย่าซ้ำเติมคนอื่น จงร่วมทุกข์กับเขาถ้ามีโอกาส
ซ. ความอยากเอาชนะอุปสรรค
จงให้กำลังใจคนบ้าง โดยเฉพาะกับคนที่กำลังผิดหวัง


3. “มีความปรารถนาดี” ต่อบุคคลทั่ว ๆ ไป
ต้องหัดเอาไว้นะครับ หัดมองคนให้ดี ให้คิดว่า เราก็เป็นคนดี เขาก็เป็นคนดีด้วย จะได้เกิดความรู้สึกอยากคบหาสมาคมได้ ความรู้สึกนี้ต้องหมั่น “ปลุก” ครับ

4. สามารถรับความไม่สมบูรณ์แบบของมนุษย์คนอื่น ๆ
ได้ซึ่งทุกคนก็มีกันทั้งนั้น (รวมทั้งตัวเราเองด้วย) จะได้ไม่เกิดความรู้สึกอคติ รังเกียจ บางคนรังเกียจแม้แต่จะคบกับคนที่มีผิวดำ หรือตัวเตี้ย หรือบางเชื้อชาติก็ไม่คบ ซึ่งจะทำให้เรามีจิตใจแคบมากขึ้น ๆ

5. ให้หัดมองจุดดีให้ตัวคนอื่นออกมาให้เห็นเด่นชัด
และให้พยายามมองที่จัดดีเหล่านั้นเอาไว้ เพื่อให้เกิดเป็นความสบายใจที่คุณกำลังจะสร้างความสัมพันธ์กับเขาต่อไป จุดดีนั้นอาจจะเป็นได้ทั้งรูปธรรมและนามธรรมนะครับ

6. ต้องมีการแสดงออกที่เหมาะสม
ต้องหัดอีกนั่นแหละครับ บางคนบอกว่าปากร้านใจดีใช้ได้แต่คนไม่ชอบหรอกครับเราชอบคนปากดีใจดีต่างหาก คำพูดนั้นสำคัญที่สุด ต้องพูดให้เป็น สีหน้า ท่าทาง แววตา ก็จะสื่อถึงความจริงใจ การแสดงออกที่เหมาะสมในทางที่ดีนั้นจะเป็นการเน้นถึงความมีค่าในตัวบุคคลที่เรากำลังสัมพันธ์ด้วย

7. การแสดงความมีน้ำใจอย่างจริงใจ
อาสาช่วยการงานบางอย่างด้วยความเต็มใจ ข้อนี้สำคัญมากครับ ในข้อที่กล่าว ๆ มาแล้วนั้นอาจจะสร้างความสัมพันธ์ได้ทันทีแต่อาจจะไม่นานนักก็ได้ แต่ข้อที่ว่าความมีน้ำใจนี้ จะทำให้ความสัมพันธ์นั้นอยู่ได้นานแสนนาน

ความมีน้ำใจที่แท้จริงนั้นจะต้องมาจากการที่เรามีศรัทธาต่อเขาอย่างจริงจังด้วย และการมีศรัทธาต่อตัวผู้อื่นนั้นจะเกิดขึ้นจริง ๆ ไม่ได้เลยถ้าหากเราไม่ได้ศรัทธาตัวของเราเองก่อน ที่เราพูดกันว่า ศรัทธาทั่ว ๆ ไปนั้นโดยที่เราไม่ได้ศรัทธาตัวของเราเองด้วยนั้นเป็นการใช้คำพูดเพื่อหวังจะใช้เขาหรือหวังพึ่งเขาก็มีมากครับ พวกที่ชอบพูดคำเหล่านี้ บางทีพอเห็นความ “ปกติ” ในตัวบุคคลที่เราบอกว่าศรัทธาเข้า ก็จะบอกว่าหมดศรัทธาแล้ว ทำไมช่างหมดง่ายมีง่ายเหลือเกิน ก็เป็นเพราะว่าผู้พูดนั้นไม่ได้ศรัทธาตัวเองก่อนนะซิครับ

แต่ถ้าเราศรัทธาในตัวเราเองก่อน เชื่อมั่นในตัวเรา ช่วยตัวเองได้ รักตัวเองเป็น สิ่งเหล่านี้จะเต็มและล้นปรี่ออกไปจากจิตใจของเราไปสู่บุคคลอื่น ทำให้เกิดความปรารถนาดีที่จะทำบางสิ่งบางอย่างให้กับบุคคลอื่นโดยไม่คำนึงถึงสิ่งตอบแทนว่าเขาจะให้อะไรตอบหรือไม่ แม้แต่การถูกรักตอบหรือชื่นชมตอบก็ตามแต่ แต่คนที่มีศรัทธาต่อตัวเองนั้นจะเกิดความปีติที่ได้ไหลความช่วยเหลือ อาสา จริงใจอย่างสร้างสรรค์ไปยังบุคคลอื่น ด้วยความศรัทธาในการมีชีวิตอยู่และเชื่อว่านั่นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มิได้ทำไปด้วยความจำเป็นว่าต้องทำ หรือทำขึ้นเพื่อหวังเหรียญตราหรือสิ่งตอบแทนอื่น ๆ (ดังที่เห็น ๆ กันอยู่มากมายในปัจจุบัน นั่นเป็นศรัทธาเทียมครับ)

ผมจึงอยากจะกล่าวว่าศรัทธานี้ จะทำให้มนุษย์คบกันได้นาน ชอบกันได้นาน และแม้แต่รักกันได้นาน ๆ ตลอดไปถึงจากกันไปแล้ว (ไม่ว่าจะตายจากไปหรือจากกันทั้งเป็น ๆ) เราก็ยังมีความรู้สึกที่ดี ๆ ต่อกันอยู่ ก่อให้เกิดกำลังใจในการจะมีชีวิตอยู่ต่อไปและทำหน้าที่ของชีวิตที่ดีตามปกติต่อไป


ศรัทธาที่ผมกล่าวนี้ไม่เกี่ยวกับการเสียเงินหรือบริจาคเงินเลยนะครับ

ขอให้เริ่มจากศรัทธาตัวเองให้ได้ก่อนแล้วจงไหลความศรัทธาไปหาคนอื่น

มนุษย์เราคงจะเกิดความเปี่ยมปีติซึ่งกันและกันได้มากขึ้น ความทุกข์ทั้งหลายที่แลดูมากมายนัก ก็จะแลดูเบาบางลง เมื่อถึงวันนั้น ขอให้ผมได้หวังในสิ่งนี้เถอะครับ

By: น.พ.วิทยา นาควัชระ

 

 

บริษัท ฟอร์จูน เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด

บริการฟังเพลงออนไลน์ ไม่มีบริการดาวน์โหลดเพลงทุกชนิด โปรดสนับสนุนศิลปินด้วยการซื้อสินค้าที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์



ห้องลูกๆ หลานๆ

บทความน่าอ่านสำหรับเด็กๆ article
รักใดไหนเล่าเท่ารักของแม่ article
พ่อแม่ที่บ้านบางแค article
สอบเอ็นทรานส์ article
แม่...ลูกขอโทษ article
พ่อแม่คำสองคำนี้มีความหมายกับคุณไหน article
“หากพรุ่งนี้ไม่มี......แม่ ?” article
มรดกของพ่อ article
"ดอกไม้เพียงดอกเดียวในโลก" article
ใครที่ช่วยคุณได้ article
รักมากที่สุดแต่เกรงใจน้อยที่สุด article
อีกหนึ่งมุมมองของชีวิตวัยรุ่นสาว article
ข้อคิดจากชีวิตของวัยรุ่นสาว คนหนึ่ง article
คนอกหักเชิญทางนี้ article
ครั้งหนึ่งในชีวิต "พ่อของลูก-ลูกของพ่อ" article
เด็กผู้ขาดโอกาส article
เค้าว่ากันว่า "ทุกอย่างนั้นใช้เวลา" article
ความศักดิ์สิทธิ์ของคำว่า แม่... article
ลูกทำให้แม่สบายใจได้อย่างไร? article
มาหล่อมาสวยด้วยบุคลิกกันเถอะ article
จงทำความดีเพราะมันเป็นสิ่งที่ดี article
นักเรียน VS นักเลง article
ความรัก...กับสิ่งที่มิอาจทดแทนได้ตลอดชีวิต article
วัยรุ่นกับการคบเพื่อน article
เพื่อนเราเป็นไฉน? จะทำอย่างไร? article
วัยรุ่นกับการคบเพื่อนต่างเพศ article
เธอคนนั้น...ทำให้ฉันเข้าใจตนเอง article
แม่ขา........หนูเป็นสาวแล้ว article
วัยรุ่น กับ การมีเพศสัมพันธ์ article
ถึงวันนั้น……….ก็สายเกินไปเสียแล้ว article
หน้าหนึ่งจากบันทึกชีวิต article
วันแห่งการรอคอย article
จากชีวิตจริงของ แม่ article
ค น สำ คั ญ ที่ ไ ม่ สำ คั ญ article
เสี้ยวหนึ่งของชีวิต article
"แม่" article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
.......กลับหน้าแรกคลิกที่นี่ครับ..:: กลับหน้าแรก ::..

บริษัท ฟอร์จูน เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด