ReadyPlanet.com
dot dot
dot
"บ้านแห่งรัก" ที่นี่มีรักสำหรับทุกคน
dot
bulletหน้าแรก
bulletสนามหน้าบ้าน
bulletห้องรับแขก
bulletห้องพ่อแม่ - ญาติผู้ใหญ่
bulletห้องหนังสือ
bulletห้องลูกๆ หลานๆ
bulletเรื่องน่ารู้
bulletเรื่องเล่าสอนใจ
bulletห้องสนทนา "บ้านแห่งรัก"
bulletส่งเมล์ถึง Webmaster
bulletท่านมีคำถามเรามีคำตอบ
bulletเพื่อนบ้านแลกลิ้งค์
bulletส่ง e-card



เพลง: Spanish Eyes
ศิลปิน: Backstreet Boys
พ่อแม่กับสุขภาพจิตเด็กวัยเรียน article

 การดำรงชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบัน หากจะมุ่งมั่นให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างประกอบเข้าด้วยกัน เช่น มีสุขภาพแข็งแรง ฐานะทางเศรษฐกิจที่มั่นคง มีการศึกษาดี เป็นต้น ทั้งนี้ปัจจัยที่มีความสำคัญยิ่งคือ การมีสุขภาพจิตที่ดี มีจิตใจเข้มแข็ง ฐานนะทางเศรษฐกิจที่มั่นคง มีการศึกษาดี เป็นต้น ทั้งนี้ปัจจัยที่มีความสำคัญยิ่งคือ การมีสุขภาพจิตที่ดี มีจิตใจเข้มแข็ง สามารถแก้ปัญหาและเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้ บางคนสุขภาพแข็งแรง มีฐานะมั่นคง แต่ปรากฏว่าสุขภาพจิตไม่มี จิตใจอ่อนแอ ไม่สามารถทนทานต่อความเครียดความกดดันต่างๆ ตามสมควร ผู้นั้นย่อมต้องประสบความล้มเหลวในการดำเนินชีวิต

การที่จะส่งเสริมให้เป็นผู้ที่มีสุขภาพจิตดีนั้น เป็นเรื่องที่ไม่อาจทำได้ในระยะเวลาอันสั้นต้องเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็กและมีแนวทางที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความผูกพันระหว่างพ่อแม่ลูกเป็นสำคัญ พ่อแม่ที่อยากให้ลูกเป็นเด็กดีมีความสุข ก็จำเป็นต้องให้ความรัก ความอบอุ่นคอยจูงใจชักนำให้ทำสิ่งที่ดีงาม พูดจาให้เหตุผล ทำตนเป็นตัวอย่าง พยายามปลูกฝังให้เด็กสามารถผูกมิตร พิชิตอุปสรรค และรู้จัดพอใจ เด็กจึงจะอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และประสบความสำเร็จในชีวิต

ในด้านสุขภาพจิตสำหรับเด็กวัยเรียน ซึ่งมีอายุระหว่าง 7-11 ปี เป็นวัยที่พ่อแม่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่าเด็กวัยนี้พอจะพึ่งตนเองได้บ้างแล้ว และไม่ค่อยมีปัญหาสุขภาพจิตที่ค่อนรุนแรงปรากฏบ่อยนัก แต่ก็เป็นวัยที่มีความสำคัญเนื่องจากพ่อแม่สามารถจะส่งเสริมให้เกิดคุณลักษณะต่างๆได้หลายประการ คือ

เด็กในระยะนี้เป็นวัยแห่งการฝึกหัดและแสดงความสามารถจึงเป็นโอกาสดีที่พ่อแม่จะสนับสนุนเด็กให้เกิดความสนใจใฝ่เรียนรู้ นอกจากนี้บางคนยังมีความสามารถพิเศษต่างๆ หากหมั่นฝึกฝนก็จะเกิดความเชี่ยวชาญได้

ระยะนี้เป็นวัยแห่งการเสริมสร้างจริยธรรม เด็กจะเชื่อฟังพ่อแม่ ครูอาจารย์ และปฏิบัติตามที่สอนสั่งอย่างเคร่งครัด ประกอบกับเด็กเริ่มเข้าใจความคิดที่เป็นนามธรรม ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดีงามสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด หากทำความผิดจะเกิดผลแก่ตนเองอย่างไร ฉะนั้น จึงเป็นโอกาศเหมาะที่พ่อแม่จะหล่อหลอมจิตใจเด็กให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณธรรมได้

เป็นวัยแห่งการเลียนแบบ การที่เด็กต้องไปอยู่กับสังคมนอกบ้าน ทำให้เด็กต้องมีบทบาทอื่นๆ นอกเหนือจากบทบาทในครอบครัว เด็กผู้ชายต้องสามารถแสดงบทบาทของผู้ชาย ซึ่งเด็กจะเลียนแบบจากพ่อ เด็กรู้ว่าสุภาพบุรุษเป็นอย่างไร ก็ได้จากการดูพ่อเช่นกัน ส่วนเด็กผู้หญิงจะเลียนแบบของการเป็นผู้หญิงในสังคมและแม่บ้านจากแม่ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดพ่อกับแม่ต้องใกล้ชิดลูกและเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดของลูก

เด็กในวัยนี้เป็นวัยแห่งการสร้างความภาคภูมิใจ ความภาคภูมิใจเป็นความสุขที่เกิดขึ้นเมื่อได้ทำบางสิ่งบางอย่างให้สำเร็จตามความมุ่งหวัง เด็กวัยเรียนเป็นเด็กที่เริ่มเสดงความสามารถของตนเองหลายๆ ด้านให้ผู้อื่นเห็น ความสำเร็จของเขาคือความภูมิใจที่เกิดขึ้นโดยมีพ่อแม่เป็นผู้ให้การสนับสนุน ดังนั้นพ่อแม่ต้องช่วยกันแนะนำและเชิดชูชมความสามรถของลูก

เด็กในระยะนี้เป็นวัยแห่งการผูกมิตร เด็กวัยเรียนมีโอกาสได้พบปะกับคนทั้งที่คุ้นเคยและแปลกหน้า เด็กต้องมีความมั่นใจตัวเองและเป็นตัวของตัวเองจึงจะสามารถพูดคุยสนทนากับผู้อื่นได้ ซึ่งเด็กจะเรียนรู้สิ่งเหล่านี้จากครอบครัว โดยพ่อแม่แนะแนววิธีผูกมิตรและปฏิบัติตนต่อมิตรในทางที่ถูกที่ควร

การที่พ่อแม่จะส่งเสริมให้คุณลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นได้พ่อแม่ต้องมีความผูกพัน รักใคร่ในครอบครัวเป็นอย่างดีทั้งนี้เนื่องจากเด็กวัยเรียนต้องการความรักความอบอุ่นในครอบครัว เหมือนกับเด็กวัยอื่นๆ ความรักใคร่กลมเกลียวระหว่างพ่อกับแม่และความรักความเข้าใจที่พ่อแม่มีให้กับเด็กจะทำให้เด็กอยู่ในบ้านอย่างมีความสุขชื่นชมนิยมพ่อแม่ อยากเลียนแบบ อยากเป็นคนดีอยากทำในสิ่งที่พ่อแม่คาดหวังเพื่อพ่อแม่จะได้ภูมิใจในตัวเด็ก และอยากแสดงความสามรถหรือทักษะต่างๆให้ประจักษ์ ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกจึงเป็นที่มีความสำคัญและสนับสนุนให้เด็กเป็นผู้ที่มีสุขภาพจิตดีได้

จากการศึกษาวิจัยหลายฉบับที่พบว่า เด็กที่อยู่ในครอบครัวที่อบอุ่นมักจะเป็นเด็กที่ไม่มีปัญหาสุขภาพจิต ส่วนเด็กที่มีสุขภาพจิตไม่ดีมักจะมาจากครอบครัวที่ความสัมพัธ์ระหว่างพ่อแม่กับเด็กไม่ดีอันเป็นทางทำลายสุขภาพจิตของเด็ก กาศึกาาในเรื่องนี้เท่ากับเป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญที่พ่อกับแม่มีต่อเด็กให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
แต่ในปัจจุบันสังคมที่ผกผันและเศรษฐกิจที่บีบรัดทำให้พ่อแม่ต้องรับภาระหนักในการทำงานใช้เวลาส่วนใหญ่ไปอยู่นอกบ้าน เวลาที่จะใกล้ชิดดูแลเอาใจใส่ลูกมีน้อยลง จึงเป็นที่น่าเสียดายที่คุณลักษณะต่างๆ ของเด็กในวัยเรียนไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร และที่น่าเป็นห่วงก็คือ ความห่างเหินระหว่างพ่อแม่กับลูกมีมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาและความขัดแย้งระหว่างเด็กกับพ่อแม่ได้

ปัญหาอาจจะเกิดขึ้นกับเด็กได้หลายประการด้วยกัน เด็กที่มีพื้นฐานทางจิตใจปกติอาจจะรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่ได้ให้ความสนใจในความเป็นอยู่จึงเกิดความรู้สึกว่าพ่อแม่ห่างเหิน ถึงเวลาอยู่บ้านก็ต่างคนต่างอยู่ทำกิจกรรมของตนเอง เมื่อมีปัญหาก็ไม่รู้จะพูดให้พ่อแม่เข้าใจได้อย่างไรหรือพยายามเล่าหลายๆครั้งก็ยังไม่มีใครรับฟัง เด็กบางคนอาจจะเรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่ด้วยการออดอ้อน หรือทำท่าทางแปลกๆให้พ่อแม่สนใจก็กลับได้รับการเฉยเมยหรือดุว่าซน จุกจิกจู้จี้ สำหรับเด็กมีพื้นฐานไม่มีอาจจะแสดงพฤติกรรมในทางลบ เช่น ก้าวร้าว ดื้อดึง ทำลายของใช้ของเล่นหรือมีความผิดปกติอื่นๆ ที่รุนแรงยิ่งขึ้น

เพื่อเป็นการส่งเสริมลักษณะที่ดีต่างๆ และป้องกันปัญหาสุขภาพจิตของเด็กวัยเรียนไม่ให้เกิดขึ้น พ่อแม่น่าจะกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นและมั่นคงด้วยการใช้เวลาที่พ่อแม่สมารถจะให้กับเด็กได้อย่างมีคุณภาพและสม่ำเสมอต่อเนื่องกัน ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติได้ดังนี้

การให้ความรักความอบอุ่น
ความรักความอบอุ่นที่เกิดขึ้นในครอบครัวทำให้บรรยากาศในบ้านน่าอยู่ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ พ่อแม่รักใคร่ กลมเกลียวกันดี ครอบครัวที่มีการทะเลาะเบาะแว้งอยู่เป็นประจำจะทำให้เด็กขาดความสุข เศร้าสร้อยหวั่นวิตกตลอดเวลาไม่อยากพบปะคนอื่น นอกจากนี้พ่อแม่บางคนคิดว่าการแสดงท่าทีให้เด็กเห็นว่ารักเด็กจะทำให้เด็เหลิงถือว่าพ่อแม่ไม่กระตือรือร้นที่จะพึ่งตนเอง หรือทำสิ่งต่างๆให้สำเร็จ ความเข้าใจเช่นนี้เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องนัก ความรักของพ่อแม่เป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อจิตใจของเด็กให้เกิดกำลังใจที่จะต่อสู้และมีความพยายามหากว่าความรักนั้นอยู่ในระดับที่พอเหมาะ ฉะนั้น ความรักของพ่อแม่ที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปจะทำให้เด็กเกิดปัญหาสุขภาพจิตได้ทั้งนั้น ในการให้ความรักความอบอุ่น พ่อแม่อาจจะแสดงให้เด็กเห็นได้ ดังนี้
ให้การต้อนรับเมื่อเด็กเข้ามาพูดคุยด้วย สัมผัส โอบกอดด้วยท่าทางที่รักใคร่ยิ้มแย้มแจ่มใสเพื่อให้เด็กเกิดความอบอุ่น
แสดงความห่วงใย ถามไถ่เรื่องสุขภาพจิต การเรียน การคบเพื่อน การตักเตือนให้ระวังในสิ่งที่เป็นอันตราย ให้แนะนำหรือให้ความช่วงเหลือตามความเหมาะสมเพื่อให้เด็กรู้สึกว่ายังมีที่พึ่ง พูดจาด้วยถ้อยคำที่นิ่มนวล

การให้ความสนใจและความเข้าใจแก่เด็ก
ให้ความสนใจในตัวเด็กเมื่อเด็กเล่าเรื่องราวต่างๆ พ่อแม่ควรฟังด้วยความตั้งใจ พูดคุยกับเด็กเรื่องที่เด็กประทับใจ นอกจากนี้พ่อแม่ยังควรดูแลเรื่องของใช้ที่จำเป็นของเด็กทั้งของใช้ในการเรียนและส่วนตัวหากไม่ครบถ้วนพ่อแม่ควรจัดหามาให้ตามกำลังสามารถ
การให้ความสนใจในกิจกรรมต่างๆ ที่เด็กทำ ส่งเสริมให้เด็กหากิจกรรมที่ชอบทำและถนัดสนับสนุนให้เด็กมีงานอดิเรกเพื่อเด็กจะได้เพลิดเพลินและใช้เวลาช่วงที่พ่อแม่ไม่อยู่ทำสิ่งที่เกิดประโยชน์ กิจกรรมของเด็กบางอย่างพ่อแม่ควรไปร่วมด้วย เช่น การแสดงของเด็กที่โรงเรียนและพ่อแม่ควรชมเชยให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจด้วย
เด็กในวัยนี้ยังไม่รู้จักว่าจะพูดให้พ่อแม่เข้าใจถึงความรู้สึกของตนเงอย่างไร พ่อแม่จึงควรชักชวนเด็กให้พูดคุยถึงความรู้สึกต่างๆ เด็กจะได้คุ้นเคยกับการพูดถึงความรู้สึกให้พ่อแม่ฟังและพ่อแม่จะได้เข้าใจถึงความรู้สึกนึกคิดของเด็กด้วย นอกจากนี้เมื่อถึงโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น วันเกิด พ่อแม่ก็ไม่ควรหาสิ่งของเล็กๆน้อย ที่เด็กอยากได้ให้เด็กด้วย จะทำให้เด็กรู้สึกว่าพ่อแม่เข้าใจ และรู้ว่าเด็กต้องการอะไร

การให้คำปรึกษาและกำลังใจ
เมื่อสังเกตพบว่าเด็กมีความทุกข์หรือไม่สบายใจพ่อแม่ต้องสอบถามเรื่องราวให้ชัดเจนและให้ความช่วยเหลือ เด็กในวัยเรียนเมื่อเกิดความกังวลหรือทุกข์ใจมักจะมีท่าทางซึมเศร้าไม่ร่าเริงตามที่เคยเป็น บางคนก็จะร้องห่มร้องไห้ ปัญหาที่เด็ก ไม่สบายใจก็มักจะเป็นเรื่องการเรียนการคบเพื่อนความขัดแย้งระหว่างพี่น้องพ่อแม่ควรชี้ให้เห็นข้อดีข้อเสียที่เกิดขึ้นกับเด็กและแนะนำหาทางออกที่เหมาะสม
เด็กวัยนี้มักมีปัญหาเรื่องการปรับตัวเนื่องจากเด็กเพิ่งออกไปพบกับสังคมนอกบ้าน เด็กอาจจะทำตัวไม่เหมาะสม เช่น ก้าวร้าวเพื่อน ไม่สัมมาคารวะผู้ใหญ่ ซุกซนอยู่ไม่สุข หากพ่อแม่อธิบายถึงเหตุ บอกวิธีการที่ชัดเจน เด็กก็จะอยู่ในสังคมนอกบ้านได้อย่างมีความสุขยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการกระทำบางอย่างของพ่อแม่ที่มักจะสร้างความกดดันให้กับเด้ก การกระทำเช่นนี้บั่นทอนความผูกพันระหว่างพ่อแม่กับลูกให้น้อยลง ซึ่งพ่อแม่อาจจะทำไปด้วยความโกรธหรือไม่รู้ตัว จึงควรสนใจและระมัดระวัง ดังนี้

เมื่อพ่อแม่เกิดความเหน็ดเหนื่อยหรือเครียดมักจะมีอารมณ์เสีย หงุดหงิด ตวาดหรือไล่ให้เด็กไปไกลๆ การกระทำเช่นนี้อาจจะทำให้เด็กตกใจเนื่องจากไม่เข้าใจถึงสาเหตุและทำให้ไม่กล้ามาหาพ่อแม่ หากพ่อแม่เหนื่อยหรือเครียด ไม่อยากพบใคร พ่อแม่ควรหาทางพักผ่อนในสถานที่ๆเป็นส่วนตัวหรือพูดตรงๆ กับเด็กว่าวันนี้พ่อแม่เหนื่อย ให้เด็กเล่นของเล่นไปก่อน พ่อแม่จะพักผ่อน

เมื่อเด็กทำสิ่งใดล้มเหลว หรือพ่อแม่อยากให้เด็กทำสิ่งใดให้สำเร็จ พ่อแม่มักจะพูดจาดูถูก เปรียบเทียบกับคนบ้านอื่นหรือพี่น้องคนอื่น พ่อแม่บางคนพูดประชดประชันให้เกิดความเจ็บใจหรือบางคนใช้วิธีการลงโทษด้วยความรุนแรง เด็กจะรู้สึกมีปมด้อย สู้คนอื่นไม่ได้ พ่อแม่เกลียดชังทำให้ขาดกำลังใจและสมรรถภาพด้านต่างๆด้อยลง
การที่จะให้เกิดผลในการปฏิบัติอย่างจริงจัง พ่อแม่อาจจะต้องลองสังเกตคำพูดหรือการกระทำของตนเองว่าได้แสดงให้เด็กเห็นว่าพ่อแม่รัก มีความสนใจหรือมีความเข้าใจ ในตัวเขาบ้างหรือไม่ หากพ่อแม่ยังไม่ได้แสดงให้เด็กเห็นได้อย่างชัดเจน คงต้องเริ่มกระชับความสัมพันธ์เสียตั้งแต่วันนี้ เพราะการดูแลให้เด็กมีสุขภาพจิตที่ดี เป็นภาระหน้าที่ของพ่อแม่โดยตรง

By: เยาวนาฎ ผลิตนนท์เกียรติ

 

 

บริษัท ฟอร์จูน เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด

บริการฟังเพลงออนไลน์ ไม่มีบริการดาวน์โหลดเพลงทุกชนิด โปรดสนับสนุนศิลปินด้วยการซื้อสินค้าที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์



ห้องพ่อแม่ - ญาติผู้ใหญ่

เรื่องควรรู้สำหรับพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ article
จูบของลูกน้อย article
ปัญหาการนอกใจและวิธีแก้ article
เรื่องเศร้า...ของชีวิตคู่ article
ทำบัญชีรับจ่ายช่วยให้ครอบครัวเป็นสุข article
รถไฟ กับ ความรัก article
กิจกรรมสร้างสายใยแห่งรัก article
สิ่งที่คุณภรรยาควรรู้เมื่อต้อง “หย่า” article
ศาสตร์ในการทะเลาะกัน article
ชีวิตคู่หลังการนอกใจได้ผ่านพ้นไป article
คิดให้ดีก่อนหย่า article
ชีวิตคู่กับการให้อภัย article
วัยรุ่นในครอบครัวแตกแยก article
สามีนอกใจมีอะไรเป็นสาเหตุ article
ภาษารักทั้ง 9 article
ความโกรธ article
คู่มือการเลี้ยงลูกให้ได้ดี article
แก่อย่างมีคุณค่า article
หน้าที่ของบิดามารดาต่อบุตรธิดา article
วิธีการสร้างเรือนรักที่สมบูรณ์แบบ article
พ่อ…ร่มไทรไม่ใช่ร่มตาล article
จูบใครคิดว่าไม่สำคัญ article
ชูรักคู่สมรส article
"เอดส์ลดหรือเพิ่ม……เริ่มที่ผู้ชาย" article
100 คำพูดดีๆ ที่พ่อแม่ควรพูด article
เลี้ยงลูกด้วยเหตุผลอย่างเดียวไม่พอ article
จะป้องกันลูกไม่ให้เข้าแก๊งได้อย่างไร? article
ปราการแห่งทิฐิอุปสรรคแห่งรัก article
เทคนิคการเป็นเพื่อนกับวัยรุ่น article
อยากรักให้ยืดต้องทำอย่างไร? article
เคล็ดลับ 5 ข้อ ในการหลีกเลี่ยงการโต้เถียงระหว่างคู่ครอง article
พ่อแม่ ทะเลาะอย่างไรให้สร้างสรรค์ article
ทำไมผู้ชายจึงชอบมีเมียน้อย? article
ระแวง article
ความรักมิใช่การครอบครอง article
ลูกจ๋าแม่ขอโทษ article
เมื่อลูกมีแฟน article
เลี้ยงลูกอย่างไรให้ได้ดี article
ชีวิตคู่กับการเลี้ยงลูก article
การเตรียมลูกเข้าสู่วัยรุ่นที่ สดใส ร่าเริง และมีคุณภาพ article
เมื่อลิ้นกระทบฟันจะแก้ไขอย่างไร? article
“มันเจ็บที่หัวใจ” article
เคล็ดไม่ลับ 10 ประการในการมีชีวิตคู่ article
ข้อเขียนจากลูก แด่คุณพ่อคุณแม่ที่เคารพรัก article
ความรักของเด็ก article
20 นิสัยไม่ดีสําหรับการใช้ชีวิตคู่ article
ปัญหาของผู้สูงอายุ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
.......กลับหน้าแรกคลิกที่นี่ครับ..:: กลับหน้าแรก ::..

บริษัท ฟอร์จูน เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด