ReadyPlanet.com
dot dot
dot
"บ้านแห่งรัก" ที่นี่มีรักสำหรับทุกคน
dot
bulletหน้าแรก
bulletสนามหน้าบ้าน
bulletห้องรับแขก
bulletห้องพ่อแม่ - ญาติผู้ใหญ่
bulletห้องหนังสือ
bulletห้องลูกๆ หลานๆ
bulletเรื่องน่ารู้
bulletเรื่องเล่าสอนใจ
bulletห้องสนทนา "บ้านแห่งรัก"
bulletส่งเมล์ถึง Webmaster
bulletท่านมีคำถามเรามีคำตอบ
bulletเพื่อนบ้านแลกลิ้งค์
bulletส่ง e-card



เพลง: ไม่เหลือใคร
ศิลปิน: มาช่า
รักใดไหนเล่าเท่ารักของแม่ article

เรื่องราวนี้ถ่ายทอดจากบทความหนึ่งของอัสสัมชัญสาส์นฉบับเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2540
ซึ่งเขียนโดยมิสอุไรพร นาคะเสถียร เป็นเรื่องจริงของครอบครัวหนึ่งที่มิสบังเอิญทราบมาจากการได้พบคุณแม่ของลูกศิษย์คนหนึ่งซึ่งได้เล่าไว้ เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับ "มิสอุไรพร"  ครูที่มีจิตวิทยาสูงในการสอนลูกศิษย์ให้สำนึกและมีความภาคภูมิใจในความรักของผู้เป็นแม่

ณ. ตึกเซนต์หลุยส์มารี โรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม ราวกลางปี พ.ศ.2539
 “มิสคะ ช่วงพักเที่ยงจะมีผู้ปกครองมารอพบสองท่านที่หน้าห้องรับรองค่ะ”
โทรศัพท์แจ้งจากห้องประชาสัมพันธ์ทำให้มิสอุไรพร นาคะเสถียร  คุณครูประจำชั้นป.4 ทำให้มีสอุไรพรรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เพราะจำได้ว่ามีการโทรนัดหมายจะมาพบจากคุณแม่ท่านหนึ่งเพียงท่านเดียวในวันนี้ เอ...ใครล่ะนี่ จะมีเรื่องอะไรรึเปล่านะ   เมื่อมิสอุไรพรเดินมาถึงหน้าห้องประชาสัมพันธ์ มิสอุไรพรก็แทบยกมือรับไหว้จากสุภาพสตรีทั้งสองท่านไม่ทัน หากก็รู้สึกแปลกใจที่เห็นคุณแม่ท่านหนึ่งยกมือไหว้แต่เพียงแขนข้างเดียว อย่างไรก็ตามมิสได้เชิญคุณแม่ท่านแรกเข้าไปคุยก่อนตามลำดับการนัดโดยเก็บงำความแปลกใจไว้ หลังจากคุยกับคุณแม่ท่านแรกเสร็จมิสจึงเชิญคุณแม่อีกท่านเข้ามาคุยในห้องรับรอง ภาพแรกที่ได้เห็นชัดๆทำให้มิสอุไรพรตกใจเล็กน้อย แขนซ้ายของคุณแม่เป็นแขนเทียม คุณแม่มาปรึกษาเรื่อง การเรียนของลูก เพราะไม่ได้มาในวันนัดพบผู้ปกครองประจำปีเมื่อต้นปีการศึกษาที่ผ่านมา “ลูกเขาไม่อยากให้มา เขาว่าเขาอายที่แม่ใส่แขนเทียม กลัวโดนเพื่อนล้อแม่มาทีเพื่อนก็ล้อกันประจำว่าแม่แขนเดียว แม่เป็นหุ่นยนต์เหรอ อะไรนี่น่ะค่ะ เลยไม่ได้มา”
  น้ำเสียงของคุณแม่แฝงแววเอ็นดูมากกว่าที่จะโกรธหรือไม่พอใจ มิสอุไรพรขออนุญาตซักถามเกี่ยวกับสาเหตุที่คุณแม่ต้องใส่แขนเทียม เมื่อได้ทราบความจริงทั้งหมดคุณครูก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องจัดการเรื่องที่ ลูกไม่ยอมรับและไม่เข้าใจแม่นี้โดยเร็ว หากปล่อยเรื่องนี้ไป...ก็จะเป็นบาปอันหนักยิ่งติดตัวเด็กไปในภายหน้าทั้งตัวลูกชายและคนที่ล้อเพื่อนด้วย

 

ช่วงเย็นวันนั้นมีชั่วโมงลูกเสือแต่ฝนตกหนัก มิสอุไรพรจึงได้ถือโอกาสนำเรื่องนี้มาเล่าให้นักเรียนฟังในห้องเรียน เรื่องราวที่ว่านั้น มีดังต่อไปนี้
 วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2536 หลังวันแม่เพียงไม่กี่วัน...ครอบครัวหนึ่งได้เดินทางไปเที่ยวนากุ้งที่จังหวัด สตูล ครอบครัวนี้ประกอบด้วยคุณพ่อ คุณแม่ และลูกชายอีกสามคนพวกเขาเดินชมนากุ้งไปตามทางเดินซึ่งเป็นคันดิน ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นของธรรมชาติ โดยคุณพ่อเดินนำหน้ากับลูกชายคนโตสองคน ส่วนคุณแม่เดินตามหลังมากับลูกชายคนเล็ก ทางเดินที่เป็นคันดินนั้นมีการแบ่งเป็นท้องร่องเพื่อติดตั้งระหัดวิดน้ำ ซึ่งมีใบพัดทำจากเหล็กสูงจากคันดินราว 25ซม คุณพ่อและลูกคนโตสองคนก็ข้ามท้องร่องแล้วเดินนำต่อไปข้างหน้า ไม่มีใครฉุกใจคิดระวังถึงเหตุร้าย แต่แล้วลูกชายคนเล็กกลับก้าวพลาดล้มลงไปในท้องร่อง ขากางเกงเข้าไปติดกับร่องของระหัดวิดน้ำที่กำลังหมุนอยู่ และฉุดขาของลูกทั้งสองข้างเข้าไปในใบพัดเหล็ก

 “ถ้าเป็นพวกนักเรียน น้องตกลงไปอย่างนี้พวกเธอจะทำอย่างไร” มิสหยุดเรื่องไว้ก่อนเพื่อซักถาม มองหน้าเด็กนักเรียน ทั้งห้องที่นั่งเงียบกริบ หน้าซีด โดยเฉพาะ “ลูกชาย” ของคุณแม่ท่านนั้น

มิสอุไรพร ดำเนินเรื่องต่อไปทันที “ทุกคนตกตะลึงใช่มั้ย คิดไม่ทันใช่มั้ย แต่นักเรียนรู้มั้ยว่าคุณแม่ท่านตัดสินใจทำอย่างไร” คุณแม่ไม่ยอมเสียเวลาคิดอะไรเลยท่านรีบยึดดึงตัวลูกเอาไว้แล้วเอาแขนซ้ายที่ว่าง อยู่เข้าไปขวางใบพัดเหล็กไว้ ก่อน...ที่ใบพัดจึงหมุนเอาแขนของคุณแม่เข้าไป...คนงานที่เห็นเหตุการณ์รีบปิดเครื่องทันที แต่แรงเฉื่อยทำให้ใบพัดยังหมุนต่อด้วยกำลังแรง...แรงจนกระชากแขนซ้ายของคุณแม่ ขาดสะบั้นลง! คุณแม่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสสติสัมปชัญญะดับวูบลงในทันที ท้องร่องทั่วบริเวณแดงฉานไปด้วยเลือด...เลือดของแม่... ใบพัดเหล็กยังหมุนต่อไปอีกเล็กน้อยและบดเอาขาทั้งสองข้างของลูกชายคนเล็กจน กระดูกหัก ...แต่ไม่ขาดไม่ขาด...เพราะแขนซ้ายของแม่ขาดแทน...ไม่ขาด...เพราะแม้จะไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ มือขวาของคุณแม่ก็ยังยึดตัวลูกเอาไว้แน่น...ไม่ยอมปล่อย...

คุณพ่อและลูกคนโตทั้งสองคนหันกลับมามองตามเสียงตะโกนเอะอะโวยวายของคนงาน พร้อมๆกับเสียงกรีดร้องของคุณแม่ ภาพที่เห็นทำให้พวกเขาช็อกจนแทบสิ้นสติ! คุณพ่อกระโจนพรวดเดียวถึงตัวคุณแม่และลูกน้อย แต่...มันสายเกินไปแล้ว! สิ่งเดียวที่ทำได้คือรีบพาสองแม่ลูกส่งโรงพยาบาลทันที ผลของการรักษาคือคุณแม่ต้องใส่แขนเทียมแทนแขนซ้ายที่ขาดไป ส่วนลูกคนเล็กที่ขาหักต้องอยู่โรงพยาบาลนานราวสามเดือนจึงสามารถเดินเหินได้เป็นปกติ

 

 มิสอุไรพรกวาดสายตามองไปรอบๆห้องถามขึ้นอีกว่า “นักเรียนคิดว่าคุณแม่ท่านนี้กล้าหาญมั้ยคะ”
 “กล้าหาญมาก” เด็กๆพากันตอบเป็นเสียงเดียวกันพลางพยักหน้า หลายๆคนยังหน้าซีดเซียวเมื่อนึกภาพเหตุการณ์ไปตามที่ครูเล่า มิสมองหน้า “ลูกชาย” ของคุณแม่ท่านนั้นแล้วบอกต่อว่า
 “นักเรียนทราบมั้ยว่าคุณแม่ท่านนี้เป็นคุณแม่ของเพื่อนเราในห้องนี้เองไหน ใครเป็นลูกของคุณแม่ท่านนี้ยืนขึ้นให้เพื่อนเห็นหน่อยสิ” เด็กนักเรียนคนนั้นยืนขึ้น ท่ามกลางเสียงปรบมือของเพื่อนทั้งห้อง “วันนี้เมื่อเธอกลับไปบ้านมิสฝากเรียนคุณแม่ด้วยว่าพวกเราชื่นชม และยกย่องท่านมากจริงมั้ยพวกเรา”
 “จริงครับๆ ใช่ครับๆ” เสียงเล็กๆตอบมาเป็นทางเดียวกัน
 “มิสได้ทราบมาว่ามีหลายๆคนไปล้อเลียนเพื่อน ไหนคนไหนบ้างคะที่เคยล้อคุณแม่เขา ถ้ามีเราเป็นลูกผู้ชายต้องกล้ารับค่ะ”
 มีนักเรียน 3-4 คนยืนขึ้น สีหน้าของแต่ละคนซีดเซียวอย่างสำนึกผิด มิสอุไรพรมองหน้าของเด็กกลุ่มนี้อย่างอ่อนโยน ถามว่า
 “ดีมากนักเรียน ตอนนี้พวกเธอคงอยากพูดอะไรกับเพื่อนใช่มั้ยคะ”
 เด็กชายกลุ่มนั้นเดินเข้าไปโอบกอดคอแล้ว กล่าวขอโทษเพื่อนด้วยความจริงใจ ครูสาวน้ำตาคลอ ยืนมองภาพนั้นด้วยความปลาบปลื้มยินดีหนักใจอยู่เหมือนกันว่า หากถามขึ้นมาแล้วไม่มีใครยอมรับว่าเคยล้อเพื่อน...จะทำอย่างไร?
เธอไม่เคยผิดหวังในตัวนักเรียนอัสสัมชัญและจนถึงเวลานี้ก็ยังคงไม่ผิดหวัง ใครเล่า...จะเข้าใจความเจ็บช้ำขมขื่นในหัวใจเล็กๆของเด็กชายคนหนึ่ง ที่ถูกเพื่อนล้อเลียนประสาเด็กโดยไม่ทันคิด หากบัดนี้...ความรักของแม่และน้ำใจของเพื่อนได้สลายปมด้อยในใจของเด็กคนนี้ลงจน สิ้นแล้ว เหลือเพียงความรักและภาคภูมิใจในตัวคุณแม่เท่านั้น

 

เมื่อหมดชั่วโมงเรียน มิสอุไรพรได้เรียกตัว “ลูกชาย” เข้าไปคุยอีกครั้ง
 “วันนี้เธอมีอะไรในใจที่คิดว่าควรพูดกับคุณแม่มั้ยคะ” เด็กคนนั้นนิ่งคิดไปชั่วครู่ก่อนจะตอบเสียงสั่นปนสะอื้นไห้ว่า “ผม...ผมจะไปขอโทษคุณแม่ แล้ว...แล้วบอกคุณแม่ว่าผมรักคุณแม่ที่สุดในโลกเลยครับ”

รู้มั้ยน้ำนมหยดหนึ่งซึ่งไหลมาต้องใช้น้ำตาหยาดเหงื่อสักเท่าไหร่ บอกแม่เถอะนะ บอกทุกวัน ว่ารักท่านมากมาย กอดแม่เถอะนะ ให้คุ้นเคย กอดเลยไม่ต้องอาย ก่อนไม่มีแม่ให้กอด...

 

บทความต้นฉบับเป็นการบรรยายเรื่องธรรมดาแต่ผมนำมาเล่าใหม่ โดยเขียนในลักษณะจำลองเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นมาเพื่อให้เห็นภาพ และได้รับความประทับใจครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของผู้เขียนเดิม ใครอยากทราบชื่อและนามสกุลของคุณแม่ท่านนี้ สามารถไปค้นอ่านได้จากอัสสัมชัญสาส์นฉบับดังกล่าว ทั้งนี้ผมขอไม่บอกไว้ ณ ที่นี้เพราะไม่ได้ขออนุญาติจากครอบครัวดังกล่าวให้เปิดเผยได้ เพียงนำเรื่องราวมาให้ได้ชื่นชมกันเท่านั้นทุกวันนี้มีลูกอีกหลายคนที่พบรักใหม่และหลงลืมรักอันบริสุทธิ์ของแม่ และบางคนยอมบูชารักใหม่ด้วยชีวิตที้งแม่ผู้มีแต่ให้ไว้ในความทุกข์……
ใครรักแม่...อ่านจบแล้ว...อย่าลืมไปกอดแม่นะครับ
กอดแน่นๆ หอมแก้มซ้ายแก้มขวา หอมแล้วหอมอีก
หอมหลาย ๆ ที...รักแม่ให้มากๆ และไม่ว่าแม่จะเป็นใคร? ประกอบอาชีพอะไร? รูปร่างหน้าตาอย่างไร? รวยหรือจน? อย่าลืมว่าความรักของผู้ที่เป็นแม่นั้นยิ่งใหญ่ และมากเกินกว่าคนที่เป็นลูกจะสามารถชดใช้ได้หมด.....

 

 

บริษัท ฟอร์จูน เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด

บริการฟังเพลงออนไลน์ ไม่มีบริการดาวน์โหลดเพลงทุกชนิด โปรดสนับสนุนศิลปินด้วยการซื้อสินค้าที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์



ห้องลูกๆ หลานๆ

บทความน่าอ่านสำหรับเด็กๆ article
พ่อแม่ที่บ้านบางแค article
สอบเอ็นทรานส์ article
แม่...ลูกขอโทษ article
พ่อแม่คำสองคำนี้มีความหมายกับคุณไหน article
“หากพรุ่งนี้ไม่มี......แม่ ?” article
มรดกของพ่อ article
"ดอกไม้เพียงดอกเดียวในโลก" article
ใครที่ช่วยคุณได้ article
รักมากที่สุดแต่เกรงใจน้อยที่สุด article
อีกหนึ่งมุมมองของชีวิตวัยรุ่นสาว article
ข้อคิดจากชีวิตของวัยรุ่นสาว คนหนึ่ง article
คนอกหักเชิญทางนี้ article
ครั้งหนึ่งในชีวิต "พ่อของลูก-ลูกของพ่อ" article
เด็กผู้ขาดโอกาส article
เค้าว่ากันว่า "ทุกอย่างนั้นใช้เวลา" article
สร้างเสน่ห์ให้กับตนเอง article
ความศักดิ์สิทธิ์ของคำว่า แม่... article
ลูกทำให้แม่สบายใจได้อย่างไร? article
มาหล่อมาสวยด้วยบุคลิกกันเถอะ article
จงทำความดีเพราะมันเป็นสิ่งที่ดี article
นักเรียน VS นักเลง article
ความรัก...กับสิ่งที่มิอาจทดแทนได้ตลอดชีวิต article
วัยรุ่นกับการคบเพื่อน article
เพื่อนเราเป็นไฉน? จะทำอย่างไร? article
วัยรุ่นกับการคบเพื่อนต่างเพศ article
เธอคนนั้น...ทำให้ฉันเข้าใจตนเอง article
แม่ขา........หนูเป็นสาวแล้ว article
วัยรุ่น กับ การมีเพศสัมพันธ์ article
ถึงวันนั้น……….ก็สายเกินไปเสียแล้ว article
หน้าหนึ่งจากบันทึกชีวิต article
วันแห่งการรอคอย article
จากชีวิตจริงของ แม่ article
ค น สำ คั ญ ที่ ไ ม่ สำ คั ญ article
เสี้ยวหนึ่งของชีวิต article
"แม่" article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
.......กลับหน้าแรกคลิกที่นี่ครับ..:: กลับหน้าแรก ::..

บริษัท ฟอร์จูน เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด