ReadyPlanet.com
dot dot
dot
"บ้านแห่งรัก" ที่นี่มีรักสำหรับทุกคน
dot
bulletหน้าแรก
bulletสนามหน้าบ้าน
bulletห้องรับแขก
bulletห้องพ่อแม่ - ญาติผู้ใหญ่
bulletห้องหนังสือ
bulletห้องลูกๆ หลานๆ
bulletเรื่องน่ารู้
bulletเรื่องเล่าสอนใจ
bulletห้องสนทนา "บ้านแห่งรัก"
bulletส่งเมล์ถึง Webmaster
bulletท่านมีคำถามเรามีคำตอบ
bulletเพื่อนบ้านแลกลิ้งค์
bulletส่ง e-card


ผู้ร่วมสนับสนุน "บ้านแห่งรัก"


บริษัท ฟอร์จูนเมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด ศูนย์รวมสินค้าดีมีคุณภาพ

ร่วมเป็นผู้สนับสนุนเวบไซด์ บ้านแห่งรัก เพียงวันละ 15 บาท โดยลงโษณากับเรา คลิกที่นี่เพื่อติดต่อ webmaster

ข้อคิดสะกิดใจ


เพื่อรักษาไว้ซึ่งชีวิตครอบครัว
มีบางครั้งที่เราต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ
มีบ้างบางครั้งที่เราต้องเลิกทำในสิ่งที่ชอบ
เพื่อความก้าวหน้าของชีวิตครอบครัว
มีบ่อยครั้งที่เราต้องรู้จักใช้สติ
ต้องรู้จัก อดทน และให้อภัย
ดูอย่างต้นไม้ซิ
มันไม่เคยที่จะผืนลิขิตของฤดูกาล
มันไม่คิดจะขัดธรรมชาติ
เมื่อถึงคราวต้องทิ้งใบก็ยินยอมแต่โดยดี
อดทนและอดทน
เพื่อผลิใบ และดอกผลเมื่อฝนมา
เพราะเมื่อเวลามาถึงทุกสิ่งจะดำเนินไป
ชีวิตที่เรียบง่ายคือชีวิตที่มีสุข


 
 ขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมทำบุญกับทางวัดพระบาทน้ำพุในโครงการสายทานบารมี ไม่ว่ามือถือท่านจะราคาเท่าไรก็ตาม  ร่วมบริจาคครั้งละ 9 บาทผ่านการกดเบอร์โทรศัพท์ไปที่หมายเลข 1900-222-200 เพื่อวัดพระบาทน้ำพุและผู้ป่วยโรคเอดส์ครับ
ขอขอบพระคุณครับ

 

บอกบุญการกุศล

@ บริการเสนอข่าวประชาสัมพันธ์การกุศล
ท่านที่มีข่าวสาร/ประชาสัมพันธ์ขององค์กร/หน่วยงาน อันเป็นการกุศลและเป็นประโยชน์ต่อสังคม เรายินดีนำเสนอให้ท่านฟรีครับ ใช้บริการกันได้เลยโดยส่งข่าวไปตามที่อยู่อีเมล์ข้างล่าง

love4home@hotmail.com

@ เอื้ออาทรผู้บ่วยโรคเอดส์
เชิญร่วมบริจาคให้มูลนิธิธรรมรักษ์ วัดพระบาทน้ำพุ ทางไปรษณีย์ โดยธนาณัติ, ตั๋วแลกเงิน, เช็ค, แคชเชียร์เช็ค สั่งจ่าย ดร.พระครูอาทรประชานาถ วัดพระบาทน้ำพุ ลพบุรี 15000 โทร. 0-1831-3441, 036-413805 ต่อ 106 โทรสาร 036-422600
หรือทางธนาคารโดยเข้าบัญชี " กองทุนอาทรประชานาถ "
ธนาคารกรุงเทพ สาขาลพบุรี เลขที่บัญชี 289-0-84697-1
ธนาคารทหารไทย สาขาลพบุรี 304-2-41277-9
ธ.กสิกรไทย สาขาถนนสุรสงคราม 174-2-39000-0
ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาลพบุรี 579-2-33730-7
ธ.กรุงศรีอยุธยา สาขาลพบุรี 111-1-47300-7

หาความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์.....เชิญคลิก

@โครงการแบ่งปันความรู้สู่ชนบท
ขอเชิญบริจาคหนังสือใน โครงการแบ่งปันความรู้สู่ชนบท เพื่อให้เยาวชนในชนบทมีหนังสือดีๆไว้อ่านเป็นการสร้างนิสัยรักการอ่านให้เด็กๆในชนบท โดยหาหนังสือเข้าห้องสมุดชุมชนวัดสามชุก ตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี

สนใจส่งหนังสือไปได้ที่นางลำพู เดชาวิชิตเลิศ สำนักงานเลขาธิการสภาวัฒนธรรมอำเภอสามชุก ที่ว่าการอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี 72130 โทร.0 3557 1188

@ ชวนบริจาคหนังสือดีเข้าห้องสมุด
ห้องสมุดวัดป่าสุคะโต ขอเชิญชวนทุกท่านบริจาคหนังสือดีเข้าห้องสมุดของวัด เพื่อให้พระและญาติธรรมผู้มาวัดได้มีหนังสือดีๆ ไว้อ่าน

สนใจ ส่งหนังสือไปได้ที่ พระสันติพงศ์เขมะปัญโญ (หลวงพี่ตุ้ม) วัดป่าสุคะโต ตะท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ 36150

@ เชิญชวนบริจาคสิ่งของให้สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท
ขอความช่วยเหลือสิ่งของบริจาคบ้านเด็กอ่อนพญาไท ซึ่งรับเลี้ยงเด็ก ตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ขวบ จำนวน 300 กว่าคน ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่ถูกทอดทิ้งและมีเด็กที่ติดเชื้อ HIV ประมาณ 40 กว่าคน ของที่คนส่วนใหญ่นำมาบริจาคปกติแล้วจะเป็นนมกล่อง และนมผง เนื่องจากตอนนี้บ้านเด็กอ่อนพญาไทต้องการของตามรายการเหล่านี้มากเป็นพิเศษดังต่อไปนี้
1. ผ้าก๊อส (ทำแผล)
2. ผ้าอ้อมกระดาษ (ทุกขนาด)
3. ผงเกลือแร่ (สำหรับเด็กท้องเสีย)
4. ข้าวสารหอมมะลิ
5. สายดูดเสมหะ เบอร์ 8,
6. นมผงยี่ห้อเอนฟาแลค, โอแล็ค. อะแลคต้า
7. น้ำเกลือสำหรับทำแผล
8. ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่
9. ยาทาเชื้อรา (ผิวหนัง) ผ้าขนหนู
10. แอลกอฮอล์ (ทำความสะอาดแผล 70%)
11. ผ้าเช็ดหน้าเด็ก
12. ถุงมือขนาด S, M
13. เสื้อและกางเกงเด็ก 1-3 ขวบ
14. Asmasol Solution 20ml. (ยาพ่น)
15. นมกล่อง U.H.T.
16. Prepulsid Susjunsion
17. รองเท้า และ ถุงเท้าเด็ก 1-3 ขวบ
18. กระดาษชำระ
19. สบู่เด็ก
หากว่าใครประสงค์จะบริจาค หรือสอบถามรายละเอียดโปรดติดต่อ บ้านเด็กอ่อนพญาไท โทร. 0-2584-7254 - 5 แฟกซ์ 0-2584-7255 ต่อ 109 หรือส่งพัสดุที่ สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท
72/24 ม. ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ในซอยข้างเมเจอร์(5แยก) เข้ามาประมาณ 800ม.
หรือโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขารามาธิบดี
เลขที่ 026-2-28911-5 ชื่อบัญชี มูลนิธิสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท

@ แจกฟรี รถ Wheel Chair สำหรับคนพิการ
สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย (สพท.) ร่วมกับสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหว (ส.พ.ค.) ขอเชิญผู้พิการทุกท่านที่มีความประสงค์ต้องการรถวีลแชร์ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพียงส่งเอกสาร

1. สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมเซ็นรับรองสำเนา

2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมเซ็นรับรองสำเนา

3. สำเนาสมุดประจำตัวคนพิการ พร้อมเซ็นรับรองสำเนา

4. รูปถ่ายเต็มตัวเห็นสภาพความพิการชัดเจน 1 รูป

5. ให้ระบุที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวก พร้อมเบอร์โทรศัพท์ (ถ้ามี )

มาที่ สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย 73/7-8 ซอยติวานนท์ 8 ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 0-2951-0445,0-2951-0447โทรสาร 0-2951-0567 หรือที่ สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหว 802/410 หมู่ 12 หมู่บ้านวังทองริเวอร์ปาร์ค ซอย 10/4 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12130 มือถือ 0-1735-2316,0-1372-4201 โทรสาร 0-2990-0331

หมายเหตุ รถวีลแชร์มีเพียงพอสำหรับทุกท่านที่ติดต่อเข้ามา

เพื่อนบ้านแลกลิ้งค์

Banner Exchange

Copy แบนเนอร์ เพื่อนำไปใส่ในเว็บของคุณ

ก๊อปปี้โค้ดด้านล่างไปติดที่เว็บ หรือ Copy ภาพไปแล้วทำลิ้งค์มาที่เรา แล้วเมล์มาที่ webmaster

รวมเพื่อนบ้านแลกลิ้งค์>>

Search the Web

ศาสนสุภาษิต

อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย
ชนะตนนั่นแหละ เป็นดี

ปญฺญา ธนํ โหติ
ความรอบรู้ เป็นทรัพย์อันประเสริฐ

อ่านศาสนสุภาษิตทั้งหมด>>

จงอย่าทำ


อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน
อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา
อย่าเสวนาคนชั่ว อย่ามั่วอบายมุข
อย่าดีแต่ตัว อย่าชั่วแต่คนอื่น
อย่าฝ่าฝืนกฎระเบียบ อย่าเอาเปรียบสังคม
อย่าหลงในโลกีย์ อย่าคิดเอาแต่ได้
อย่าใส่ร้ายคนดี อย่ากล่าววจีมุสา
อย่านินทาพระเจ้า อย่าขลาดเขลาเมื่อมีทุกข์
อย่าสุขจนลืมตัว อย่าเกรงกลัวงานหนัก
อย่าสะสมทิฐิ อย่าลืมตนเมื่อมั่งมี

พยากรณ์อากาศ




เพลง: Living the dream
ศิลปิน: A1
เส้นทางครอบครัวไทยในยุคโลกาภิวัตน์ article

ผมได้รับบทความจากคุณศุภลักษณ์ เก่งบัญชา สำนักส่งเสริมสถาบันครอบครัว  สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง  เส้นทางครอบครัวไทยในยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งได้ถูกนำลงในหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2548 ถือได้ว่าเป็นข้อมูลและชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มเส้นทางครอบครัวไทยในยุคสมัยปัจจุบันได้เป็นอย่างดี จึงอยากจะนำมาฝากให้ได้อ่านกันดังนี้:-

"ครอบครัว" เป็นหน่วยทางสังคมที่เล็กที่สุดแต่มีความสำคัญที่สุดสังคมจะเข้มแข็งได้ก็ต้องมีครอบครัวที่เข้มแข็ง

"ผมรักคุณนะ แต่งงานกับผมนะ"มักเป็นประโยคคุ้นหูที่ทุกคนคาดเดาได้เมื่อละครหลังข่าวใกล้อวสานพระเอกก็จะพูดกับนางเอกแบบนี้เสมอแต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าชีวิตจริงนอกนวนิยายของผู้คนทั่วไปนั้นจบลงเช่นใด

**ปรากฏการณ์ความรุนแรงในครอบครัว**

"พ่อจ๋า อย่าทำแม่เลยนะ" ... "พ่อจ๋า-แม่จ๋า อย่าทำหนูเลย หนูกลัวแล้ว โอย โอย"

รายงานสถิติจากโรงพยาบาล 70 แห่งของสาธารณสุข ในปี 2547 มีผู้กระทำรุนแรงถึง 6,596 ราย มีสตรีที่ถูกทำร้ายถึง 3,335 ราย เด็กถูกทำร้ายถึง 2,626 ราย เฉลี่ยทุก 2 ชั่วโมงจะถูกทำร้าย 1 คน ส่วนใหญ่ด้วยฝีมือของคนใกล้ชิด เช่น สามี และบุคคลในครอบครัว และเกือบครึ่งหนึ่งเป็นความรุนแรงทางเพศ..ซึ่งในทุกๆ เด็ก 10 คนที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ จะมีอย่างน้อย 1 รายที่ถูกกระทำโดยพ่อของตนเองนอกนั้นเป็นปู่ ตา น้า อา ลุง พ่อเลี้ยง ฯลฯ...ใครบ้างจะรู้ว่า เด็กๆที่ถูกกระทำเหล่านี้เมื่อเติบโตขึ้นในวันหน้า เขาจะกลายเป็นคนเก็บกด ก้าวร้าวและกระทำความรุนแรงต่อผู้อื่นด้วยเช่นกันในเวลาต่อมา

**ครอบครัวสมรสน้อยลง หย่าร้างเพิ่มขึ้น**

ความไม่ลงรอยกันของสามีภรรยา การใช้อารมณ์ต่อกันในครอบครัวมีให้เห็นจนชินตา"เมื่ออยู่ด้วยกันไม่ได้ก็เลิกกันไปเลย"..."แน่จริงก็ไปหย่ากันเดี๋ยวนี้เลย" ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาพบว่า มีการสมรสน้อยลงและหย่าร้างเพิ่มขึ้นโดยภาคกลางมีอัตราหย่าร้างสูงสุด ส่วนภาคอีสานมีคนแต่งงานน้อยที่สุด

ข้อมูลจากสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครองระบุว่า... จากการสำรวจ 17,309,344 บ้าน เมื่อปี 2545 พบว่า การจดทะเบียนลดลงเหลือ 291,734 คู่ จากช่วง 1 ปีที่มี 324,661 คู่..และจดทะเบียนหย่า 77,735 คู่ เพิ่มขึ้น 1 ปีที่มี 76,037 คู่

**เด็กและผู้สูงอายุยังคงถูกทอดทิ้ง**

ขณะเดียวกันก็พบว่า ปัจจุบันมีครอบครัวเดี่ยวถึง 55% และครอบครัวขยายลดลงเหลือ 32.1% คิดเป็นจำนวน
ครอบครัวเดี่ยวประมาณ 16 ล้านครอบครัว และมีพ่อหรือแม่ที่เลี้ยงลูกตามลำพังถึง 1.3 ล้านครอบครัว
(กระทรวงวัฒนธรรมและสถาบันรามจิตติ ,2548) รวมทั้งมีผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งปีละ 2,804 คน และเด็กถูกทอดทิ้ง 8,013 คน (สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ,2548)

**สัมพันธภาพในครอบครัวไม่อบอุ่น ขาดการให้เวลาแก่กันอย่างมีคุณภาพ**

ผลการสำรวจผู้ปกครอง 1,066 ครอบครัว ในเขตกรุงเทพมหานคร(มูลนิธิเครือข่ายครอบครัวร่วมกับศูนย์ประชามติสถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยรามคำแหง ,2546) พบว่า...พ่อแม่ส่วนใหญ่ทำงานวันละ 7 - 9 ชั่วโมง โดยพ่อแม่ร้อยละ 43 รู้สึกห่างเหินกับลูก เนื่องจากในแต่ละวันมีเวลาทำกิจกรรมร่วมกับลูกเพียง 1 - 3
ชั่วโมง ในแง่ของเด็กเองก็รู้สึกห่างเหินกับพ่อแม่มากขึ้นด้วยเช่นกัน

**วัตถุนิยมและบริโภคนิยมเป็นใหญ่**

"ถ้าเลือกได้จะไม่มีผัวไทย เพราะจนแล้วยังงี่เง่าอีก"
ประโยคนี้เป็นคำพูดของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในภาคอีสานที่ต้องการทำงานหาเงินให้พ่อแม่โดยไม่เลือกว่าจะเป็นวิธีไหนเธอตั้งใจมีสามีต่างชาติและเห็นว่าการมีเงินเพื่อมีหน้ามีตานั้นสำคัญมากเด็กผู้หญิงจำนวนไม่น้อยต้องกลายเป็นเครื่องมือทำเงินเพื่อหน้าตาของครอบครัว(งานวิจัยของพญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล ,สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ,2547)

"หนูภูมิใจมากที่ได้ผัวฝรั่งจนได้มาอยู่ด้วยกันที่เยอรมนี..หนูมีวันนี้ได้ก็เพราะหนูเคยทำงานที่พัฒน์พงษ์...เจอกันครั้งแรกเขาก็ชอบหนูเลยเดินตามก้นหนูไม่ห่างเลย.. หนูไม่อายที่จะบอกใครๆว่าการเป็นผู้หญิงขายตัวที่พัฒน์พงษ์ ทำให้หนูพบความสุขในวันนี้" (ศุภลักษณ์ เก่งบัญชา ,สัมภาษณ์หญิงไทยในเยอรมนี ,2545)

ทั้ง 2 เหตุการณ์ข้างต้น ยากที่จะตัดสินว่าเธอผิดหรือไม่ดี...เพราะเธอเลือกแล้วที่จะเดินไปบนเส้นทางแห่งอาชีพอิสระที่เธอเห็นว่ามีศักดิ์ศรีเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้..และเป็นหนทางที่ไม่ลำบากเกินความรู้ความสามารถของเธอ...แน่นอนว่ามีผู้หญิงไทยจำนวนไม่น้อยที่แต่งงานกับสามีต่างชาติเพราะเชื่อว่าเขาจะรักและดูแลเธอไปตลอดชีวิต แต่ทว่าความจริงที่ผู้เขียนพบนั้น กว่า 50% ของหญิงไทยในต่างแดนก็คือ การตกอยู่ในสภาพเมียทาส...ต้องทำงานมืด(ผิดกฎหมาย)
ที่มีรายได้น้อยเพื่อหาเลี้ยงสามีกรรมกรที่ตกงาน...ยิ่งกว่านั้นหญิงไทยบางคนต้องทนทุกข์ทรมานกับสามีเจ้าชู้โดยถูกทอดทิ้งให้อยู่กับลูกเล็กๆ เชื้อสายไทย - เยอรมัน อีก 2 คน ตามลำพังเธอไม่เคยได้รับเงินค่าเลี้ยงดูลูกเพราะสามีต่างชาติแกล้งเธอโดยการขอหย่าและทำตัวล้มละลายเพื่อมิให้ภรรยาคนไทยได้ทรัพย์สินส่วนแบ่งจากตนเองแม้แต่น้อย

สิ่งที่ผู้เขียนห่วงใยหญิงไทยและอยากฝากพ่อแม่ที่คิดจะขายลูกเพื่อหวังร่ำรวยมีหน้ามีตานั้นก็คือ ขอให้ตระหนักว่าไม่มีแผ่นดินไหนจะอบอุ่นและน่าอยู่เท่ากับแผ่นดินไทย-แผ่นดินแม่ของเราอีกแล้วหญิงไทยในต่างแดนหลายคนปรารภกับผู้เขียนว่า...ทุกข์ทรมานและลำบากมากในต่างแดนแต่กลับบ้านที่เมืองไทยไม่ได้ แม้จะคิดถึงพ่อแม่พี่น้องเพียงใดก็ต้องทนเพราะหากกลับไปแบบไม่มีอะไรก็อายชาวบ้านเขา..ชีวิตเธอเหล่านั้นช่างรันทดเพียงใดอยู่ก็ไม่ได้ - กลับก็ไม่ได้

จึงอยากฝากคำถามท่านผู้อ่านว่า..
การบูชาเงินและวัตถุเป็นที่ตั้งนั้น..แท้ที่จริงแล้วให้ความสุขในชีวิตได้จริงหรือ?

**ความไม่เท่าทันสื่อ - ค่านิยมติดเซ็กซ์ ขายเซ็กซ์**

"วัยรุ่นหญิงบ้านเราจำนวนไม่น้อยสอบถามเพื่อนชายผ่านอินเตอร์เน็ตโดยไม่ต้องเห็นหน้ากันว่าสำเร็จความใคร่ทำอย่างไร..ร่วมเพศกันรู้สึกอย่างไร..เวลาหลั่งน้ำอสุจิเป็นอย่างไร..บางคนนัดแนะพบปะกันตามแหล่งบันเทิง
มีการกินเหล้าเสพยาเพื่อให้ใจกล้า และจบลงที่การมีเพศสัมพันธ์มีการแลกเปลี่ยนคู่นอนกันและจดสถิติแข่งกันไว้อวดเพื่อน"(รายงานสำรวจของนิสิตครุศาสตร์ จุฬาฯ ปี 2546 จากกลุ่มตัวอย่าง 800 คน ในกรุงเทพมหานคร)

นอกจากนี้ยังมีปรากฏการณ์ติดเช็กซ์-ขายเซ็กซ์ในกลุ่มวัยรุ่นเพิ่มมากขึ้น..โดยมักสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง
ชอบดูภาพโป๊ในอินเตอร์เน็ต วีซีดีและค้าประเวณีเพื่อหาความสุขทางเพศ..ควบคู่ไปกับการหาเงินไปใช้จ่ายในสิ่งไม่จำเป็นและฟุ่มเฟือย..ซึ่งพบเยาวชนมีความโน้มเอียงในการขายบริการทางเพศมากขึ้นจาก386,555 คน ในปี 2546 มาเป็น 472,575 คน ทั้งนี้สื่อทางอินเตอร์เน็ตและมือถือได้มีบทบาทกลายเป็นห้องค้าบริการทางเพศของเยาวชนมากขึ้น(งานวิจัยนิสิตครุศาสตร์ จุฬาฯ ,2545)

ปรากฏการณ์ข้างต้น สะท้อนความไม่เท่ากันสื่อของเด็ก เยาวชน และครอบครัวควบคู่ไปกับความหลงใหลไปกับสิ่งเร้ารอบตัวทั้งทางวัตถุ จิตใจและทางเพศอย่างไม่สามารถควบคุมได้ สะท้อนให้เห็นภูมิต้านทานที่อ่อนแอของเด็ก เยาวชนและครอบครัวไทยอย่างน่าวิตกยิ่ง...พ่อแม่ผู้ปกครองน้อยคนที่จะรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับลูกของตนในขณะนี้...หรือเมื่อรู้ก็มักสายเกินแก้

**ครอบครัวไทยจะไปทางไหนดี**

ปรากฏการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ครอบครัวสมรสน้อยลง หย่าร้างเพิ่มขึ้น เด็กและผู้สูงอายุยังคงถูกทอดทิ้ง สัมพันธภาพในครอบครัวไม่อบอุ่น ขาดการให้เวลาแก่กันอย่างมีคุณภาพ วัตถุนิยมและบริโภคนิยมเป็นใหญ่
ความไม่เท่าทันสื่อ - ค่านิยมติดเซ็กซ์ ขายเซ็กซ์ของเด็กและเยาวชน ฯลฯ

ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า..เมื่อสังคมเป็นเช่นนี้แล้ว "ครอบครัวไทยจะไปทางไหนดี"

ประการที่ 1 ภาคีด้านครอบครัว ที่ประกอบด้วยองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการและประชาชน(โดยการประสานงานของโครงการครอบครัวเข้มแข็ง สถาบันครอบครัวรักลูก)มีมติเห็นพ้องร่วมกันว่า...

1.1 ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลควรประกาศให้ "ครอบครัวเป็นวาระแห่งชาติ"โดยระดมทุกองค์กรและทุกระดับของสังคม ตั้งแต่ระดับระดับชาติไปจนถึงรากหญ้าในชุมชนร่วมกันสำรวจทบทวนกลไกของรัฐและสังคม รวมทั้งร่วมกันปกป้องคุ้มครองครอบครัวอย่างจริงจัง เพื่อให้ครอบครัวสามารถทำหน้าที่ของตนได้เต็มศักยภาพ

1.2 สร้างพื้นที่จัดการเรียนรู้ด้านครอบครัวทั่วประเทศ...ในทุกรูปแบบ ทุกกลไกทุกภาคส่วน และทุกระดับ...เพื่อให้เกิดเวทีครอบครัวเรียนรู้ - ครอบครัวศึกษาแก่บุคคลทุกเพศทุกวัยในทุกระบบและทุกชุมชน

1.3 ขยายพื้นที่สร้างสรรค์ และจำกัดพื้นที่ไม่สร้างสรรค์(จัดระบบโซนนิ่ง)โดยให้มีพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัย - มีคุณภาพเป็นแหล่งเรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกันสำหรับครอบครัวและชุมชน

1.4 พัฒนาสื่อสร้างสรรค์ต่อครอบครัว..โดยจำกัดควบคุมสื่อที่ทำร้ายเด็กและครอบครัวอย่างจริงจัง รวมทั้งผลิตและเผยแพร่สื่อที่มีคุณภาพ..กำจัดสื่อลามก..สื่อรุนแรง..หนุนกลไกภาคประชาคมเพื่อเฝ้าระวังสื่อ

1.5ปรับปรุงกฎหมายและระบบสวัสดิการเพื่อการปกป้องและช่วยเหลือครอบครัวทุกกลุ่ม..ให้เกิดผลบังคับใช้กฎหมายลาคลอดอย่างจริงจัง..มีศูนย์รับเลี้ยงเด็กในที่ทำงาน..เพิ่มความช่วยเหลือพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ยากลำบาก
รวมทั้งพ่อแม่ที่มีลูกพิการ พ่อแม่ที่ยากจน อย่างเหมาะสม


ประการที่ 2 ถึงเวลาแล้วที่ทุกครอบครัวต้องหันกลับมาให้เวลากับตนเองและสมาชิกในครอบครัวให้มากขึ้น..ให้เวลาพูดคุยรับฟังปัญหา -ความรู้สึกสุขทุกข์ของครอบครัว..มอบสัมผัสรักที่อบอุ่นใกล้ชิดแก่กันอันนำมาซึ่งความเชื่อมั่นไว้วางใจต่อกันในครอบครัว

ประการที่ 3 กลไกของรัฐต้องเร่งรณรงค์ส่งเสริมให้ "วันอาทิตย์เป็นวันครอบครัว"เพื่อให้ทุกครอบครัวมีโอกาสใช้เวลาว่างทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกันอย่างมีคุณภาพ..เป็นที่น่ายินดีว่าขณะนี้มี อบจ.หลายแห่งให้ความสนใจวางแผนจัดกิจกรรม Beautiful Sundayและค่ายสายสัมพันธ์พ่อ-แม่-ลูกขึ้นในท้องถิ่นแล้ว

ประการที่ 4 ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา เฝ้าระวัง ป้องกัน ช่วยเหลือให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวเพื่อนบ้านที่ประสบปัญหาเพื่อมิให้เกิดปัญหาความรุนแรงในเด็ก สตรี และครอบครัว โดยต้องถือว่า "ความรุนแรงในครอบครัวมิใช่เรื่องส่วนตัว..แต่เป็นเรื่องของทุกคน" อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้มีกลไกโรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ จัดตั้ง "ศูนย์พึ่งได้"ขึ้นเพื่อช่วยเหลือเด็กและสตรีที่ถูกกระทำรุนแรงในภาวะวิกฤต(One Stop Crisis Center) ในระบบสหวิชาชีพแล้วโดยผู้ประสบปัญหาและผู้พบเห็นเหตุการณ์สามารถแจ้ง Hotline สายด่วนของศูนย์พึ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง เช่นเดียวกับ Happy Line 1507 ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่พร้อมให้คำปรึกษาปัญหาเร่งด่วน 24 ชั่วโมง

ประการที่ 5 สนับสนุนให้เกิดเครือข่ายครู - พ่อแม่ ในแต่ละโรงเรียนให้มากที่สุดเพื่อเป็นกลไกในการดูแล เฝ้าระวัง สำรวจ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาเด็ก เยาวชนและครอบครัว ได้อย่างเข้าถึงและทันต่อเหตุการณ์มากขึ้น

ประการที่ 6 สนับสนุนให้ทุกชุมชน ตำบล และจังหวัดทั่วประเทศ เกิด"ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน" ที่ริเริ่มโดยชุมชน บริหารจัดการโดยชุมชนเพื่อชุมชนให้มากที่สุด โดยศูนย์ดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นกลไกในการเฝ้าระวัง ดูแลป้องกัน ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาครอบครัวและชุมชนได้อย่างทันท่วงทีและประสิทธิภาพ..ควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้ อบจ./ อบต./ เทศบาล จัดกิจกรรมสนับสนุนครอบครัวผาสุกเพื่อเตรียมความพร้อมคู่สมรสหรือครอบครัวใหม่..ให้มีความรู้ ทักษะ และทัศนคติในการใช้ชีวิตคู่ และการเลี้ยงดูลูกอย่างเหมาะสมต่อไปด้วย

ประการที่ 7 สนับสนุนให้เกิด "สมัชชาครอบครัวจังหวัด" และ "สมัชชาครอบครัวแห่งชาติ"เพื่อเป็นกลไกในการสำรวจ - ทำความเข้าใจสถานการณ์ครอบครัวของแต่ละจังหวัดและทำความเข้าใจภาพรวมระดับประเทศ..โดยสมัชชาครอบครัวแห่งชาติจะมีภารกิจรายงานสถานการณ์ครอบครัวไทยเป็นประจำทุกปีเพื่อเสนอให้รัฐสภาและรัฐบาลรับทราบและนำไปปรับปรุงแก้ไขนโยบายและแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาครอบครัวและสังคมไทยในระยะยาว

ถึงเวลาแล้ว..ที่ทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ทุกระดับของสังคม ต้องหันหน้าเข้าหากันโดยตระหนักร่วมกันถึงภารกิจการพัฒนาครอบครัวไทยให้เข้มแข็ง มั่นคง มีคุณภาพร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาครอบครัวแบบองค์รวม บูรณาการ และยั่งยืน

ถึงเวลาแล้ว..ที่รัฐบาลจะต้องตระหนักและใส่ใจต่อประเด็นปัญหาครอบครัวไทยและผลักดันเรื่อง “ครอบครัว” ให้เป็น “วาระแห่งชาติ” โดยเร็ว

ก่อนที่”สุขภาวะ-วุฒิภาวะ” ของเด็ก เยาวชน และครอบครัวไทย จะสูญสิ้นพังทลายไปด้วยอำนาจของทุนนิยม สุขนิยม วัตถุนิยม บริโภคนิยมสุดขั้ว – ไร้ขีดจำกัด ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป..จนมิอาจเรียกกลับคืนได้

“หากครอบครัวไทยไม่แข็งแรง..ก็ไม่มีวันที่ประเทศไทยจะแข็งแรงได้เช่นกัน”

โดย: ศุภลักษณ์ เก่งบัญชา
สำนักส่งเสริมสถาบันครอบครัว  สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

 

 

บริษัท ฟอร์จูน เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด

บริการฟังเพลงออนไลน์ ไม่มีบริการดาวน์โหลดเพลงทุกชนิด โปรดสนับสนุนศิลปินด้วยการซื้อสินค้าที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์



ห้องหนังสือ

เรื่องทั่วๆ ไปที่น่าสนใจ article
องค์ปราชญ์ของชาวไทย article
กษัตริย์ยอดกตัญญู article
ปรัชญาจากหลอดยาสีฟัน article
เดินตามรอยเท้าพ่อ article
รวมบทเพลงพระราชนิพนธ์ article
ของขวัญจากพระเจ้า article
ค น พ า ล article
บุคลิกภาพกับการเลือกอาชีพ article
14 วิธีใช้เวลาให้คุ้มค่า article
สิ่งมหัศจรรย์ของโลก article
การแข่งขัน article
คุณธรรมในสายเลือด article
การออกกำลังกายอย่างถูกต้อง article
การยึดติด VS การปล่อยวาง article
ภาวะหย่อมสมรรถภาพทางเพศของท่านชาย article
ความทุกข์สร้างสิ่งมหัศจรรย์ article
ความสุขที่แท้จริง article
ขอเวลา 3 นาที่ก่อนฆ่าตัวตาย article
ลดลง = มากขึ้น article
สติ = ความรู้สึกตัว article
แสงส่องใจ article
ความขัดแย้ง..ขุมทรัพย์ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม article
ตามหา“โชค”ให้ตนเอง article
ข้อคิดสำหรับทุกๆ ท่าน article
การให้อภัย article
ภาวะหมดไฟในการทำงาน article
ประโยชน์ของการทำงานเป็น "ทีม" article
การจัดการกับอารมณ์โกรธ article
ข้อคิด 20 ประการสู่การเป็นผู้นำ(ข้อ 11-20) article
ข้อคิด 20 ประการสู่การเป็นผู้นำ (ข้อ 1-10) article
มองโลกในแง่ดี article
พลังใจหนทางสู่ความสำเร็จ article
" ความสำเร็จ "ใกล้แค่เอื้อม article
วิธีปรับปรุงตนเอง article
สุขกับการทำงาน article
เรียนรู้เกี่ยวกับโรคสมองเสื่อม article
ไม่มีกำลังใจ... ทำอย่างไรดี article
การออกกำลังกายดีอย่างไร? article
สร้างสุขในบ้าน ด้วยการสื่อสารที่ดี article
อย่างไรจึงเรียกว่าเครียด? article
จะสังเกตุอย่างไรว่าคนใกล้ตัวติดยาเสพติด article
ความมั่งคั่ง ความสำเร็จ ความรัก article
เป่า ยิ้ง ฉุบ article
เรามาลองแก้ปัญหาแบบเด็กๆกัน article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
.......กลับหน้าแรกคลิกที่นี่ครับ..:: กลับหน้าแรก ::..

บริษัท ฟอร์จูน เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด