ReadyPlanet.com
dot dot
dot
"บ้านแห่งรัก" ที่นี่มีรักสำหรับทุกคน
dot
bulletหน้าแรก
bulletสนามหน้าบ้าน
bulletห้องรับแขก
bulletห้องพ่อแม่ - ญาติผู้ใหญ่
bulletห้องหนังสือ
bulletห้องลูกๆ หลานๆ
bulletเรื่องน่ารู้
bulletเรื่องเล่าสอนใจ
bulletห้องสนทนา "บ้านแห่งรัก"
bulletส่งเมล์ถึง Webmaster
bulletท่านมีคำถามเรามีคำตอบ
bulletเพื่อนบ้านแลกลิ้งค์
bulletส่ง e-card


ผู้ร่วมสนับสนุน "บ้านแห่งรัก"


บริษัท ฟอร์จูนเมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด ศูนย์รวมสินค้าดีมีคุณภาพ

ร่วมเป็นผู้สนับสนุนเวบไซด์ บ้านแห่งรัก เพียงวันละ 15 บาท โดยลงโษณากับเรา คลิกที่นี่เพื่อติดต่อ webmaster

ข้อคิดสะกิดใจ


เพื่อรักษาไว้ซึ่งชีวิตครอบครัว
มีบางครั้งที่เราต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ
มีบ้างบางครั้งที่เราต้องเลิกทำในสิ่งที่ชอบ
เพื่อความก้าวหน้าของชีวิตครอบครัว
มีบ่อยครั้งที่เราต้องรู้จักใช้สติ
ต้องรู้จัก อดทน และให้อภัย
ดูอย่างต้นไม้ซิ
มันไม่เคยที่จะผืนลิขิตของฤดูกาล
มันไม่คิดจะขัดธรรมชาติ
เมื่อถึงคราวต้องทิ้งใบก็ยินยอมแต่โดยดี
อดทนและอดทน
เพื่อผลิใบ และดอกผลเมื่อฝนมา
เพราะเมื่อเวลามาถึงทุกสิ่งจะดำเนินไป
ชีวิตที่เรียบง่ายคือชีวิตที่มีสุข


 
 ขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมทำบุญกับทางวัดพระบาทน้ำพุในโครงการสายทานบารมี ไม่ว่ามือถือท่านจะราคาเท่าไรก็ตาม  ร่วมบริจาคครั้งละ 9 บาทผ่านการกดเบอร์โทรศัพท์ไปที่หมายเลข 1900-222-200 เพื่อวัดพระบาทน้ำพุและผู้ป่วยโรคเอดส์ครับ
ขอขอบพระคุณครับ

 

บอกบุญการกุศล

@ บริการเสนอข่าวประชาสัมพันธ์การกุศล
ท่านที่มีข่าวสาร/ประชาสัมพันธ์ขององค์กร/หน่วยงาน อันเป็นการกุศลและเป็นประโยชน์ต่อสังคม เรายินดีนำเสนอให้ท่านฟรีครับ ใช้บริการกันได้เลยโดยส่งข่าวไปตามที่อยู่อีเมล์ข้างล่าง

love4home@hotmail.com

@ เอื้ออาทรผู้บ่วยโรคเอดส์
เชิญร่วมบริจาคให้มูลนิธิธรรมรักษ์ วัดพระบาทน้ำพุ ทางไปรษณีย์ โดยธนาณัติ, ตั๋วแลกเงิน, เช็ค, แคชเชียร์เช็ค สั่งจ่าย ดร.พระครูอาทรประชานาถ วัดพระบาทน้ำพุ ลพบุรี 15000 โทร. 0-1831-3441, 036-413805 ต่อ 106 โทรสาร 036-422600
หรือทางธนาคารโดยเข้าบัญชี " กองทุนอาทรประชานาถ "
ธนาคารกรุงเทพ สาขาลพบุรี เลขที่บัญชี 289-0-84697-1
ธนาคารทหารไทย สาขาลพบุรี 304-2-41277-9
ธ.กสิกรไทย สาขาถนนสุรสงคราม 174-2-39000-0
ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาลพบุรี 579-2-33730-7
ธ.กรุงศรีอยุธยา สาขาลพบุรี 111-1-47300-7

หาความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์.....เชิญคลิก

@โครงการแบ่งปันความรู้สู่ชนบท
ขอเชิญบริจาคหนังสือใน โครงการแบ่งปันความรู้สู่ชนบท เพื่อให้เยาวชนในชนบทมีหนังสือดีๆไว้อ่านเป็นการสร้างนิสัยรักการอ่านให้เด็กๆในชนบท โดยหาหนังสือเข้าห้องสมุดชุมชนวัดสามชุก ตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี

สนใจส่งหนังสือไปได้ที่นางลำพู เดชาวิชิตเลิศ สำนักงานเลขาธิการสภาวัฒนธรรมอำเภอสามชุก ที่ว่าการอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี 72130 โทร.0 3557 1188

@ ชวนบริจาคหนังสือดีเข้าห้องสมุด
ห้องสมุดวัดป่าสุคะโต ขอเชิญชวนทุกท่านบริจาคหนังสือดีเข้าห้องสมุดของวัด เพื่อให้พระและญาติธรรมผู้มาวัดได้มีหนังสือดีๆ ไว้อ่าน

สนใจ ส่งหนังสือไปได้ที่ พระสันติพงศ์เขมะปัญโญ (หลวงพี่ตุ้ม) วัดป่าสุคะโต ตะท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ 36150

@ เชิญชวนบริจาคสิ่งของให้สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท
ขอความช่วยเหลือสิ่งของบริจาคบ้านเด็กอ่อนพญาไท ซึ่งรับเลี้ยงเด็ก ตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ขวบ จำนวน 300 กว่าคน ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่ถูกทอดทิ้งและมีเด็กที่ติดเชื้อ HIV ประมาณ 40 กว่าคน ของที่คนส่วนใหญ่นำมาบริจาคปกติแล้วจะเป็นนมกล่อง และนมผง เนื่องจากตอนนี้บ้านเด็กอ่อนพญาไทต้องการของตามรายการเหล่านี้มากเป็นพิเศษดังต่อไปนี้
1. ผ้าก๊อส (ทำแผล)
2. ผ้าอ้อมกระดาษ (ทุกขนาด)
3. ผงเกลือแร่ (สำหรับเด็กท้องเสีย)
4. ข้าวสารหอมมะลิ
5. สายดูดเสมหะ เบอร์ 8,
6. นมผงยี่ห้อเอนฟาแลค, โอแล็ค. อะแลคต้า
7. น้ำเกลือสำหรับทำแผล
8. ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่
9. ยาทาเชื้อรา (ผิวหนัง) ผ้าขนหนู
10. แอลกอฮอล์ (ทำความสะอาดแผล 70%)
11. ผ้าเช็ดหน้าเด็ก
12. ถุงมือขนาด S, M
13. เสื้อและกางเกงเด็ก 1-3 ขวบ
14. Asmasol Solution 20ml. (ยาพ่น)
15. นมกล่อง U.H.T.
16. Prepulsid Susjunsion
17. รองเท้า และ ถุงเท้าเด็ก 1-3 ขวบ
18. กระดาษชำระ
19. สบู่เด็ก
หากว่าใครประสงค์จะบริจาค หรือสอบถามรายละเอียดโปรดติดต่อ บ้านเด็กอ่อนพญาไท โทร. 0-2584-7254 - 5 แฟกซ์ 0-2584-7255 ต่อ 109 หรือส่งพัสดุที่ สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท
72/24 ม. ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ในซอยข้างเมเจอร์(5แยก) เข้ามาประมาณ 800ม.
หรือโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขารามาธิบดี
เลขที่ 026-2-28911-5 ชื่อบัญชี มูลนิธิสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท

@ แจกฟรี รถ Wheel Chair สำหรับคนพิการ
สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย (สพท.) ร่วมกับสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหว (ส.พ.ค.) ขอเชิญผู้พิการทุกท่านที่มีความประสงค์ต้องการรถวีลแชร์ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพียงส่งเอกสาร

1. สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมเซ็นรับรองสำเนา

2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมเซ็นรับรองสำเนา

3. สำเนาสมุดประจำตัวคนพิการ พร้อมเซ็นรับรองสำเนา

4. รูปถ่ายเต็มตัวเห็นสภาพความพิการชัดเจน 1 รูป

5. ให้ระบุที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวก พร้อมเบอร์โทรศัพท์ (ถ้ามี )

มาที่ สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย 73/7-8 ซอยติวานนท์ 8 ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 0-2951-0445,0-2951-0447โทรสาร 0-2951-0567 หรือที่ สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหว 802/410 หมู่ 12 หมู่บ้านวังทองริเวอร์ปาร์ค ซอย 10/4 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12130 มือถือ 0-1735-2316,0-1372-4201 โทรสาร 0-2990-0331

หมายเหตุ รถวีลแชร์มีเพียงพอสำหรับทุกท่านที่ติดต่อเข้ามา

เพื่อนบ้านแลกลิ้งค์

Banner Exchange

Copy แบนเนอร์ เพื่อนำไปใส่ในเว็บของคุณ

ก๊อปปี้โค้ดด้านล่างไปติดที่เว็บ หรือ Copy ภาพไปแล้วทำลิ้งค์มาที่เรา แล้วเมล์มาที่ webmaster

รวมเพื่อนบ้านแลกลิ้งค์>>

Search the Web

ศาสนสุภาษิต

อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย
ชนะตนนั่นแหละ เป็นดี

ปญฺญา ธนํ โหติ
ความรอบรู้ เป็นทรัพย์อันประเสริฐ

อ่านศาสนสุภาษิตทั้งหมด>>

จงอย่าทำ


อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน
อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา
อย่าเสวนาคนชั่ว อย่ามั่วอบายมุข
อย่าดีแต่ตัว อย่าชั่วแต่คนอื่น
อย่าฝ่าฝืนกฎระเบียบ อย่าเอาเปรียบสังคม
อย่าหลงในโลกีย์ อย่าคิดเอาแต่ได้
อย่าใส่ร้ายคนดี อย่ากล่าววจีมุสา
อย่านินทาพระเจ้า อย่าขลาดเขลาเมื่อมีทุกข์
อย่าสุขจนลืมตัว อย่าเกรงกลัวงานหนัก
อย่าสะสมทิฐิ อย่าลืมตนเมื่อมั่งมี

พยากรณ์อากาศ

Stock Movement

Exchange Rate

Gold Price

[Most Recent Quotes from www.kitco.com] [Most Recent Quotes from www.kitco.com]




เพลง: รักเธอแต่เธอไม่รู้
ศิลปิน: ลิฟท์ ออย
ครั้งหนึ่งในชีวิต "พ่อของลูก-ลูกของพ่อ" article



บ่อยครั้งที่ลูกไม่เข้าใจพ่อและในขณะเดียวกันพ่อเองก็ไม่เข้าใจลูก ผมจึงขอนำเรื่องเกี่ยวกับพ่อมาเล่าสู่กันฟัง เป็นเรื่องของคุณพ่อที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นลูก และเมื่อทุกวันนี้เขาเป็นพ่อ บทเรียนชีวิตที่เขาได้พบในต่างกรรมต่างวาระเป็นเรื่องที่จะสอนใจผู้ที่เป็นลูกให้ได้เข้าใจพ่อของตนมากขึ้น และพ่อก็จะได้เข้าใจความสำคัญของการจัดแบ่งเวลาให้กับครอบครัวให้มากขึ้นเช่นกัน

เมื่อครั้งเป็นลูก

วันนั้นเป็นวันพ่อผมไม่ได้คุยกับพ่อ ได้แต่โทรทางไกลคุยกับแม่ ได้แต่ถามแม่ว่าพ่อสบายดีอยู่ใช่ไหม พยายามจะคุยกับพ่อหลายครั้ง แต่พ่อมักจะไม่ค่อยสบาย ฟังโทรศัพท์ไม่ค่อยได้ยิน พูดเสียงก็เบาเพราะไม่ค่อยมีแรงตะโกน พ่อเกษียณมาหลายปีแล้ว หลังจากทำงานหนักมาตลอด เพื่อมานอนป่วยอยู่ที่บ้านในบั้นปลายของชีวิต ชีวิตที่ทำมาทุก พ่อทำงานหนักหาเงินจนไม่ค่อยมีเวลามาสนิทกับลูก ปล่อยเวลาผ่านไปสิบปี ยี่สิบปี จนอะไรหลายอย่างยากที่จะเปลี่ยน บอกได้เต็มปากเลยว่า ไม่สนิทกับพ่อเลย บ่อยครั้งที่ผมรู้สึกตำหนิพ่อที่ทำไมไม่เหมือนพ่อคนอื่นเขาเลย แต่อย่างไรก็ดีผมรู้แต่ว่าพ่อรักลูกทุกคน ทำทุกอย่างเพื่อลูก และหวังอนาคตที่ดีของลูก เพียงแต่ทำไมพ่อไม่พูด ทำไมพ่อจึงต้องฝากแม่มาพูด แล้วทำไมลูกชายคนนี้ ต้องคุยกับพ่อผ่านทางแม่มาตลอดเวลา พ่อเคยบอกกับแม่เพียงแค่ว่า เราเป็นลูกที่ดี อยู่ในโอวาททุกอย่าง ตั้งใจเรียนหนังสือ ไม่จำเป็นต้องดุด่าว่ากล่าว พ่อไม่รู้เลยหรือว่า ที่ลูกชายคนนี้เป็นคนดีได้เพราะแม่เคยบอกให้ทำตัวดี ตั้งใจเรียน เพื่อพ่อจะได้รักมากๆ (และกลับมาคุยกับลูกแบบที่พ่อลูกคนอื่นเขาเป็นกัน???)

ไม่น่าแปลกใจเลย ที่พ่อเป็นคนสุดท้ายในครอบครัวที่ทราบว่า ลูกชายคนนี้สอบชิงทุนได้ และกำลังจะจากไปเรียนต่อเมืองนอกอีกถึง 6-7 ปี ตอนนั้นพ่อก็เริ่มป่วยมากแล้ว ทั้งพ่อและผมต่างก็คิดว่า อาจเป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่จะได้เห็นหน้ากัน หรือพูดกัน คืนสุดท้ายก่อนเดินทาง พ่อมานั่งดูเราจัดกระเป๋าเดินทาง เหมือนอยากจะพูดอะไร แต่พ่อไม่พูด !!! เหมือนกับตอนที่พ่อนั่งคอยดูผลสอบเอ็นทรานซ์ของเราทางหน้าจอทีวี จนมีชื่อเราขึ้นว่าสอบติด แล้วพ่อก็ไม่พูดอะไร แม้แต่จะแสดงความยินดีด้วย (แต่แม่บอกว่าคืนนั้นพ่อดีใจมาก จนบอกแม่ว่าอยากจะหารถเก่าๆให้เราขับไปเรียนสักคัน)

เช้าวันนั้น พ่อไม่ได้ไปส่งที่สนามบิน เพราะพ่อเดินไม่ค่อยไหว ก่อนออกเดินทางรู้สึกอยากกราบลาพ่อมากๆ อยากบอกพ่อว่า "รักพ่อ" คำที่ไม่เคยบอกกับพ่อเลยมาตลอดชีวิต พ่อนั่งอยู่บนเตียง กำลังรอผมอยู่ ผมเข้าไปกราบท่านที่ตักแล้วขอให้ท่าน "อยู่" และรอจนเราเรียนจบ กลับมาจะเอาชุดครุยรับปริญญาเมืองนอกมาถ่ายรูปกับพ่อ แล้วก็เหมือนเช่นทุกครั้ง พ่อไม่พูดอะไร เพียงแค่ลูบหัวตบไหล่ แต่คราวนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เห็นพ่อ...ร้องไห้... ร้องเพราะว่าด้วยสภาพร่างกายของพ่อ เราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว แล้วพ่อก็ยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้เอาไปอ่านตอนอยู่บนเครื่องบิน ถึงแม้มันจะเป็นจดหมายสั่งสอนอบรมธรรมดา แต่มันลงท้ายว่า "อุ๋ยลูกรัก เรียนจบกลับมาเร็วๆ พ่อจะอยู่รอดูความสำเร็จของลูก" แต่นี่เรายังไม่ได้บอกพ่อเลยว่า "รักพ่อ"

เจ็ดปีผ่านไปแล้วตั้งแต่จากมาเรียน กลับไปหาพ่อบ้างสองปีที่แล้ว ใครจะคาดคิดว่าพ่อยังอยู่รอความสำเร็จของลูกคนนี้ แต่ด้วยร่างกายที่ทรุดโทรมลงเรื่อยๆ พ่อต้องนอนอยู่บนเตียงแทบจะตลอดเวลา ซ้ำร้ายพ่อยังเริ่มความจำเสื่อมด้วยโรคสมองฝ่อ แต่ก็พยายามถามแม่ว่า เมื่อไหร่อุ๋ยจะเรียนจบ เมื่อไหร่อุ๋ยจะกลับมา เพื่อกันลืม แม่บอกว่า บางคืนพ่อมักจะตื่นขึ้นมาแล้วเพ้อถามว่า "ดึกป่านนี้แล้ว ทำไมอุ๋ยยังไม่กลับบ้านอีก" แม่ยังบอกด้วยว่า หลังๆนี้พ่อมักจะพูดบ่นคนเดียวไปเรื่อยๆ ว่า "เมื่อไหร่อุ๋ยจะเรียนจบ เมื่อไหร่อุ๋ยจะกลับมา"

วันพ่อปีนั้น ผมเรียนจบพอดี ผมอยากบอกพ่อว่าขอบพระคุณที่อยู่เป็นกำลังใจให้ผม และอยู่เป็นเพื่อนแม่มาตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา แต่ครั้นแม่ถามพ่อว่า "อุ๋ยโทรมาจากอเมริกา จะคุยไหม?"

พ่อถามแม่กลับว่า "อุ๋ยนี่มันเป็นใครนะ?" ……………………… อ้าว...โธ่...?!?นี่ผมให้พ่อรอนานจนสายเกินไปที่จะได้พูดคุยกันแล้วหรือ สายเกินไปที่จะบอกพ่อว่า "รักพ่อ" แล้วหรือ? ทำไมผมไม่หาเรื่องคุยปรึกษาหารือกับท่าน? ทำไมผมไม่เล่าเรื่องที่พบเห็นให้ท่านฟัง ทำไมผมรอให้ท่านพูดกับผมก่อนแทนที่ผมน่าจะเป็นฝ่ายพูดกับท่านก่อน? ทำไม? และ ทำไม?……..



 เมื่อครั้งเป็นพ่อ

วันนี้วันพ่อแต่คราวนี้ผมเป็นผู้ที่ถูกเรียกว่า “พ่อ” ที่มีลูกซึ่งไม่ค่อยได้มีโอกาสได้พูดคุยกัน และไม่ได้สนิทสนมกัน ผมในฐานะพ่อ เริ่มเข้าใจว่าทำไมคุณพ่อทั้งหลายต้องทำงานหนัก ผมพึ่งได้มีโอกาสเข้าใจพ่อของผม ที่ครั้งหนึ่งท่านคงเคยรู้สึกเหมือนผมในเวลานี้ว่าทั้ง ๆ ที่อุตส่าห์ทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวให้อยู่สุขสบายยอมสละความสุข ส่วนตัว เอาแต่ทำงานชนิดหามรุ่งหามค่ำ แต่ทำไมบางครั้งลูก ๆ และแม้แต่แม่ของลูก จึงดูว่าไม่ยอมเข้าใจเอาเสียเลย โดยเฉพาะลูก ๆ กลับไปรักแม่ สนิทสนมกับแม่มากกว่าพ่อ มีความลับหรือมีปัญหาคับใจอะไรก็คอยแต่จะปรึกษากับแม่ ไม่ค่อยยอมเข้ามาหาพ่อหรือคลุกคลีกับพ่อให้ชื่นใจ กันบ้างทำให้ผมหวนระลึกถึงครั้งเมื่อผมเป็นลูก และเริ่มเข้าใจพ่อของผมมากยิ่งขึ้นว่า

เหตุผลที่ทำให้ลูก ๆ เป็นเช่นนี้ ก็คงเนื่องมาจากสาเหตุสำคัญคือ คุณพ่อมีเวลาให้ลูก ๆ น้อยเกินไปนั่นเอง

เป็นธรรมดาที่ลูกย่อมจะรักใคร่สนิทสนมกับฝ่ายที่มีเวลาให้เขา และเห็นความสำคัญของเขามากกว่า เมื่อวันทั้งวันลูกอยู่แต่กับแม่ เช้าขึ้น แม่ก็หาข้าวให้ทาน พาไปส่งที่โรงเรียน บ่ายก็รับกลับบ้าน สอนการบ้านให้ เป็นเพื่อนดูโทรทัศน์ด้วยกัน ฯลฯ ในขณะที่พ่อ เช้าขึ้นก็รีบไปทำงาน ก่อนลูกจะตื่น กว่าจะกลับบ้านก็ค่ำมืด ลูกหลับไปแล้ว จะเป็นเพราะอยู่ทำงานล่วงเวลา หรือไปสังสรรค์เฮฮากับเพื่อนฝูง ก็ตามแต่

กรณีอย่างนี้ ลูกย่อมจะรักแม้ไว้วางใจแม่ และสนิทสนมกับแม่มากกว่าพ่อ อย่างแน่นอน

ผมเริ่มเข้าใจว่าทำไมบางวันที่พ่อเกิดกลับบ้านเร็วกว่าปกติ แม่กับลูกจะมีท่าทีประหลาดใจถึงขนาดทำอะไรไม่ถูกเอาเลย ลูกก็ไม่รู้จะวางตัวอย่างไรจึงจะถูกใจพ่อ ตัวพ่อเองก็ไม่รู้จะทักทาย พูดจา หรือหาเรื่องอะไรมาคุยกับลูก จึงจะเข้ากับลูกได้ เพราะพ่อแทบจะไม่รู้เรื่องส่วนตัวของลูกเลย ไม่รู้แม้กระทั่งว่า เพื่อนลูกมีใครบ้าง บางคนลูกเรียนหนังสือชั้นไหน เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้างก็ยังไม่รู้เลย พ่อกับลูกจึงแทบจะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน

ผมเริ่มเข้าใจว่า คุณพ่อผมก็คงอยากจะบอกลูกว่า ที่ทำงานหนักอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อให้แม่และลูกได้อยู่กันอย่างสุขสบาย พ่อเองก็รักลูกเท่า ๆ กับที่แม่รัก เหมือนกัน แต่ถึงจะบอกอย่างไร ลูกก็คงไม่เข้าใจ เพราะการกระทำของพ่อที่มุมานะกับงานนอกบ้านมากเกินไป จนเกิดความห่างเหินกับลูก ย่อม แสดงให้ลูกเห็นว่าพ่อสนใจงานมากกว่าลูกอยู่นั่นเอง

มาถึงวันนี้ที่ผมเป็นพ่อ ผมยังได้เข้าใจเพิ่มขึ้นอีกว่า ในกรณีที่คุณพ่อกับคุณแม่มีปัญหาขัดใจกัน และยังไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้ มีการทะเลาะวิวาทปะทะคารมกัน ทำให้แม่มีความ ทุกข์ใจ ไม่สบายใจ ก็จะหาระบายปรับทุกข์กับลูก เพราะเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิด และเพื่อหาพวกให้กับตัวเอง แม่อาจจะกล่าวหาพ่อให้ลูกฟัง พูดถึงแต่ ความไม่ดีต่าง ๆ นานาของพ่อ เมื่อลูกได้รับฟังบ่อย ๆ ก็จะฝังใจว่าพ่อเป็นคนไม่ดี ลูกจึงเลิกเคารพเชื่อฟังพ่อ ร้ายกว่านั้น คือเลิกศรัทธาพ่อไปเลยก็มี เมื่อพ่อลูกเผชิญหน้ากัน จึงเหมือนคนไม่รู้จักกัน หรือลูกเป็นฝ่ายหลบหน้าพ่อ พ่อเองก็ไม่รู้ตัวว่า ถูกกล่าวหาไว้อย่างไรบ้าง จริงหรือไม่จริง แค่ไหนไม่มีโอกาสแก้ตัวหรือชี้แจงข้อเท็จจริงกับลูกให้เข้าใจกันได้เลย

เพราะฉะนั้น ถ้าคุณพ่อทั้งหลายไม่อยากจะประสบกับเหตุการณ์แบบที่ทำให้คุณพ่อต้องรู้สึกเสียใจ หรือน้อยใจว่าลูกไม่รักแล้วละก็ ขอให้คุณพ่อพยายามหาเวลาให้ครอบครัวจะมากหรือน้อยนั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของความใกล้ชิดที่ให้ อยากให้พ่อแสดงความรักต่อลูก อย่าเขินอายที่จะกอดลูกเพียงวันละครั้ง บอกรักลูก บอกรักภรรยา และอย่ามีความคิดว่าลูกต้องพูดกับพ่อก่อน พ่อถึงพูดด้วย ซึ่งเป็นการสร้างช่องว่างให้ห่างกันออกไปมากขึ้น คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พ่อจะเป็นฝ่ายถามลูก และคุยกับลูกก่อน การแบ่งเวลาให้กับครอบครัวและหมั่นเอาใจใส่ใกล้ชิดกับลูก แสดงให้ลูกรู้ว่าพ่อก็รักเขาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าที่แม่รักเขา ลูกก็ย่อมจะรับรู้ได้แล้วเขาก็คงจะรักพ่อเท่ากับแม่แน่ ๆ ที่ลืมไม่ได้คือจงรักแม่ของลูก ๆ ให้มาก มีปัญหาอะไรก็จงมีสติและใช้การพูดคุยปรึกษาหารือกัน ประนีประนอมเข้าหากัน คงไม่มีความรักและความเข้าใจใดดำเนินไปได้หากปราศการเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และแม้แต่เสียงพูดปลอบโยนเมื่อยามเศร้าเสียใจ แล้วชีวิตในครอบครัวก็จะเป็นชีวิตที่มีความสุขครับ จงอย่าเสียเวลากับความเงียบไปโดยไร้ประโยชน์เลยเพราะเวลาไม่อาจหวนกลับมาได้อีก

By: พี่ชาย

 

 

บริษัท ฟอร์จูน เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด

บริการฟังเพลงออนไลน์ ไม่มีบริการดาวน์โหลดเพลงทุกชนิด โปรดสนับสนุนศิลปินด้วยการซื้อสินค้าที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์



ห้องลูกๆ หลานๆ

บทความน่าอ่านสำหรับเด็กๆ article
รักใดไหนเล่าเท่ารักของแม่ article
พ่อแม่ที่บ้านบางแค article
สอบเอ็นทรานส์ article
แม่...ลูกขอโทษ article
พ่อแม่คำสองคำนี้มีความหมายกับคุณไหน article
“หากพรุ่งนี้ไม่มี......แม่ ?” article
มรดกของพ่อ article
"ดอกไม้เพียงดอกเดียวในโลก" article
ใครที่ช่วยคุณได้ article
รักมากที่สุดแต่เกรงใจน้อยที่สุด article
อีกหนึ่งมุมมองของชีวิตวัยรุ่นสาว article
ข้อคิดจากชีวิตของวัยรุ่นสาว คนหนึ่ง article
คนอกหักเชิญทางนี้ article
เด็กผู้ขาดโอกาส article
เค้าว่ากันว่า "ทุกอย่างนั้นใช้เวลา" article
สร้างเสน่ห์ให้กับตนเอง article
ความศักดิ์สิทธิ์ของคำว่า แม่... article
ลูกทำให้แม่สบายใจได้อย่างไร? article
มาหล่อมาสวยด้วยบุคลิกกันเถอะ article
จงทำความดีเพราะมันเป็นสิ่งที่ดี article
นักเรียน VS นักเลง article
ความรัก...กับสิ่งที่มิอาจทดแทนได้ตลอดชีวิต article
วัยรุ่นกับการคบเพื่อน article
เพื่อนเราเป็นไฉน? จะทำอย่างไร? article
วัยรุ่นกับการคบเพื่อนต่างเพศ article
เธอคนนั้น...ทำให้ฉันเข้าใจตนเอง article
แม่ขา........หนูเป็นสาวแล้ว article
วัยรุ่น กับ การมีเพศสัมพันธ์ article
ถึงวันนั้น……….ก็สายเกินไปเสียแล้ว article
หน้าหนึ่งจากบันทึกชีวิต article
วันแห่งการรอคอย article
จากชีวิตจริงของ แม่ article
ค น สำ คั ญ ที่ ไ ม่ สำ คั ญ article
เสี้ยวหนึ่งของชีวิต article
"แม่" article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
.......กลับหน้าแรกคลิกที่นี่ครับ..:: กลับหน้าแรก ::..

บริษัท ฟอร์จูน เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด