ReadyPlanet.com
dot dot
dot
"บ้านแห่งรัก" ที่นี่มีรักสำหรับทุกคน
dot
bulletหน้าแรก
bulletสนามหน้าบ้าน
bulletห้องรับแขก
bulletห้องพ่อแม่ - ญาติผู้ใหญ่
bulletห้องหนังสือ
bulletห้องลูกๆ หลานๆ
bulletเรื่องน่ารู้
bulletเรื่องเล่าสอนใจ
bulletห้องสนทนา "บ้านแห่งรัก"
bulletส่งเมล์ถึง Webmaster
bulletท่านมีคำถามเรามีคำตอบ
bulletเพื่อนบ้านแลกลิ้งค์
bulletส่ง e-card


ผู้ร่วมสนับสนุน "บ้านแห่งรัก"


บริษัท ฟอร์จูนเมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด ศูนย์รวมสินค้าดีมีคุณภาพ

ร่วมเป็นผู้สนับสนุนเวบไซด์ บ้านแห่งรัก เพียงวันละ 15 บาท โดยลงโษณากับเรา คลิกที่นี่เพื่อติดต่อ webmaster

ข้อคิดสะกิดใจ


เพื่อรักษาไว้ซึ่งชีวิตครอบครัว
มีบางครั้งที่เราต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ
มีบ้างบางครั้งที่เราต้องเลิกทำในสิ่งที่ชอบ
เพื่อความก้าวหน้าของชีวิตครอบครัว
มีบ่อยครั้งที่เราต้องรู้จักใช้สติ
ต้องรู้จัก อดทน และให้อภัย
ดูอย่างต้นไม้ซิ
มันไม่เคยที่จะผืนลิขิตของฤดูกาล
มันไม่คิดจะขัดธรรมชาติ
เมื่อถึงคราวต้องทิ้งใบก็ยินยอมแต่โดยดี
อดทนและอดทน
เพื่อผลิใบ และดอกผลเมื่อฝนมา
เพราะเมื่อเวลามาถึงทุกสิ่งจะดำเนินไป
ชีวิตที่เรียบง่ายคือชีวิตที่มีสุข


 
 ขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมทำบุญกับทางวัดพระบาทน้ำพุในโครงการสายทานบารมี ไม่ว่ามือถือท่านจะราคาเท่าไรก็ตาม  ร่วมบริจาคครั้งละ 9 บาทผ่านการกดเบอร์โทรศัพท์ไปที่หมายเลข 1900-222-200 เพื่อวัดพระบาทน้ำพุและผู้ป่วยโรคเอดส์ครับ
ขอขอบพระคุณครับ

 

บอกบุญการกุศล

@ บริการเสนอข่าวประชาสัมพันธ์การกุศล
ท่านที่มีข่าวสาร/ประชาสัมพันธ์ขององค์กร/หน่วยงาน อันเป็นการกุศลและเป็นประโยชน์ต่อสังคม เรายินดีนำเสนอให้ท่านฟรีครับ ใช้บริการกันได้เลยโดยส่งข่าวไปตามที่อยู่อีเมล์ข้างล่าง

love4home@hotmail.com

@ เอื้ออาทรผู้บ่วยโรคเอดส์
เชิญร่วมบริจาคให้มูลนิธิธรรมรักษ์ วัดพระบาทน้ำพุ ทางไปรษณีย์ โดยธนาณัติ, ตั๋วแลกเงิน, เช็ค, แคชเชียร์เช็ค สั่งจ่าย ดร.พระครูอาทรประชานาถ วัดพระบาทน้ำพุ ลพบุรี 15000 โทร. 0-1831-3441, 036-413805 ต่อ 106 โทรสาร 036-422600
หรือทางธนาคารโดยเข้าบัญชี " กองทุนอาทรประชานาถ "
ธนาคารกรุงเทพ สาขาลพบุรี เลขที่บัญชี 289-0-84697-1
ธนาคารทหารไทย สาขาลพบุรี 304-2-41277-9
ธ.กสิกรไทย สาขาถนนสุรสงคราม 174-2-39000-0
ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาลพบุรี 579-2-33730-7
ธ.กรุงศรีอยุธยา สาขาลพบุรี 111-1-47300-7

หาความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์.....เชิญคลิก

@โครงการแบ่งปันความรู้สู่ชนบท
ขอเชิญบริจาคหนังสือใน โครงการแบ่งปันความรู้สู่ชนบท เพื่อให้เยาวชนในชนบทมีหนังสือดีๆไว้อ่านเป็นการสร้างนิสัยรักการอ่านให้เด็กๆในชนบท โดยหาหนังสือเข้าห้องสมุดชุมชนวัดสามชุก ตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี

สนใจส่งหนังสือไปได้ที่นางลำพู เดชาวิชิตเลิศ สำนักงานเลขาธิการสภาวัฒนธรรมอำเภอสามชุก ที่ว่าการอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี 72130 โทร.0 3557 1188

@ ชวนบริจาคหนังสือดีเข้าห้องสมุด
ห้องสมุดวัดป่าสุคะโต ขอเชิญชวนทุกท่านบริจาคหนังสือดีเข้าห้องสมุดของวัด เพื่อให้พระและญาติธรรมผู้มาวัดได้มีหนังสือดีๆ ไว้อ่าน

สนใจ ส่งหนังสือไปได้ที่ พระสันติพงศ์เขมะปัญโญ (หลวงพี่ตุ้ม) วัดป่าสุคะโต ตะท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ 36150

@ เชิญชวนบริจาคสิ่งของให้สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท
ขอความช่วยเหลือสิ่งของบริจาคบ้านเด็กอ่อนพญาไท ซึ่งรับเลี้ยงเด็ก ตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ขวบ จำนวน 300 กว่าคน ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่ถูกทอดทิ้งและมีเด็กที่ติดเชื้อ HIV ประมาณ 40 กว่าคน ของที่คนส่วนใหญ่นำมาบริจาคปกติแล้วจะเป็นนมกล่อง และนมผง เนื่องจากตอนนี้บ้านเด็กอ่อนพญาไทต้องการของตามรายการเหล่านี้มากเป็นพิเศษดังต่อไปนี้
1. ผ้าก๊อส (ทำแผล)
2. ผ้าอ้อมกระดาษ (ทุกขนาด)
3. ผงเกลือแร่ (สำหรับเด็กท้องเสีย)
4. ข้าวสารหอมมะลิ
5. สายดูดเสมหะ เบอร์ 8,
6. นมผงยี่ห้อเอนฟาแลค, โอแล็ค. อะแลคต้า
7. น้ำเกลือสำหรับทำแผล
8. ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่
9. ยาทาเชื้อรา (ผิวหนัง) ผ้าขนหนู
10. แอลกอฮอล์ (ทำความสะอาดแผล 70%)
11. ผ้าเช็ดหน้าเด็ก
12. ถุงมือขนาด S, M
13. เสื้อและกางเกงเด็ก 1-3 ขวบ
14. Asmasol Solution 20ml. (ยาพ่น)
15. นมกล่อง U.H.T.
16. Prepulsid Susjunsion
17. รองเท้า และ ถุงเท้าเด็ก 1-3 ขวบ
18. กระดาษชำระ
19. สบู่เด็ก
หากว่าใครประสงค์จะบริจาค หรือสอบถามรายละเอียดโปรดติดต่อ บ้านเด็กอ่อนพญาไท โทร. 0-2584-7254 - 5 แฟกซ์ 0-2584-7255 ต่อ 109 หรือส่งพัสดุที่ สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท
72/24 ม. ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ในซอยข้างเมเจอร์(5แยก) เข้ามาประมาณ 800ม.
หรือโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขารามาธิบดี
เลขที่ 026-2-28911-5 ชื่อบัญชี มูลนิธิสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท

@ แจกฟรี รถ Wheel Chair สำหรับคนพิการ
สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย (สพท.) ร่วมกับสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหว (ส.พ.ค.) ขอเชิญผู้พิการทุกท่านที่มีความประสงค์ต้องการรถวีลแชร์ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพียงส่งเอกสาร

1. สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมเซ็นรับรองสำเนา

2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมเซ็นรับรองสำเนา

3. สำเนาสมุดประจำตัวคนพิการ พร้อมเซ็นรับรองสำเนา

4. รูปถ่ายเต็มตัวเห็นสภาพความพิการชัดเจน 1 รูป

5. ให้ระบุที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวก พร้อมเบอร์โทรศัพท์ (ถ้ามี )

มาที่ สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย 73/7-8 ซอยติวานนท์ 8 ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 0-2951-0445,0-2951-0447โทรสาร 0-2951-0567 หรือที่ สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหว 802/410 หมู่ 12 หมู่บ้านวังทองริเวอร์ปาร์ค ซอย 10/4 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12130 มือถือ 0-1735-2316,0-1372-4201 โทรสาร 0-2990-0331

หมายเหตุ รถวีลแชร์มีเพียงพอสำหรับทุกท่านที่ติดต่อเข้ามา

เพื่อนบ้านแลกลิ้งค์

Banner Exchange

Copy แบนเนอร์ เพื่อนำไปใส่ในเว็บของคุณ

ก๊อปปี้โค้ดด้านล่างไปติดที่เว็บ หรือ Copy ภาพไปแล้วทำลิ้งค์มาที่เรา แล้วเมล์มาที่ webmaster

รวมเพื่อนบ้านแลกลิ้งค์>>

Search the Web

ศาสนสุภาษิต

อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย
ชนะตนนั่นแหละ เป็นดี

ปญฺญา ธนํ โหติ
ความรอบรู้ เป็นทรัพย์อันประเสริฐ

อ่านศาสนสุภาษิตทั้งหมด>>

จงอย่าทำ


อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน
อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา
อย่าเสวนาคนชั่ว อย่ามั่วอบายมุข
อย่าดีแต่ตัว อย่าชั่วแต่คนอื่น
อย่าฝ่าฝืนกฎระเบียบ อย่าเอาเปรียบสังคม
อย่าหลงในโลกีย์ อย่าคิดเอาแต่ได้
อย่าใส่ร้ายคนดี อย่ากล่าววจีมุสา
อย่านินทาพระเจ้า อย่าขลาดเขลาเมื่อมีทุกข์
อย่าสุขจนลืมตัว อย่าเกรงกลัวงานหนัก
อย่าสะสมทิฐิ อย่าลืมตนเมื่อมั่งมี

พยากรณ์อากาศ

ราคาน้ำมันและก๊าซNGV วันนี้

ราคาทองคำ

[Most Recent Quotes from www.kitco.com] [Most Recent Quotes from www.kitco.com]

อัตราแลกเปลี่ยน

World Stock Movement


U.S.A. : Dow Jones

U.S.A.. : Nasdaq

Germany : DAX

Japan : Nikkei

Hong Kong : Hang Seng

Powered by http://www.finance.yahoo.com/

Internet speed test

internet speed test

ปริมาณแก๊ซคาร์บอนไดออกไซด์ในโลก


##
World CO2 since 1750 (cubic feet)



อย่าลืมเปิดลำโพงฟังเพลงนะครับ

ศูนย์ข้อมูลจราจร




เพลง:เปิด
ศิลปิน: Boyd บอย โกสิยพงศ์
เค้าว่ากันว่า "ทุกอย่างนั้นใช้เวลา" article

 

 

 




คุณเชื่อไหมครับว่าทุกอย่างนั้นใช้เวลา เค้าว่ากันว่า ... อ่านหนังสือสักเล่มต้องใช้เวลา เช่นเดียวกัน เราคงไม่รู้จักใครสักคนได้ดีตั้งแต่วันแรก เค้าว่ากันว่า ... อย่าตัดสินหนังสือดี ๆ เพราะปกมันสวย เช่นเดียวกัน คนหน้าตาดี อาจจะไม่ใช่คนดีเสมอไป เค้าว่ากันว่า .... คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเลย ก็ใช่ว่าจะมีหนังสือเล่มแรกในชีวิตที่ชอบไม่ได้ เช่นเดียวกัน คนที่เราไม่คิดจะอยากรู้จัก อาจจะเป็นคนที่ดีที่สุดในชีวิตเราก็ได้ เค้าว่ากันว่า ... การชอบหนังสือสักเล่ม มิได้หมายความว่าหนังสือเล่มนั้น เนื้อหาดีทุกหน้า เช่นเดียวกัน การรู้สึกดีกับใครสักคน ไม่จำเป็นว่าเขาต้องไม่มีข้อเสียอะไรเลย เค้าว่ากันว่า ... อย่ารู้สึกเสียดายเวลา กับการอ่านหนังสือบางเล่มจนจบ แล้วพบว่าเป็นหนังสือที่ไม่ชอบ เช่นเดียวกัน จงรู้สึกดีกับการใช้เวลากับใครสักคนหนึ่งอย่างเต็มที่ แม้ว่าวันหนึ่งจะรู้ว่า เขาคนนั้นไม่ใช่เลยสักนิด เพราะอย่างน้อย ต่อจากนี้ไป เราจะได้เลือกทางที่ถูกและคนที่ใช่ซะที ผมขอเอาเรื่องของหญิงสาวคนหนึ่งมาเป็นกรณีศึกษา อ่านแล้วท่านรู้สึกอย่างไร? ให้เธอเล่าให้คุณฟังเองจะดีกว่านะครับ

เรื่องเขาชื่อปัญทัตน์

เรื่องราวของฉันเกิดขึ้นมาเมื่อ 2 ปีก่อน เรื่องราวความทรงจำของผู้ชายคนหนึ่งที่ฉันคิดว่า ในชีวิตนี้ฉันคงตอบแทนสิ่งดีๆ จากชายคนนั้นไม่หมด ….. 2 ปีที่แล้วหลังจากฉันจบการศึกษาปริญญาตรีทางด้านการตลาด ฉันก็ได้งานทำที่บริษัททางด้าน IT ชั้นนำแห่งหนึ่ง ในตำแหน่งพนักงานฝ่ายขาย และที่แห่งนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งต่างๆ ที่ฉันปรารถนาให้เวลานั้นย้อนกลับมาอีกหากทำได้ หลังจากที่ฉันทำงานได้ประมาณ 2 อาทิตย์ ผู้จัดการฝ่ายขายได้ให้ฉันเดินทางไปพบลูกค้ารายหนึ่ง ซึ่งจะว่าไปนี่เป็นงานแรกที่ฉันต้องฉายเดี่ยวเพียงลำพัง แต่จะว่าไปก็ไม่เดี่ยวนักหรอกเพราะว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ เพื่อที่จะอธิบายรายละเอียดทางด้านเทคนิคให้ลูกค้าฟังอีก 1 คน ที่ทำงานของฉันอยู่ชั้น 6 ของบริษัท แต่ฝ่ายผลิตภัณฑ์อยู่ชั้น 2 ด้วยความตื่นเต้นกับงานแรกฉันโทรไปหาเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์คนนั้น ตามเบอร์ภายในที่อยู่ในเอกสารรายละเอียดงานที่ฉันได้รับมา
"สวัสดีครับ ผมปัญทัตน์รับสายครับ" นั่นเป็นเสียงของเจ้าของสายปลายทางที่พูดกลับมา
"สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อยุวดีจากฝ่ายขายคะ ดิฉันโทรมาเพื่อสอบถามคุณว่า คุณได้รับเอกสารเรื่อง Present งานลูกค้าในวันศุกร์นี้หรือยังค่ะ"
"อ๋อ..ครับได้รับแล้วคุณยุวดีต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าครับ"
"เปล่าค่ะ เอ่อ…พอดีนี้เป็นงานแรกของดิฉัน ก็เลยจะโทรมานัดแนะเรื่องเวลาและความพร้อมอื่นๆ นะค่ะ"
หลังจากนั้นฉันก็คุยรายละเอียดและนัดแนะเรื่องเวลากับเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฉันก็เตรียมตัวอย่างหนักด้วยความตื่นเต้น กึ่งๆ กลัวปะปนกัน แล้ววันนั้นก็มาถึงฉันถือแฟ้มรายละเอียดต่างๆ ที่เตรียมไว้ แล้วเดินมาลงลิฟต์ ไปลานจดรถชั้น B พอออกจากลิฟต์ฉันกดโทรศัพท์เพื่อโทรหาเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ แล้วสิ่งที่ฉันไม่อยากได้ก็เข้ามาในโสตรับรู้ของฉันว่า รถตู้บริษัทที่ฉันทำเรื่องใช้ไว้นั้นเกิดอุบัติเหตุเมื่อเช้านี้ ฉันรู้สึกว่าฤกษ์วันนี้ชักไม่เข้าท่าเสียแล้ว ฉันตอบเขาไปว่าถ้างั้นเดี๋ยวขับรถส่วนตัวดิฉันไป เขาตอบตกลงและจะตามไปที่รถของฉัน ฉันนั่งสตาร์ทเครื่องรถทิ้งไว้รอเขา และแล้วเขาก็มายืนอยู่ข้างรถ "คุณยุวดี ใช่ไหมครับ" นี่คือครั้งแรกที่ฉันพบเขา ผู้ชายที่จะไปทำงานกับฉันวันนี้ ฉันรู้สึกว่าวันนี้ฤกษ์คงจะไม่ดีจริงๆ เสียแล้ว เพราะผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างรถของฉันตอนนี้ ในสายตาฉันบอกได้เลยว่า นายนี่จะพูดภาษาคนได้รู้เรื่องหรือเปล่า หน้าตาออกจะต๊องๆ ไม่มีแววฉลาด (ไม่น่าตอบคำถามอะไรจากลูกค้าได้เลย) บุคลิกก็ดูไม่สง่า ยิ่งการแต่งตัวด้วยแล้ว ฉันไม่รู้ว่านายนี่หลงยุดหรือเปล่า
ฉันได้แต่คิดว่านี่ผู้จัดการของฉันแกล้งฉันหรือเปล่าที่ต้องให้ฉันมาทำงานกับนายสกั๊งนี่ ตอนนี้เขาเปิดประตูเขามานั่งในรถของฉันแล้ว
ฉันจึงถามเขาไปว่า "คุณจะขับเองไหมคะ"
เขายิ้มและพูดว่า "ผมขับรถไม่เป็นครับ"
นายนี่นอกจากจะเห่ยแล้วยังไม่ได้เรื่องอีก ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลย ฉันขับรถออกมาเพื่อมุ่งหน้าไปยังบริษัทลูกค้า ตลอดเวลาฉันรู้สึกได้อีกอย่างว่าอีตานี่คงจะเป็นคนใบ้ เพราะถ้าฉันไม่ถามเขาก็ไม่ตอบ ไม่ชวนคุย เอาแต่นั่งมองถนนข้างๆ ทางฉันชักไม่แน่ใจแล้วซิว่ามากับคนปรกติ พอมาถึงบริษัทลูกค้าเขาเป็นคนเดินนำหน้าฉันไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์บริษัท เพื่อขอเข้าพบและอีกหลายๆ อย่างด้วยความคล่องแคล่ว ฉันเสียอีกที่เงอะๆ เงิ่นๆ เหมือนกับว่าเขาเป็นคนละคนกับนายบื้อเมื่อกี้ เราเริ่มงานวันนี้ได้ด้วยดี แล้วระหว่างนั้นเวลาที่ลูกค้ามีปัญหาข้อซักถาม นายบื้อนั่นสามารถตอบได้รวดเร็ว ปราดเปรื่องขัดแย้งกับหน้าตาต๊องๆ ของเขา อย่างที่ฉันเองก็เผลอนึกชื่นชมอยู่ในใจ เราผ่านงานนั้นมาด้วยดี ขากลับฉันชวนเขาทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง แล้วนายบื้อนี่ก็ตอบอย่างหน้าตาเฉยว่ากินไม่เป็น เชยอย่างที่ฉันเองก็ไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อน ท้ายสุดฉันต้องมานั่งกินข้าวแกงริมทางกับตาบื้อนี่ ฉันได้แต่นึกในใจว่าผู้ชายอะไรไม่มีรสนิยม แถมไร้ยางอายอีกตะหาก ฉันกลับบริษัทไปพร้อมข่าวดี หลังจากวันนั้นฉันก็ได้ออกไปทำงานติดต่อลูกค้าบ่อยขึ้น หน้าที่การงานของฉันรวมทั้งค่าคอมมิชชั่นดีขึ้น แต่ที่ไม่ดีก็คือต้องไปกับผู้ชายซื่อบื้อนั่นเป็นประจำ หลังจากที่ฉันทำงานที่บริษัทมาเป็นเวลาเกือบปี ฉันได้รู้จักพนักงานหลายฝ่าย มีเพื่อนมากขึ้น ฉันก็พบผู้ชายในฝันของฉัน เขาอยู่ฝ่ายวิศวกรรม แถมอยู่ในตำแหน่งวิศวกรด้วย หน้าตาดี สมาร์ท ดูดีมีรสนิยมในทุกๆ เรื่อง และที่สำคัญฉันคิดว่าเขาก็ชอบฉัน เขาชื่ออนันต์ เรารู้จักและสนิทสนมกันเร็วมากจนเรียกได้ว่าเป็นแฟนกัน อนันต์มักนัดฉันไปทานข้าว ฟังเพลงบ่อย คำพูดของเขาเป็นคำที่ฉันรู้สึกว่ามันไพเราะน่าฟัง ทุกๆ เช้าจะมีดอกกุหลาบสีขาวมาวางบนโต๊ะทำงานฉันทุกวัน และฉันก็มั่นใจแน่นอนว่าเจ้าของดอกกุหลาบนี้ชื่ออนันต์แน่นอน ฉันมีความสุขและคิดว่าคงรักเขาคนนี้ จนวันหนึ่งฉันออกไปพบลูกค้ารายหนึ่งพร้อมนายบื้อ ระหว่างที่ฉันขับรถอยู่นั้น นายบื้ออยู่ๆ ก็เป็นฝ่ายถามฉันขึ้นมาว่า
"คุณยุวดีสนิทสนมกับคุณอนันต์ดีจัง รู้จักกันก่อนหน้ามาทำงานที่นี่หรือครับ"
ฉันตอบนายบื้อไปว่า "เปล่า…เราพึ่งรู้จักนันต์ที่นี่แหละ"
นายบื้อยิ้มแล้วก็เงียบไปไม่ได้พูดอะไรกันอีกเลยจนเสร็จงาน เดือนธันวาคมใกล้วันเกิดของฉัน ฉันมีโปรแกรมจะไปฉลองวันเกิดกับเพื่อนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นมีอนันต์ไปด้วย เช้าวันเกิดฉันระหว่างที่ฉันดื่มกาแฟอยู่ที่บ้าน
โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น แต่เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นฉันรับสาย เสียงที่ได้ยินในสายนั้นเป็นเสียงดนตรีจากหีบเพลงเป็นเพลงอวยพรวันเกิด พบจบสายก็ตัดไปฉันโทรกลับไปที่เบอร์นั้นปรากฏว่าเป็นเบอร์สาธารณะ พอฉันมาถึงที่บริษัทบนโต๊ะทำงานฉันมีดอกกุหลาบสีขาววางไว้เช่นทุกวัน แต่วันนี้มีหีบเพลงรูปเด็กผู้หญิงน่ารักวางไว้ด้วย ฉันไขลานหีบเพลงนั้น เพลงที่เปล่งออกมาเป็นเพลงและเสียงเดียวกันกับที่ฉันรับโทรศัพท์ ฉันยิ้มออกมาและอดคิดถึงความน่ารักของอนันต์ไม่ได้ ว่าเขาช่างโรแมนติกอะไรเช่นนี้ ตอนเย็นเราเป็นไปเที่ยวกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง อย่างสุกสนาน พอเลิกงานขณะที่กำลังจะแยกย้ายกันกลับ อนันต์เดินเข้ามาหาฉันพร้อมกล่องของขวัญในมือ เขาก็อวยพรวันเกิดให้ฉันพร้อมกับยื่นกล่องของขวัญนั้นให้ ฉันมีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ก็เลยถามอนันต์เรื่องหีบเพลงเมื่อเช้า แต่เขากลับปฏิเสธว่าเขาไม่รู้เรื่อง ฉันกลับมาบ้านพร้อมความสงสัย ฉันนั่งพินิจพิเคราะห์เจ้าหีบเพลงอันนั้น แต่ฉันก็คิดไม่ออกว่าเป็นของใครจริงๆ แล้วในบริษัทมีคนมาจีบฉันหลายคนก็จริงอยู่ แต่ตั้งแต่ฉันคบกับอนันต์ หนุ่มๆ พวกนั้นก็ล่าถอยกันไปหมด
จนปีใหม่ฉันได้รับการ์ดอวยพรในลักษณะมาวางไว้คู่กับดอกกุหลาบสีขาวเช่นเดิม มีข้อความที่ทำให้ฉันสงสัยมากขึ้นอีก ในการ์ดนั้นมีข้อความว่า "คุณอย่ารู้เลยว่าผมเป็นใคร รู้เพียงว่าผมไม่มีเจตนาร้ายต่อคุณ ขอให้คุณมีความสุขมากๆ ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีความสุขกับคนที่คุณรัก ปรารถนาดี สายลม" ฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันจะต้องหาตัวเจ้าของกุหลาบสีขาวและการ์ดนี้ให้ได้ วันรุ่งขึ้นฉันมาทำงานเช้ากว่าทุกวันและแอบไปนั่งที่โต๊ะทำงานเพื่อน โดยหลบอยู่หลังพาร์ติชั่นโต๊ะทำงานของเพื่อน และสิ่งที่ฉันเห็นก็คือผู้ชายคนนั้น นายบื้อนั่นเองเขาเดินมามองซ้ายมองขวาพร้อมล้วงเอาดอกกุหลาบสีขาว ออกจากกระเป๋าเอกสารของเขามาวางไว้บนโต๊ะทำงานของฉัน ฉันโกรธมากฉันลุกขึ้นและเรียกชื่อเขา เขาตกใจแต่กลับไม่วิ่งหนีไปยืนรอจนฉันเดินเข้าไปใกล้ ฉันถามเขาว่าทำอย่างนี้ทำไมด้วยน้ำเสียงโกรธอย่างเต็มที่ เขาก้มหน้าลงและพูดกับฉันว่า
"ผมขอโทษนะ ถ้าสิ่งที่ผมทำมันทำให้คุณรำคาญ ผม…ผมแค่อยากทำอะไรให้คุณรู้สึกดีแค่นั้นเอง ผมรู้ตัวเองดีว่าไม่คู่ควรหรือเหมาะสมกับคุณ แต่นี่มันเป็นเรื่องของจิตใจ ผมรักคุณ แต่ผมก็ไม่ต้องการหรือเรียกร้องให้คุณมารักผม หัวใจคุณเป็นของคุณผมบังคับไม่ได้ เช่นกันนี่ก็หัวใจผมคุณจะห้ามไม่ให้ผมรักคุณผมก็ทำไม่ได้ ผมไม่มีอะไรต่ออะไรมามอบให้คุณได้อย่างคนอื่น ผมจะมีก็แค่ความหวังดีให้ ถ้าคุณคิดว่ามันผิด ผมก็ขอโทษและจะไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้อีก"
เขาพูดจบเขาก็เก็บดอกกุหลาบนั่นไว้ในกระเป๋าแล้วเดินออกไป หลังจากวันนั้นก็ไม่มีดอกกุหลาบสีขาวบนโต๊ะฉันอีก ฉันขอให้ผู้จัดการฉันเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์คนใหม่ ฉันจึงไม่เจอหน้านายบื้อนั่นอีก จะมีก็บางครั้งที่เจอแต่เขาก็จะเป็นฝ่ายหลบหน้าฉันตลอด จนวันหนึ่งฉันตั้งใจลางานช่วงบ่ายครึ่งวันเพื่อไปดูหนังกับอนันต์ พอพักเที่ยงฉันก็ออกไปทานข้าวเที่ยงกับอนันต์ แล้วก็ไปดูหนังกันต่อ ก่อนเข้าโรงหนังฉันปิดโทรศัพท์มือถือ หนังสนุกมากหรือเพราะฉันมากับอนันต์ก็ไม่รู้ทุกอย่างก็เลยดูดีไปหมด พอหนังจบอนันต์ก็มาส่งฉันที่บ้าน อนันต์กลับไปแล้วฉันก็เดินเข้ามาในบ้าน
บ้านของฉันเงียบจัง แม่และน้องชายไม่อยู่ ฉันจึงโทรไปหาน้องชาย น้ำตาของฉันก็ไหลออกมา แม่ของฉันล้มป่วยด้วยโรคหัวใจ ซึ่งเรื้อรังมานานมาก หมอเคยบอกให้ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ แต่ทางโรงพยาบาลก็ยังหาหัวใจจากผู้บริจาคไม่ได้ และที่มีก็เปลี่ยนกันไม่ได้ จนถึงวันนี้ ฉันงงไปหมด รู้ตัวอีกทีฉันก็มาถึงที่โรงพยาบาล น้องชายฉันวิ่งมากอดฉันไว้ และบอกกับฉันว่าเมื่อซักครู่มีอุบัติเหตุมีคนเสียชีวิตด้วย และคนที่เสียชีวิตนั้นก็ยื่นความประสงค์ที่จะบริจาคอวัยวะไว้กับโรงพยาบาลด้วย หมอกำลัง เช็คกันว่าจะเปลี่ยนให้แม่ได้หรือเปล่า ฉันนั่งรอผลอยู่หน้าห้องผ่าตัดกับน้องชายด้วยความหวัง แต่กระนั้นฉันกับน้องก็ยังร้องไห้อยู่ด้วยความเป็นห่วงแม่ หมอเดินออกมาและบอกกับเราว่าหัวใจจากผู้ตายสามารถเข้ากับแม่ได้ ฉันดีใจมาก ยิ้มทั้งน้ำตา แม่ฉันกำลังจะหาย แม่ฉันกำลังจะหาย หัวใจฉันบอกฉันย้ำๆ อยู่อย่างนั้น การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี แม่เข้าพักที่ห้องผู้ป่วยในแล้วฉันกับน้องเข้าไปดูอาการแม่ แล้วก็กลับบ้านเพื่อที่ฉันจะได้ไปเตรียมของมานอนเฝ้าแม่และให้น้องชายอยู่บ้าน
ระหว่างขับรถกลับบ้านฉันจึงถามน้องชายว่าพาแม่มาโรงพยาบาลอย่างไร น้องฉันตอบว่าโทรหาฉันตอนที่แม่ป่วยแต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ เลยโทรไปที่บริษัทหลายครั้ง เพื่อนของฉันรับและมารับแม่ฉันไปโรงพยาบาล ฉันเลยถามว่าเพื่อนคนนั้นชื่ออะไร ทำไมไม่เห็นโทรบอกฉันเลย น้องชายฉันบอกว่า เพื่อนฉันเป็นผู้ชายชื่อ ปัญทัตน์
ฉันแปลกใจมากว่านายบื้อนั่นรับโทรศัพท์ที่โต๊ะทำงานฉันได้อย่างไร? และที่สำคัญเขาขับรถมารับ แม่กับน้องฉันได้อย่างไร?
แต่อย่างไรเสียพรุ่งนี้ฉันตั้งใจจะไปขอบคุณเขา และคงต้องขอโทษเขากับเรื่องที่ผ่านๆ มา
เช้าวันรุ่งขึ้นฉันไปทำงาน บนโต๊ะทำงานมีกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งเขียนไว้ว่า
"ขอโทษที่รับโทรศัพท์คุณโดยไม่ขออนุญาต พอดีผมผ่านมาเห็นว่าดังหลายครั้ง แม่คุณป่วยอยู่โรงพยาบาล…ครับ"
ช่วงสายฉันเดินไปที่แผนกเขาแต่ไม่พบ ฉันจึงถามเพื่อนร่วมงานเขาคนหนึ่ง คำตอบที่ได้ฉันนั้นทำให้น้ำตาฉันคลอหน่วย
อย่างที่ฉันเองก็ไม่เข้าใจ เขา…เขาเสียชีวิตใกล้ๆ กับโรงพยาบาลที่แม่ฉันรักษาตัวอยู่ เขาหัดขับรถได้ไม่นาน นั่นคือสิ่งที่ฉันรู้จากเพื่อนของเขา ฉันถามเพื่อนเขาว่าศพเขาตั้งอยู่ที่วัดไหน เพื่อนเขาบอกว่า ศพของเขาอยู่ที่โรงพยาบาล เขาบริจาคร่างกายให้ไว้กับโรงพยาบาลตั้งแต่ก่อนตาย อนุสติฉันดึงเรื่องราวมาปะติดปะต่อกัน ฉันรีบขับรถไปโรงพยาบาล สอบถามเรื่องอุบัติเหตุเมื่อวาน ใช่เขาจริงๆ ฉันจึงไปถามหมอที่รักษาแม่ฉันว่าหัวใจที่เปลี่ยนให้แม่เป็นของใคร หมอตอบว่าไม่สามารถบอกได้ แต่ฉันคิดว่ามันคงไม่ผิดจากที่ฉันคิดไว้ หัวใจที่เปลี่ยนให้แม่ฉันเป็นของเขาคนนั้นอย่างแน่นอน ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงของแม่มองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง ภาพของเขาเสียงของเขาก้องอยู่ในจิตใจฉัน น้ำตามันไหลออกมา ออกมาอย่างที่ฉันไม่เคยคิดมาก่อน ไม่มีเขาคนนั้นอีกแล้ว ฉันเองคงไม่มีสิทธิแม้แต่คำว่าขอโทษ หรือขอบคุณ
หลายวันต่อมามีเจ้าหน้าที่บริษัทประกันมาติดต่อฉัน เรื่องสิทธิในการขอรับเบี้ยประกันจากผู้ชายที่ชื่อ ปัญทัตน์ เขาเลือกที่จะให้ฉันเป็นผู้รับเบี้ยประกันของเขา หลังจากที่ฉันติดต่อจัดการกับเงินประกันของเขา ฉันก็นำเงินจำนวนนั้นไปบริจาคให้กับมูลนิธิต่างๆ เท่าที่ฉันรู้จักในนามของเขา บางส่วนฉันก็เอาไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้เขา หลังจากวันนั้นมาฉันก็พยายามที่จะสืบค้นเรื่องราวเกี่ยวกับตัวของเขา
ข้อมูลที่ฉันได้มาเป็นสิ่งที่ฉันเองต้องยอมรับว่า คนคนนี้เป็นที่สุดของสุภาพบุรุษ ที่สุดของนักสู้ชีวิต พ่อกับแม่ของเขาแยกทางกัน เขาเองอยู่กับยาย เรียนเก่งได้ทุนเรื่อยมา หลังจากยายเสียเขาก็ไม่มีพี่น้องหรือญาติที่ไหน เขาเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีกับทุกๆ คน ทุกคนเสียใจกับการจากไปของเขา ฉันรู้สึกว่าเขาเป็นผู้ให้ที่คงไม่มีวันได้รับคืนเลย ฉันได้บันทึกของเขาจากเพื่อนสนิทของเขาคนหนึ่ง มีข้อความหนึ่งในบันทึกนั้น เขาเขียนถึงวันที่ฉันจับได้ว่าเขาเป็นคนส่งดอกกุหลาบให้ฉัน เนื้อความในหน้านั้นเขียนไว้อย่างปวดร้าว และทุกๆ หน้าจะมีเรื่องราวของฉัน และก็เกือบจะทุกๆ หน้าที่เขามักจะย้ำตัวเองเสมอว่า
"ผมรักคุณนะ แต่ผมไม่คู่ควรคุณหรอก ชีวิตผมมันไม่เคยสมบูรณ์ หากชีวิตที่ไม่เติมเต็มของผม มันพอที่จะเติมเต็มให้คุณได้ผมยินดีเสมอ"
ฉันอดที่จะร้องไห้ไม่ได้ทุกครั้งที่อ่านบันทึกของเขา แต่ฉันก็อ่านมันทุกๆ วันและตลอดไป วันนี้แม่ของฉันหายเป็นปรกติแล้ว
แม่มักพูดถึงเจ้าของหัวใจที่บริจาคให้ว่าใครหนอ ฉันอยากตอบแม่จังเลยว่าเขาเป็นใคร แต่ฉันไม่อยากให้แม่รับรู้เรื่องราวเหล่านั้น ฉันได้แต่กอดแม่ทุกครั้งที่แม่พูดถึง เพราะอย่างน้อยฉันก็กอดหัวใจอีกดวงหนึ่งไว้ด้วย กอดเพื่อให้คำว่าฉันขอโทษ ฉันรักเธอ ซึมผ่านไปหาเจ้าของหัวใจ ที่อยู่ข้ามไป ณ.ที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งไม่มีวันกลับมา

 

 

บริษัท ฟอร์จูน เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด

บริการฟังเพลงออนไลน์ ไม่มีบริการดาวน์โหลดเพลงทุกชนิด โปรดสนับสนุนศิลปินด้วยการซื้อสินค้าที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์



ห้องลูกๆ หลานๆ

บทความน่าอ่านสำหรับเด็กๆ article
รักใดไหนเล่าเท่ารักของแม่ article
พ่อแม่ที่บ้านบางแค article
สอบเอ็นทรานส์ article
แม่...ลูกขอโทษ article
พ่อแม่คำสองคำนี้มีความหมายกับคุณไหน article
“หากพรุ่งนี้ไม่มี......แม่ ?” article
มรดกของพ่อ article
"ดอกไม้เพียงดอกเดียวในโลก" article
ใครที่ช่วยคุณได้ article
รักมากที่สุดแต่เกรงใจน้อยที่สุด article
อีกหนึ่งมุมมองของชีวิตวัยรุ่นสาว article
ข้อคิดจากชีวิตของวัยรุ่นสาว คนหนึ่ง article
คนอกหักเชิญทางนี้ article
ครั้งหนึ่งในชีวิต "พ่อของลูก-ลูกของพ่อ" article
เด็กผู้ขาดโอกาส article
สร้างเสน่ห์ให้กับตนเอง article
ความศักดิ์สิทธิ์ของคำว่า แม่... article
ลูกทำให้แม่สบายใจได้อย่างไร? article
มาหล่อมาสวยด้วยบุคลิกกันเถอะ article
จงทำความดีเพราะมันเป็นสิ่งที่ดี article
นักเรียน VS นักเลง article
ความรัก...กับสิ่งที่มิอาจทดแทนได้ตลอดชีวิต article
วัยรุ่นกับการคบเพื่อน article
เพื่อนเราเป็นไฉน? จะทำอย่างไร? article
วัยรุ่นกับการคบเพื่อนต่างเพศ article
เธอคนนั้น...ทำให้ฉันเข้าใจตนเอง article
แม่ขา........หนูเป็นสาวแล้ว article
วัยรุ่น กับ การมีเพศสัมพันธ์ article
ถึงวันนั้น……….ก็สายเกินไปเสียแล้ว article
หน้าหนึ่งจากบันทึกชีวิต article
วันแห่งการรอคอย article
จากชีวิตจริงของ แม่ article
ค น สำ คั ญ ที่ ไ ม่ สำ คั ญ article
เสี้ยวหนึ่งของชีวิต article
"แม่" article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
.......กลับหน้าแรกคลิกที่นี่ครับ..:: กลับหน้าแรก ::..

บริษัท ฟอร์จูน เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด